การฝึกปฏิบัติงานทางคลินิก

ประสบการณ์จากสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

    ดิฉันได้มีโอกาสฝึกปฏิบัติงานที่สถานบันกัลยาฯ ซึ่งเป็นการฝึกงานทางจิตเวชครั้งแรกของดิฉัน 

    จากสถาบันดิฉันได้เรียนรู้ถึงการสัมภาษณ์ การประเมิน และการวิเคราะห์กิจกรรมให้เหมาะสมกับผู้รับบริการ ทำให้ดิฉันได้ประสบการณ์ดีๆ และทำให้ทราบว่า ผู้รับบริการฝ่ายจิตเวชไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพียแต่เขามีช่วงเวลาที่อาการกำเริบ ทำให้หลงผิดไป ซึ่งตัวผู้บำบัดต้องรู้จักสังเกต สีหน้าและท่าทางของผู้รับบริการ และโน้มน้าวจิตใจให้ผู้รับบริการสนใจกิจกรรมที่ทำ เพื่อส่งเสริมทักษะในด้านการทำงาน 

     นอกจากนี้ดิฉันยังมีโอกาสได้เข้าอมรมเกี่ยวกับเรื่อง"สุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น" โดยโรคที่เกี่ยวกับจิตเวชเด็กที่น่าสนใจมีดังนี้ 

  • กลุ่มอาการ Autism Spectrum Disorder

        - Asperger 

  • ความบกพร่องด้านการเรียนรู้  (Learning disability)
  • โรคสมาธิสั้น (Attention deficit hyperactivity disorder)
  • ความผิดปกติทางจิตเวชที่รุนแรงในเด็ก (Pediatric schizophrenia)
  • ความประพฤติผิดปกติ  (conduct disorder)  
  • ความผิดปกติด้านอารมณ์ในเด็ก (Mood Disorder)

         - ภาวะซึมเศร้าในเด็ก (Depression)
         - โรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar Disorder)

  • โรควิตกกังวล (Anxiety)

          - โรคตื่นตระหนก (Panic)

          - โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obseesive-Compulsive Disorder)

   โดยแนวทางการรักษาทางกิจกรรมบำบัดในผู้รับบริการกลุ่มจิตเภท มีดังนี้

1. การประเมินและการรักษาทางพิ้นฐานทักษะทางจิตสังคม คือ self- efficacy and experience of past success, mind social awearness, motivational personality, interpretation of self-identity/ self-concept, occupational factors (frequency, meaning, satisfaction, importance, role of task), mood, movement pattern, memory, cognition, attention

2. การประเมินและการรักษาความสามารถในการทำกิจกรรมต่างๆ คือ dressing, eating, learning, making meal, manipulation task, money management, socialization, shopping, walking, washing, writting, comunity mobility, education, leisure, work

3.  การช่วยเหลือด้านครอบครัว (Family intervention) ประกอบด้วย การให้ความรู้ (Psychoeducation) ให้บุคคลในครอบครัวมีความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติของโรคต่างๆ การฝึกอบรมผู้ปกครอง (Parent management training) โดยให้ความรู้และฝึกทักษะให้แก่ พ่อแม่ในการใช้เทคนิคการปรับพฤติกรรม (behavioral approaches) ด้วยการให้แรงเสริมเพื่อเพิ่มพฤติกรรมที่ต้องการและลดพฤติกรรมที่ไม่ต้องการ

4. การช่วยเหลือด้านโรงเรียน (School intervention) แนะนำครูเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับอาการของเด็ก