บางครั้งสิ่งที่เราทำก็ไม่จำเป็นต้องมีคำตอบสำหรับคนอื่นแต่มันมีความหมายสำหรับตัวเราเองก็เพียงพอแล้ว เป็นความสุขที่ได้จากการไม่สร้างความเดือดร้อนและเบียดเบียนใคร รวมไปถึงการให้เท่าที่ให้ได้ แต่หากมีคนอื่นมาร่วมมีความสุขด้วยเราก็ยินดี

...

ทางเดินเล็กๆ ริมแม่น้ำข้างบ้านทอดยาวมาจากไหนฉันไม่รู้ รู้เพียงแต่ว่าทางเดินนี้ผ่านบ้านฉันและไปสุดทางที่ปากแม่น้ำสู่ทะเลอีกประมาณหนึ่งกิโลเมตร ในวันว่างฉันลงไปเดินทอดน่องอยู่แถบนั้นเสมอ ลงไปเดินรับลมเย็นๆ ชมนก ชมไม้ ดูวิวทิวทัศน์ ดูน้ำขึ้น น้ำลด ดูผู้คน ถ่ายรูปบ้าง เดินวิ่งออกกำลังกายบ้าง ชื่นชมหลากหลายวิถีชีวิตข้างแม่น้ำแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่งความสุขที่ฉันสัมผัสได้เสมอโดยไม่ต้องเสียเงินทองไปซื้อหามา

ทางเดินนี้ทอดตัวขนานไปกับลำน้ำและลอดผ่านสะพานใกล้บ้าน หลายต่อหลายครั้งในยามสายของวันหยุดที่ฉันเห็นชายสูงวัยคนหนึ่งปั่นจักรยานไปจอดใต้สะพานนั้น แล้วบรรเลงเพลงขลุ่ยอันไพเราะเพราะพริ้งจับใจฉันยิ่งนัก วันแล้ววันเล่าเขายืนเป่าขลุ่ยข้างแม่น้ำแข่งกับเสียงรถราที่วิ่งอยู่บนสะพาน 

ตอนแรกๆ ฉันก็สงสัยว่าเขามาเป่าขลุ่ยให้ใครฟัง เป่าขลุ่ยได้เพราะขนาดนี้หากเปิดกล่องรับเงินตามในเมืองก็คงมีคนให้เงินเยอะเลย แต่เขาก็พอใจที่จะปั่นจักรยานมาเป่าขลุ่ยให้แม่น้ำฟังบ่อยๆ และฉันก็เป็นคนหนึ่งที่แอบเถลไถลไปยืนชื่นชมเสียงขลุ่ยของเขา

บางครั้งสิ่งที่เราทำก็ไม่จำเป็นต้องมีคำตอบสำหรับคนอื่นแต่มันมีความหมายสำหรับตัวเราเองก็เพียงพอแล้ว เป็นความสุขที่ได้จากการไม่สร้างความเดือดร้อนและเบียดเบียนใคร รวมไปถึงการให้เท่าที่ให้ได้ แต่หากมีคนอื่นมาร่วมมีความสุขด้วยเราก็ยินดี

...


...

ชายคนที่เป่าขลุ่ยให้แม่น้ำฟังเป็นกำลังใจในสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่มากมายนัก เมื่อสี่ห้าปีที่แล้วที่เราคุยกันในครอบครัวว่าจะจัดตั้งกองทุนเล็กๆ ขึ้นมากองทุนหนึ่งเพื่อช่วยให้เป็นทุนการศึกษาสำหรับเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์แถบบ้าน และก็คงไม่ต่างไปจากคนอื่นๆ ก่อนจะให้ หลายๆ คำถาม โผล่ขึ้นมาทั้งจากตัวเองและคนในบ้าน และหลายคำตอบที่ดูเหมือนจะเป็นการแก้ตัวและหาแนวร่วมตามวิสัยปุถุชนทั่วไปที่ยังเต็มไปด้วยกิเลสตัณหา ความเห็นแก่ตัวตนเป็นใหญ่เสมอ

"ทำไปทำไม?"
"อยากทำ...เพื่อเป็นการตอบแทนคุณครูบาอาจารย์ผู้มีพระคุณที่เคยสนับสนุนเรามาตั้งแต่เด็ก" (ฉันโชคดีที่ได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ใจบุญหลายต่อหลายท่านช่วยเหลือสนับสนุนด้านทุนการศึกษาตั้งแต่ชั้นมัธยมต้นจนจบปริญญาเอก และการตอบแทนคุณท่านที่ดีที่สุดที่เราคิดนอกเหนือไปจากการเป็นคนดีก็คือการสานต่อเจตนารมณ์ของท่านเหล่านั้นด้วยการ 'ให้' ต่อนั่นเอง)

"อยากดังเหรอ?"
"ไม่ใช่ ฉันชอบชีวิตที่เงียบสงบ ทุกคนในบ้านก็รู้ดี"

"อวดรวยเหรอ?"
"เปล่า..ทุกคนในหมู่บ้านรู้ดีว่าเราเคยยากจนแค่ไหน และตอนนี้ก็แค่พอมีพอกิน"

"เดี๋ยวมีคนเขม่นทำไง?
"ปล่อยเขา"

"มีเงินเยอะแล้วหรือถึงจะให้?
"ไม่หรอก....ก็แค่อยากให้เท่าที่ให้ได้"

"ทำไมไม่เก็บเงินไว้ซื้อที่ดิน ปลูกบ้านใหม่ก่อน?"
"บ้านหลังนี้ก็ยังอยู่ได้ ไม่อยากรอ"

"ทำไมไม่เก็บเงินไว้ใช้ยามแก่เฒ่า ลูกเต้าก็ไม่มี ใครจะเลี้ยง"
"ไม่รู้จะอยู่จะอยู่ให้แก่หรือเปล่า หากได้แก่จริงก่อนแก่จะไปช่วยงานบ้านพักคนชรา และจะขอเขาอยู่ด้วย ;)"

"ทำไม่รอให้เป็นอิสระทางการเงินก่อน? (ตอนนั้นยังผ่อนบ้าน ผ่อนรถ)"
"ถ้างั้นคงไม่ได้เริ่มสักที เพราะเดี๋ยวอยากซื้อบ้านใหม่ซื้อรถใหม่ทำไง"

"ทำทานแบบนี้เบียดเบียนตัวเองไหม?"
"ไม่นะ...เพราะเรายังพอมีเหลือบ้างให้คนอื่น"

"ถ้าตกงานล่ะ?"
"หยุดให้"

ฯลฯ

กว่าจะให้ได้...ไม่ง่ายเลย แต่พอได้ให้ไปแล้ว คำถามเหล่านั้นก็กลายเป็นอดีตไป จากจุดเริ่มเมื่อหลายปีก่อนด้วยน้ำพักน้ำแรงและเงินเดือนจากคนในครอบครัวช่วยกัน กองทุนของครอบครัวเราได้ช่วยสนับสนุนนักเรียนเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ และปีการศึกษานี้เราได้มอบทุนการศึกษาทั้งหมดจำนวน 88 ทุนทั้งแบบต่อเนื่องและรายปี นับเป็นความภูมิใจและปิติยินดียิ่งของทุกคนในบ้าน

เราคุยกันว่าจะทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ เท่าที่เรายังทำได้ ถึงแม้เงินส่วนนี้จะเป็นหนึ่งในรายจ่ายแต่เราไม่คิดว่ามันเป็นการจ่ายแต่เป็นการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน คนที่มองบางคนอาจไม่รู้สึกรู้สาอะไร บางคนอาจอนุโมทนา บางคนก็อาจเบ้ปากใส่ก็ไม่เกี่ยวกับเรา คนที่รับหากเห็นว่าไม่มีประโยชน์ก็เป็นเรื่องของเขา แต่หากเขาเห็นว่ามีประโยชน์และมีความสุขเราก็ยินดี และสำหรับเราให้แล้วรู้สึกดี ให้แล้วมีความหมายสำหรับเรา ให้แล้วเรามีความสุข...แค่นั้นก็เพียงพอ

...เหมือนลุงคนนั้นคนที่เป่าขลุ่ยให้แม่น้ำฟัง...

...

...

มีความสุขต้อนรับวันหยุดค่ะ

ด้วยความนอบน้อม,

ปริม ทัดบุปผา

๒๘ กันยายน ๒๕๕๕

..

.

The Noble Land by Ron Korb

http://www.youtube.com/watch?v=PWNFPtR3HxM