ทั้งบุญและกุศล นับว่าเป็นคำฝาแฝดเกิดคู่กันมานมนานเท่าอายุพระพุทธศาสนา บุญก่อให้เกิด “ความสุขใจ” กุศล ทำให้เกิด “ความสว่างใจ” อย่างแรกเป็น Emotional อย่างที่สองเป็น Intellectual

วันพระอยู่คู่กับปฏิทินมาตั้งแต่เริ่มประวัติศาสตร์ชาติไทย ศัพท์ทางธรรมะเรียกวันนี้ว่า “วันธัมมัสสวนะ” แปลตรงตัวว่า “วันฟังธรรม” ส่วนใหญ่เราจะนึกถึงวันพระในบรรยากาศของการทำบุญตักบาตร ได้รับพรและกรวดน้ำอุทิศไปให้กับญาติผู้ล่วงลับหรือสรรพสัตว์ทั้งหลาย กลุ่มบุคคลที่ไปก็มักจะอยู่ในวัยชราเสียเป็นส่วนใหญ่ มีหนุ่มเหน้าสาวน้อยแซมบ้างแต่ไม่มากนัก

บางคนถือโอกาสเอาวันพระไปทำบุญแต่ไม่ได้อยู่รอจนพิธีเสร็จ เพราะต้องรีบไปทำงาน ด้วยเหตุว่าวันพระไม่ได้ตรงกับวันหยุดเสาร์อาทิตย์เสมอไป เรียกว่ากิจกรรมที่ชาวพุทธทำในวันพระจุดเน้นจะไปอยู่ที่การทำบุญตักบาตรหรือการถวายของแก่พระ แต่แก่นของวันพระกลับถูกมองข้าม  “วันฟังธรรม” ฟังดูก็รู้ว่า “จะมีพระมาสาธยายธรรมโดยมีผู้ฟังเป็นญาติโยมที่มาร่วมทำบุญ”  

เมื่อได้ตักบาตรถวายอาหารแก่พระสงฆ์แล้วรับพร กรวดน้ำ เกิดปีติ โสมนัสยินดี มีความสุข นั่นเป็นอาการของสิ่งที่เรียกว่า “บุญ”

เมื่อฟังพระท่านเทศน์ (แสดงธรรม) แล้วคิดใคร่ครวญพิจารณาตามจนเกิดความสว่างใสทางปัญญา นั่นเราเรียกว่า “กุศล”

ทั้งบุญและกุศล นับว่าเป็นคำฝาแฝดเกิดคู่กันมานมนานเท่าอายุพระพุทธศาสนา บุญก่อให้เกิด “ความสุขใจ” กุศล ทำให้เกิด “ความสว่างใจ” อย่างแรกเป็น Emotional อย่างที่สองเป็น Intellectual

เรื่องของ EQ และ IQ นัยว่ามีจุดเริ่มต้นมาจากกิจกรรมที่จัดกันในวันพระนี่เอง นี่เป็นข้อสันนิษฐาน

แม้แต่คำว่า “ธรรมาสน์” ก็เป็นวัตถุที่สะท้อนความหมายของวันธัมมัสสวนะได้เป็นอย่างดี เพราะคำว่า “ธรรมาสน์” แปลตรงตัวว่า “ที่สำหรับพระนั่งแสดงธรรม” การแสดงธรรมจึงเป็นภาระกิจหน้าที่ของพระโดยปริยาย จึงไม่แปลกหากพระท่านจะชอบ”ธรรมาสน์” (อ่านว่า...ทำมาด..) เพราะมันเป็นเครื่องมือในการทำภาระกิจ

ขอย้อนกลับไปยัง “บุญกุศล” อีกครั้ง คำสองคำนี้ สะท้อนความเป็นพระพุทธศาสนาได้เป็นอย่างดี

