ทุกข์ในสุข

การเลี้ยงดู การดูแล การเอาใจใส่

คำเหล่านี้มันเกิดมาจากภาระ ที่ผู้เป็นพ่อและแม่ทุกคน ต่างตั้งใจ และปฏิบัติเพื่อให้ลูกของตนเองเป็นคนที่ดีในสังคมปัจจุบันที่แสนจะซับซ้อน และ วุ่นวาย ตามกระแสของโลกที่พัฒนาขึ้น ยิ่งมีเทคโนโลยี ระบบสัมผัสของ คุณสตีพ จอบ ด้วยแล้ว ทำให้อะไร ๆ เป็นเรื่องง่ายไปหมดสำหรับเด็กๆ ที่จะเรียนรู้ความเปลี่ยนแปลงและการเกิดขึ้นในสิ่งใหม่ๆในโลกนี้

สำหรับลูกผมแล้ว ทั้งสองคน ซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงทั้งคู่ อายุ 9 ขวบ และ 11 ขวบกำลังเป็น แบบที่ปั้นได้ทั้งคู่เลย ทั้งสองคนมีนิสัยแตกต่างกันมาก คนโต จะเป็นแนวหญิงๆ ชอบความสวยงาม รักสบาย ไม่ชอบการบังคับ นิสัยดุๆบ้าง อารมณ์รุนแรงเมื่อมีการขัดใจ

ส่วนคนเล็ก จะมีนิสัยรักเรียน เป็นคนมีเหตุมีผลมากๆ ช่างซัก ช่างถาม มีวินัยในตนเองสูง ประหยัด มัธยัต กลัวความพ่ายแพ้และไม่ชอบการลงโทษ

ด้วยความแตกต่างกันของทั้งสองคนนี้ ที่ผ่านมาผมไม่ค่อยใส่ใจในความเป็นไปของเขาทั้งสองคนเท่าไร คิดว่าเรามีหน้าที่หาเงิน ก็หาไป ส่งเสียเลี้ยงดูให้ดีที่สุดตามฐานะที่พอจะทำได้ พอว่างผมก็จะพักผ่อนกับโลกส่วนตัวของผม ในวันหยุด ส่วนลูกก็จะอยู่ในการดูแลของครูสอนพิเศษไป

ผลปรากฏว่า เป็นความลำบากใจในนิสัยพฤติกรรมของเด็กทั้งสองคนมาก คนโตมีนิสัยที่เบี่ยงเบนไปในทางที่ดูจะควบคุมยาก ลักษณะเหมือนจะเกเร เพราะถูกเปรียบเทียบกันน้องที่เรียนเก่งกว่า รับผิดชอบชีวิตได้ดีกว่า ส่วนคนเล็กก็มีลักษณะของการแพ้ไม่เป็น

หลังจากนั้นมาที่ผมเห็นความยากลำบากนี้ มีผู้ใหญ่หลายท่าน แนะนำการใช้ชีวิตให้ผมฟัง ผมลองเปลี่ยนวิถีชีวิตและมุมมองของผมดู และมันก็เป็นผลที่น่าจะเป็นบทเรียนให้กับคนอื่นๆได้บ้าง ดังนี้ครับ

ผมจะอยู่กับเขามากขึ้นเล่นกันพูดคุยกัน พากันไปห้องสมุดของเทศบาลพิษณุโลกที่มีสื่อดีๆและดึงดูดความสนใจของเด็กๆมาก ข้างทางคนเดินถนน เหตุการณ์ต่างนำมาเป็นบทเรียนชีวิต กับข้าวของกินก็ง่ายๆ บ้าง บางมื้อก็เข้าร้านที่ชอบบ้างโดยเน้นเหตุผลและการปฏิบัติตัวของเด็กๆหาซื้อกับข้าวและขนมหรือผลไม้เพื่อไปทำบุญที่วัดวังหินในตอนเช้าวันอาทิตย์ ช่วยพ่อทำความสะอาดบ้าน ช่วยล้างจาน พับผ้าและถุงเท้าให้พ่อเตรียมไปทำงานเวลานอนถ้าอากาศไม่อบอ้าวมาก ก็ไม่อนุญาตให้เปิดแอร์ ใช้พัดลมเพื่อประหยัดไฟ ก่อนนอนก็เล่นเกมส์ด้วยกันบ้าง เล่นดนตรีให้เขาฟังบ้างผลัดกันเล่านิทาน สวดมนต์ด้วยกัน

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือผมมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก เหนื่อย อยากนอนตอนบ่ายวันอาทิตย์และวันเสาร์ก็ทำไม่ได้ ตอนออกกำลังกายตอนเย็น ก็ไม่ได้เต็มที่ต้องคอยเล่นไปพร้อมกันกับลูกๆ แต่ในใจผมมีความสุขมากๆ ได้ใช้เวลาอยู่กับเขาอย่างเต็มที่ นิสัยเด็กๆดีขึ้นมาก มีเหตุผลดีขึ้นรับอะไรได้ดีขึ้น ความอ่อนโยนในวัยเด็กเริ่มปรากฏออกมา

ใช่แล้วผมยังสามารถดัดแปลงปรับแต่งพฤติกรรมของเขาได้ ความสุขที่ได้รับมากมายเหลือเกินกับคำว่าเวลาพักผ่อนส่วนตัวของพ่อ การหาทรัพย์สินเงินทองอย่างเดียวช่วยไม่ได้ ผมใช้เวลาที่มีอยู่กับเขา มันเกิดผลได้มากมายเหลือเกิน

และเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน 2555 ก่อนนอนเราเล่นเกมส์กันเล็กน้อย และลูกสาวคนเล็กขอให้ผมเป็นเป้าส่วนเขาใส่นวมวิ่งไล่ชกผม คนโตอ่านหนังสือการ์ตูน จากนั้นคนเล็กขอเล่นการ์ดพลังของเด็ก จนพอสมควรเราก็ให้เข้าวิชาการบ้าง คนโตอ่านภาษาจีน 3บท คนเล็กอ่านตำราสมุนไพร ที่เพิ่งไปเดินเลือกซื้อมา 2 บท จากนั้นก็ขอให้สวดมนต์พร้อมกัน คนโตขอเป็นคนนำสวด ด้วยความร้ายและเจ้าเล่ห์ เขาแกล้งสวดมากๆ หลายบท พอจบ น้องคนเล็กเขาบอกว่า วันนี้เดี๋ยวหนูจะเทศน์ให้ฟัง แล้วเขาก็เทศน์ เรื่องทุกข์ในสุข และสุขในทุกข์ โดยบอกว่าวันที่ที่ร้านอาหารใน Central เขาชอบมาก และกินอย่างมีความสุข แต่สุดท้ายเขาอิ่มมากๆจนรู้สึกอึดอัด จนเป็นทุกข์

ผมฟังแล้วก็แอบยิ้มและภาคภูมิใจมากๆว่า อย่างน้อยในวันนี้ ณ จุดนี้ เขาเองก็มีภูมิคุ้มกันตัวเองได้ในระดับหนึ่งแล้ว คิดเองจากชิวิตประจำวัน เป็นธรรมะที่เหมาะกับตัวเขา ผมรู้สึกว่าเป็นพ่อที่โชคดีจริงๆ ที่มีเขาทั้งสองคนมาให้ดูแลและสั่งสอนได้ในวันนี้ สำหรับคืนวันนี้ก็จบโดย ผมขอให้ลูกสาวคนโตเทศน์บ้าง เขาก็จัดมาเป็นเรื่องบุญคุณของพ่อแม่ แล้วก็ปิดไฟนั่งทำสมาธิก่อนนอนกัน