เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา
***** หากจะกล่าวถึงเรื่องเทคโนโลีสารสนเทศเพื่อการศึกษา เรื่องราวของดิฉันคงจะแปลกกว่าท่านผู้รู้อื่นๆ บ้าง เพราะจากประสบการณ์ก่อนที่จะทำงานด้านสื่อฯ เคยเป็นครูสอนมากว่า 10 ปี สมัยนั้นเทคโนโลยีกำลังแพร่หลาย แต่ก็ยังไม่ทันสมัยมากนัก คอมพิวเตอร์มีบางครอบครัวต่างกับปัจจุบันที่มีคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 1 เครื่อง
ดิฉันสอนวิชาภาษาอังกฤษและคริสตศาสนา ในระดับประถมและมัธยม เนื่องจากสอนในเครือโรงเรียนคาทอลิกจึงมีการสับเปลี่ยนย้ายไปตามที่ต่างๆ ทำงานหลายโรงเรียนสถิติจำนวนนักเรียนอาจไม่คงที่ แต่หลักๆ คือสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษาและภาษาอังกฤษเสริมระดับมัธยม และวิชาคริสตศาสนาสำหรับมัธยม
เนื่องจากสอนเด็กในหลายระดับชั้นและหมุนเวียนไปหลายที่ ใน 4 จังหวัด สกลนคร อุดรธานี นครพนม และมุกดาหาร แต่การนำเทคโนโลยีมาใช้ยังทำได้บางอย่าง ส่วนใหญ่จะเป็นการสืบค้นข้อมูลจากเว็บไซต์ หรือนำเสนอเป็นพาวเวอร์พอ้ยท์ ทำไฟล์ภาพและเสียง สร้างไฟล์วิดีโอ สมัยนั้นเพียงเท่านี้ก็ถือว่าดึงดูดความสนใจนักเรียนได้มากทีเดียว เพราะนอกจากนักเรียนจะสนุกสนานเพลิดเพลินกับการเรียนแล้ว ยังสร้างความตื่นเต้น สร้างแรงจูงใจ และผลพลอยได้คือผู้สอนไม่เหนื่อยมากค่ะ
ปัจจุบันแม้ไม่ได้อยู่ในแวดวงของการจัดการเรียนการสอน แต่อยู่ในเครือข่ายการประสานงาน ที่สำคัญเครือข่ายออนไลน์ระหว่างดิฉันกับเด็กๆ ที่เคยสอน ยังคงต่อเนื่องมาเรื่อยๆ บ่อยครั้งได้สอน ให้ข้อคิดผ่านสื่อออนไลน์ หากโอกาสเหมาะก็แชทคุยกัน เนื่องจากไม่เพียงทำหน้าที่สอนเท่านั้นแต่ยังเป็นผู้ดูแลนักเรียนประจำ จึงคล้ายๆ กับแม่คนที่สองของเด็กๆ บ่อยครั้งพวกเขาจะโทรหรือแชทเพื่อปรึกษาปัญหา ไม่ว่าเรื่องเรียน เพื่อน ความรัก ฯลฯ ดิฉันจึงคิดว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้สามารถประยุกต์ได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่นที่ใช้ในปัจจุบัน
ส่วนปัญหาที่อยากนำเสนอนั้น ขอกล่าวเพียงเรื่องเดียวคือ ไม่ว่าจะนำเทคโนโลยีใดๆ มาช่วยสอน ควรนำเสนอให้ทุกแง่มุมโดยเฉพาะผลเสียหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ บ่อยครั้งที่เทคโนโลยีถูกนำเสนอเพียงด้านเดียว เด็กๆ เยาวชน หลายคนอาจมองข้ามหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้นไม่ว่าจะเลือกใช้เทคโนโลยีชนิดใด ควรเลือกใช้ที่คุ้มค่า เหมาะสมกับตัวเอง เห็นทั้งประโยชน์และโทษ เหมือนเหรียญที่มี 2 ด้าน ดังเช่นมนุษย์ที่มีทั้งความดีและความชั่ว การรู้จักเลือกเฉพาะส่วนดีมาเป็นแบบอย่างย่อมเกิดผลคุ้มค่ายิ่งนัก
เครื่องมือใดๆหากรู้จักใช้ย่อมเกิดประโยชน์ทั้งสิ้นนะคะ และการตระหนักถึงภัยอันตรายของเครื่องมือก็ทำให้มีความระมัดระวังขึ้นนั่นเอง
สวัสดีครับ ในยุดข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน เราคงปฏิเสธสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไม่ได้ แต่ทำอย่างไรให้ผู้ใช้หรือผู้บริโภคมีการเลือกใช้อย่างมีสติ โดยเฉพาะการนำมาใช้เพื่อการเรียนรู้ของเด็ก เพราะกลุ่มคนเหล่านี้เรียนรู้ได้เร็วมาทั้งสื่อดีและสื่อไม่สร้างสรรค์ จึงควรที่ผู้ใหญ่ไม่ควรมองข้ามครับ
เป็นข้อคิดที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับผู้สอนนะคะ