บุญ คือความดีงามที่เปี่ยมล้นออกมาจากใจสู่สาธารณ์ชน

ก่อนการตรัสรู้ ในขณะที่พระพุทธองค์ประทับนั่ง ณ โพธิบัลลังก์ มีพญามารพร้อมลูกสมุนทั้งหลายมารุกรานขับไล่ด้วยท่าทีและถ้อยคำต่างๆ นาๆ ดังเราจะเห็นได้จากภาพพุทธประวัติที่มีทั้งพญามารและลูกน้องพร้อมอาวุธครบมือมาเผชิญหน้าพระพุทธองค์อยู่ แล้วจู่ๆ แม่พระธรณีก็ออกมาบีบมวยผม ที่ปลายมวยผมมีน้ำหลั่งไหลออกมาจนเนิงนองท่วมทับเหล่ามารพวกนั้นจนเป็นอุปสรรคต่อภาระกิจที่กำลังปฏิบัติการอยู่ ตอนแรกพญามารคิดว่า “เอาอยู่” แต่ “น้องน้ำ” กลับรวมตัวกันอย่างทรงพลัง ในที่สุดก็เอาไม่อยู่จนต้องถอยทัพกลับไป

การปรากฏภาพเหล่านั้นทั้งหมด หลวงพ่อพุทธทาสวิเคราะห์ให้ฟังอย่างลึกซึ้งว่า “เป็นบุคลาธิษฐาน” คือเป็นภาพเป็นเหตุการณ์ที่ซ่อนเร้นนัยยะสำคัญแห่ง “ธรรมาธิษฐาน”

พญามารมีนัยยะหมายถึง “ความคิดปริวิตกกังวล ความคิดท้อถอยในการบำเพ็ญบารมี” มารก็คือพลังคิดฝ่ายลบ ฝ่ายที่จะทำให้หยุดกระบวนการการตรัสรู้กลางคัน เพราะตอนนั้นยังทรงเป็นแค่พระโพธิสัตว์ที่ยังไม่หลุดพ้นจากบ่วงแห่งกิเลสมารทั้งปวง

การปรากฏตัวของพระแม่ธรณีบีบมวยผม คือ น้ำพระทัยของพระองค์ที่มีต่อชาวโลกว่า “หากผ่านค่ำคืนนี้ไม่ได้ในฐานะผู้มีชัยเหนือกิเลสแล้ว ชาวโลกยังจะต้องมืดมนในจิตใจกันต่อไป”

ตราบจนรุ่งสาง พระองค์ก็หลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง จนได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า “The Enlightened One”  คือ ผู้รู้(ความจริง) ผู้ตื่น (จากการถูกครอบงำของกิเลส) ผู้เบิกบาน (ผลลัพธ์อันเป็นสุขจากการเป็นผู้รู้และผู้ตื่น)

พระแม่ธรณีบีบมวยผม เป็นอะไรไปอื่นไม่ได้นอกเสียจาก “น้ำพระทัยสู่สาธารณ์” ที่เราเรียกว่า “บุญ” เป็นสุขทั้งผู้ให้และผู้รับ

หลังจากนั้น ตลอด ๔๕ พรรรษา ในฐานะของพระพุทธเจ้าพระพุทธองค์ทรงทำหน้าที่เป็นครูของโลกด้วยการจาริกไปตามเมืองและชุมชนใหญ่น้อยทั้งหลายเพื่อให้การศึกษาแก่ผองชนที่ยังเป็นละอ่อนทางสติปัญญา

ด้วยความวิริยะพากเพียรที่เปี่ยมด้วยเมตตา พระพุทธองค์ได้ติดอาวุธทางปัญญาให้กับชนทุกหมู่เหล่าอย่างไม่เลิกเผ่าพันธุ์และสายพันธุ์ จนรวบรวมหัวข้อธรรมได้ถึง ๘๔,๐๐๐ ข้อ เป็นหนังสือที่มีขนาดความหนากว่าวิทยานิพนธ์ทั่วไปถึง ๔๕ เล่ม นี่แปลเป็นอื่นไม่ได้นอกเสียจากการให้ความสำคัญกับคำว่า “กุศล” ซึ่งมีความหมายว่า “ฉลาดรู้”

วันนี้เป็นวันพระ อย่าลืมว่าสิ่งที่ท่านควรจะได้เมื่อไปวัดแล้วก็คือ “บุญกุศล”

บุญ คือ ความสุขใจ

กุศล คือ ความสว่างใจ

                .....................................................

ขอให้สุขสันต์ สงบ พบสุขในวันพระจงทั่วกันเทอญ