รู้จัก “สวนผักคนเมือง” เมื่อผักปลูกได้ทุกที่

รู้จัก “สวนผักคนเมือง” เมื่อผักปลูกได้ทุกที่

หายหลบฝนมาพักหนึ่ง แต่ก็ไม่ลืมจะมีอะไรมาฝาก วันนี้ทีมงาน “กระจายสุข”มีอีกโครงการดีๆมาแนะนำ ซึ่งรับรองว่าใครที่ได้อ่าน
โดยเฉพาะกับผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเมือง เป็นต้องสนใจแน่ๆ

 

โครงการที่ขอเล่าให้ฟังในหนนี้มีชื่อว่า โครงการ “สวนผักคนเมือง” ซึ่งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทำร่วมกับ มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ซึ่งจะให้การสนับสนุนทุนโครงการขนาดเล็กจำนวนประมาณไม่เกิน 50 โครงการ และใช้วงเงินไม่เกิน 35,000 บาท เพื่อร่วมกันปลูกผักต่างๆ จะเป็นผักสวนครัว สมุนไพร ไม้ดอก ฯลฯ แบบไม่ใช้สารเคมี ทั้งนี้กิจกรรมได้ล่วงเลยเข้าสู่ระยะที่ 3 (ก.ย.55-ต้นปี 57)

 

โดยกลุ่มที่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้นั้น จะเป็นกลุ่มบุคคล โรงเรียน วัด มัสยิด โบสถ์ สถานศึกษา ชุมชน รวมถึงหน่วยงานหรือองค์กรเอกชนต่างๆ ที่รวมตัวกันอย่างน้อย 5 คน และมีพื้นที่ดำเนินการอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ได้แก่ นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม หรือพื้นที่ชุมชนเมืองภาคกลาง ในจังหวัดลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง ราชบุรี และชุมชนเมืองในจังหวัดฉะเชิงเทรา และชลบุรี โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินงาน7-8 เดือน

 

ทั้งหมดนั้นก็เพื่อสนับสนุนและสร้างแหล่งเรียนรู้ให้มีรูปแบบและหลักสูตรที่หลากหลายสอดคล้องกับวิถีคนเมือง สร้างเครือข่ายคนปลูกผักเพื่อให้เกิดพลวัตรความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตคนเมือง รณรงค์สาธารณะเพื่อสร้างความคิดเรื่องการพึ่งตนเอง การบริโภคที่เกื้อกูลต่อสิ่งแวดล้อมและการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในสังคม

 

“วีรพงษ์ เกรียงสินยศ” กรรมการบริหารแผนสนับสนุนโครงการเปิดรับทั่วไปและนวัตกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ท้าวความว่า การปลูกผักสวนครัวไว้บริโภคในครัวเรือนถือเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของคนไทยมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษแล้ว แต่หลายสิบปีที่ผ่านมาวิถีชีวิตของคนไทยเริ่มเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะสังคมเมืองที่คนส่วนใหญ่หันมาพึ่งพาตลาด ฝากท้องกับการซื้อกินมากขึ้น “แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็ได้มีการคิดค้นนวัตกรรมการปลูกผักใหม่ๆ หลายรูปแบบที่สอดคล้องกับข้อจำกัดของคนเมืองโดยเฉพาะด้านพื้นที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำเกษตรบนพื้นปูน การทำสวนผักดาดฟ้า การทำสวนแนวตั้ง หรือสวนลอยฟ้า นอกจากนี้ หากพิจารณาดีๆ ยังพบว่าในเมืองยังมีพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างอย่างไร้ประโยชน์จำนวนไม่น้อย ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นสวนผักได้” ผลพวงที่ได้รับนั้นทำให้มีอาหารปลอดภัยไว้บริโภคเองแล้ว การปลูกผักไว้บริโภคเองยังมีส่วนช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือน ทำให้พึ่งตนเองทางอาหารได้มากขึ้น ที่สำคัญกิจกรรมปลูกผักยังก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านความสัมพันธ์ ซึ่งมีผักเป็นตัวสานสายใยทั้งระหว่างคนในครอบครัว ชุมชน หน่วยงาน และสังคม ประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่าง การนำทรัพยากรเหลือใช้ในท้องถิ่น รวมถึงขยะในครัวเรือนมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด 

สำหรับในระยะที่3 “สุภา ใยเมือง” ผู้อำนวยการมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน
ผู้จัดการ “สวนผักคนเมือง” บอกว่า นอกจากการสานต่อกิจกรรมที่มีอยู่ให้แข็งแกร่งมากขึ้นแล้ว นี้ยังเน้นด้านนวัตกรรม ด้วยการสร้างวิธีการทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ เช่น ในพื้นที่เขตเมืองย่านเขตมีนบุรี-หนองจอก ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำจะต้องมีการสำรวจ และปรับปรุงหาวิธีการเฉพาะตัวพัฒนาพื้นที่การเพาะปลูกให้เหมาะสมกับตนเอง หรือในชุมชนแออัดที่มีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมก็จะต้องมีวิธีจัดการที่สอดคล้องกับปัญหา “กิจกรรมระยะที่3จะใช้เวลากว่า 1ปี โดยมีเป้าหมายการสร้างกลุ่มชุมชนเข้าร่วมเครือข่ายประมาณ30โครงการ เพิ่มเติมจาก2ระยะแรก ที่พัฒนาไปแล้วกว่า90โครงการ” ใครสนใจรับชมข้อมูลได้ที่ “โครงการสวนผักคนเมือง” www.thaicityfarm.com หรือ เข้าที่เฟสบุ๊คพิมพ์ “สวนผักคนเมือง” ได้เลยจ้า

ภาพมาจากเว็ป www.thaicityfarm.com