เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมามีผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอครอบครัวหนึ่งขอตรวจพิสูจความสัมพันธ์เปรียบเทียบแม่-ลูก หลังจากที่ทำแล็บเสร็จแล้ว มาคีย์ผลการทดสอบเข้าไปในฐานข้อมูล เพื่อคำนวณค่าทางสถิติและพิมพ์ใบรายงานผลการทดสอบออกมา แล้วพบว่ามีอะไรที่น่าสนใจบางอย่าง

     Case นี้ ถูกส่งมาจากจังหวัดระนอง มีวัตถุประสงค์เพื่อนำชื่อลูกเข้าทะเบียนบ้าน โดยทั่วไปผู้ที่มาจากจังหวัดระนอง มักมีการตรวจดีเอ็นเอต่อเนื่อง เช่น ในอดีต เคยตรวจเปรียบเทียบกับญาติมาก่อน เมื่อได้บัตรประชาชนมาแล้ว คราวนี้ก็เลยมาตรวจเปรียบเทียบกับลูก-หลาน เพื่อทำบัตรให้กับลูก-หลาน ดังนั้นคนกลุ่มนี้จะมีข้อมูลรูปแบบดีเอ็นเออยู่ในฐานข้อมูลของหน่วยนิติเวชฯ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อยู่แล้ว  อย่างไรก็ตาม เมื่อมาตรวจใหม่ เราก็จะเก็บตัวอย่างตรวจใหม่ และทำการทดสอบใหม่ จากนั้นก็จะเก็บข้อมูลไว้ในฐานข้อมูลเพิ่มเติม แต่ก่อนที่จะรายงานผลการทดสอบ เราจะมีการค้นหาข้อมูลในฐานข้อมูลว่า ผลการตรวจเดิมเป็นอย่างไร เหมือนเดิมหรือไม่ ซึ่งก็เป็นการ recheck คุณภาพของการทดสอบไปด้วยในตัวครับ

     ปรากฎว่าเมื่อค้นข้อมูลในฐานข้อมูล พบว่า ผู้เป็นแม่รายหนึ่ง  (ชื่อและนามสกุลเดียวกัน) เคยมีประวัติในฐานข้อมูล รวม 3 ครั้ง เมื่อเปรียบเทียบการทดสอบครั้งที่ 1 กับครั้งที่ 2 พบว่าให้ผลดังนี้ครับ

     ผลการทดสอบ บ่งบอกชัดเจนว่า เป็นรูปแบบดีเอ็นเอของคนละคนกัน ทั้งที่ชื่อและนามสกุลตรงกันครับ ในที่นี้ผมทำเส้นทึบที่นามสกุลไว้เพื่อปกปิด แต่ให้เชื่อเถอะครับว่า ทั้งชื่อและนามสกุลเหมือนกันจริงๆ

     เมื่อเปรียบเทียบผลการทดสอบครั้งที่ 1 กับครั้งที่ 3 ให้ผลดังนี้ครับ

     ซึ่งเป็นผลการทดสอบของคนเดียวกัน มีรูปแบบดีเอ็นเอเหมือนกันทุกตำแหน่ง 

     คำถาม คือว่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมคนชื่อเดียวกัน นามสกุลเดียวกัน จึงมีรูปแบบดีเอ็นเอ ไม่เหมือนกัน?

     เรื่องนี้ ทำให้ต้องย้อนกลับไปตรวจสอบ ข้อมูลของการส่งตรวจของรายนี้ ทั้งสามครั้ง พบว่า มีข้อมูลที่ต้องระวัง อยู่ 3 ประการ ดังนี้

     1. แม้ชื่อและนามสกุลของทั้งสองคน จะเหมือนกัน แต่สถานะแตกต่างกัน คนแรกเป็นนางสาว ส่วนคนหลัง มีสถานะเป็นนาง 

     2. ทั้งสองคน ถูกส่งตัวมาจากจังหวัดระนอง แต่คนแรกถูกส่งตัวจากอำเภอกะเปอร์ ส่วนคนหลังถูกส่งตัวจากอำเภอสุขสำราญ

     3. เปรียบเทียบรูปถ่ายของคนทั้งสอง ซึ่งหน่วยนิติเวชฯ ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน พบว่าเป็นคนละคนกัน

     กรณีนี้ จึงสรุปได้ว่า คนทั้งสองคนเป็น คนละคนกัน แม้ว่าจะมีชื่อและนามสกุลเดียวกัน 

     เรื่องนี้ จึงเป็นอีกเรื่องที่พึงระวัง เมื่อใช้ฐานข้อมูลด้านการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอครับ