
.
สำนักข่าว nytimes ตีพิมพ์เรื่อง In 'obesity paradox,' thinner may mean sicker = "อ้วนพลิกล็อค (paradox = เรื่องพลิกล็อค พลิกโผ ผกผัน ไม่ตรงไปตรงมา), ผอมไปทำป่วยบ่อย" = "อ้วนฟิตดีกว่าผอมไม่ฟิต", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
.
การศึกษาใหม่จากมหาวิทยาลัยนอร์ต เวสเทิร์น สหรัฐฯ พบว่า คนไข้เบาหวานที่มีน้ำหนักพอดี (อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน) มีโอกาสเสียชีวิตก่อนวัยอันควรมากเป็น 2 เท่าของคนไข้ที่มีน้ำหนักเกิน หรืออ้วน
.
การศึกษาก่อนหน้านั้นพบว่า คนไข้โรคเรื้อรัง คือ โรคหัวใจ หัวใจวาย ไตวาย(ได้รับการฟอกไต), สโตรค (stroke = กลุ่มโรคหลอดเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต), ความดันเลือดสูง เบาหวาน ฯลฯ ที่มีน้ำหนักเกิน หรืออ้วนปานกลาง มีแนวโน้มจะมีอายุยืนกว่าคนที่มีน้ำหนักพอดี (อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน)
.
ผลการศึกษาจากแคนาดาปี 2550, ติดตามไปกว่า 10 ปี พบว่า คนที่มีน้ำหนักเกินมีโอกาสเสียชีวิตก่อนวัยอันควรน้อยกว่าคนที่มีน้ำหนักพอดี
.
อ.ดร.นีล รูเดอร์แมน ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่อมไร้ท่อ จากมหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐฯ กล่าวว่า ผลการศึกษาที่ไม่ตรงไปตรงมาเหล่านี้ น่าจะเป็นผลจากการที่คนน้ำหนักปกติหลายคนเป็นกลุ่มอาการอ้วนลงพุง หรือเมทาโบลิค (metabolically obese normal weight) โดยไม่รู้ตัว
.
การสำรวจสุขภาพคนไทยครั้งที่ 4 ปี 2552 พบคนไทยอายุ 20 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มอาการอ้วนลงพุง (เมทาโบลิค) ซึ่งเพิ่มเสี่ยงโรคหัวใจ-ระบบไหลเวียนเลือด เบาหวาน ความดันเลือดสูง = 23.2%

กลุ่มอาการอ้วนลงพุง หรือเมทาโบลิควินิจฉัยจากการมีลักษณะต่อไปนี้ อย่างน้อย 3 ใน 5 ข้อได้แก่ [ NIH ]; [ HISRO ]
.
(1). ความดันเลือด > เท่ากับหรือมากกว่า 130/85 มม.ปรอท(สูง แต่ไม่ถึงเกณฑ์เป็นโรคความดันเลือดสูง)
.
(2). น้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร (fasting blood sugar / FBS) เท่ากับหรือมากกว่า 100 mg/dL (หน่วยมิลลิกรัม/เดซิลิตร = มก./100 มิลลิลิตร)(สูง แต่ไม่ถึงเกณฑ์เป็นเบาหวาน)
.
(3). โคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ต่ำ > ผู้ชายต่ำกว่า 40 mg/dL; ผู้หญิงต่ำกว่า 50 mg/dL (หน่วยมิลลิกรัม/เดซิลิตร = มก./100 มิลลิลิตร)
.
(4). ไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง > เท่ากับหรือสูงกว่า 150 mg/dL
.
(5). อ้วนลงพุง วัดได้จากการมีเส้นรอบเอวเกินเกณฑ์ > เกิน 90 เซนติเมตรในผู้ชาย, เกิน 80 เซนติเมตรในผู้หญิง
.

.
ภาวะ-กลุ่มอาการอ้วนลงพุง ทำให้ไขมันสะสมบริเวณส่วนกลางลำตัว เช่น ไขมันเกาะตับ ไขมันสะสมในช่องท้อง-หลังช่องท้อง ฯลฯ และปล่อยสารก่อการอักเสบเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น
.
ไขมันในภาวะ-กลุ่มอาการอ้วนลงพุงเป็นไขมันที่ "อยู่ไม่สุข" โดยการปล่อยสารก่อการอักเสบเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดการอักเสบที่ผนังหลอดเลือดทั่วร่างกาย เปรียบคล้ายเป็นถ่านที่คุกรุ่น
.
ไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนัง เช่น ไขมันใต้ผิวหนังบริเวณเอวส่วนล่าง-ขาท่อนบน ฯลฯ เป็นไขมันที่ "อยู่สุข" หรือไม่ปล่อยสารก่อการอักเสบเข้าสู่กระแสเลือด
.
คนเราจะมีน้ำหนักทั่วตัวเกินหรือไม่ อ้วนหรือไม่, ส่วนใหญ่ขึ้นกับปริมาณกำลังงาน หรือแคลอรีรวมจากอาหารที่กินเข้าไป
.
กินน้อย-ตัวหนักน้อย, กินมาก-ตัวหนักมาก
.
ไขมันอ้วนลงพุง หรือไขมันเกาะตับ-ไขมันช่องท้อง/หลังช่องท้อง มักจะขึ้นกับระดับความฟิต (fitness) หรือความแข็งแรง
.

.
ยิ่งออกแรง-ออกกำลังน้อย-ยิ่งเพิ่มเสี่ยงอ้วนลงพุง
.
ศ.แมคออเลย์ จากมหาวิทยาลัยวินสตัน-ซาเลม สเตท สหรัฐฯ กล่าวว่า การศึกษาที่ผ่านมาส่วนใหญ่ เช่น โครงการศึกษาหัวใจฟรามิงแฮมที่ติดตามกลุ่มตัวอย่างหลายพันคนมาตั้งแต่ช่วงปี 1940s = 1940-1949/2483-2492 วิเคราะห์ข้อมูลจากน้ำหนัก แต่ไม่ได้นำปัจจัยสำคัญ คือ การออกแรง-ออกกำลัง และระดับความฟิต (fitness) เข้าไปวิเคราะห์
.
การศึกษาจากสถาบันคูเปอร์ ดัลลัส และมหาวิทยาลัยซิดนีย์ พบว่า คนที่อ้วนฟิตมีสุขภาพดีกว่าคนที่ผอม-ไม่ฟิต
.
การออกแรง-ออกกำลังส่วนใหญ่ไม่ได้ทำให้น้ำหนักลด ทว่า... ช่วยลดภาวะไขมันเกาะตับ ช่วยลดอ้วนลงพุง หรือไขมันในช่องท้อง-หลังช่องท้อง ทำให้สุขภาพดีขึ้นในระยะยาว
.
ไม่ว่าท่านจะอ้วนหรือไม่, เรื่องที่น่าจะต้องรีบอย่างยิ่ง คือ เปลี่ยนจากผอมไม่ฟิตเป็นผอมฟิต, จากอ้วนไม่ฟิตเป็นอ้วนฟิต
.
เพราะความฟิตจะช่วยลดไขมันเกาะตับ ไขมันสะสมในช่องท้อง-หลังช่องท้อง ทำให้สุขภาพดีขึ้นได้ในระยะยาว
.

.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.

- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 20 กันยายน 55. ยินดีให้ท่านนำบทความไปใช้ได้ โดยอ้างที่มา(ลิ้งค์มาที่บล็อก) และไม่จำเป็นต้องขออนุญาต... ขอบคุณครับ > CC: BY-NC-ND.
- ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง จำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
>