เรียนรู้จาก รายงาน คอป. บอก “ความจริง” ในเหตุการณ์ก่อความไม่สงบ เม.ย. - พ.ค. ๒๕๕๓
รายงานของ คอป. อ่านได้ ที่นี่ คนไทยทุกคนควรได้อ่านรายงานนี้ทุกฉบับ จะได้ความรู้เป็นอันมาก แล้วควรอ่านปฏิกิริยาของฝ่ายต่างๆ ที่นี่ จะได้เข้าใจมายาในสังคมของเรา
ผมขอเชิญชวนให้อ่าน สาส์น จากประธาน คอป. ที่นี่ จะได้ความรู้ที่ประเทืองปัญญาเป็นอันมาก ที่สำคัญคือ เป็นข้อความที่ไม่เข้าใครออกใคร คือไม่มีฝ่าย มุ่งบอกความจริงตามที่ท่านประธาน คอป. ดร. คณิต ณ นคร เห็น
ย้ำนะครับ คนไทยทุกคนควรได้อ่าน สาส์น จาก ดร. คณิต ณ นคร เพื่อจะได้เข้าใจรากเหง้าของการเกิดความไม่สงบในบ้านเมืองครั้งนี้ คือการที่สังคมไทยยึดคนมากกว่าหลักการณ์ และเป็นสังคมอุปถัมภ์ และไม่มีระบบยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งคนไทยมีแนวความคิดทางอำนาจนิยมสูง
ผมชอบที่ท่าน ดร. คณิต ณ นคร ยกตัวอย่างกรณี อดอล์ฟ ฮิตเล่อร์ เพราะผมรู้สึกว่าการเมืองในประเทศไทยในขณะนี้ ก็ใช้ยุทธศาสตร์ทำนองเดียวกันกับสมัยฮิตเล่อร์ เช่นยุทธศาสตร์ขบวนการเสื้อแดง เทียบได้กับขบวนการเชิ๊ร์ตดำ ของฮิตเล่อร์
ผมชอบ ที่ คอป. ทำงานวิจัย เพื่อหาสารสนเทศ ประกอบการทำงาน โดยทำวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจรัฐกับอำนาจทหาร เสียดายที่ผมหารายงานผลการวิจัยดังกล่าวไม่พบ ทาง อินเทอร์เน็ต
มองจากหลักการทำความเข้าใจปัญหาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ต้องสาวไปให้ถึง “root cause” ให้ได้ สาส์น ของ ประธาน คอป. นี้ ได้ให้ภาพ root cause อย่างชัดเจนยิ่ง
ย้ำว่า ต้องอดทนอ่าน สาส์น ฉบับนี้ อย่างละเอียด เพื่อจะได้เข้าใจต้นเหตุของปัญหาของสังคมไทยในขณะนี้อย่างแท้จริง ตามความเห็นของคนที่เป็นกลาง น่าเชื่อถือได้
ผมชื่นชมและเคารพ ศ. ดร. คณิต ณ นคร อย่างยิ่ง ที่ท่านเขียนว่า “ปัญหาในสังคมเราที่เกิดขึ้นและดํารงอยู่ตลอดมา คือ ปัญหาที่เกิดจากกฎหมาย จากนักกฎหมาย และจากการศึกษากฎหมาย”
ใน ลิ้งค์ เดียวกันกับ สาส์น จากประธาน คอป. มีบทความเรื่อง ความปรองดอง คอป. เนรมิตไม่ได้ โดย มานิจ สุขสมจิตร ผู้เป็นกรรมกร คอป. ท่านหนึ่งอยู่ด้วย ผมขอเชิญชวนคนไทยทุกคนให้อ่านเอกสารชุดนี้ด้วยการพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อเข้าใจสภาพการเมืองในปัจจุบันของประเทศ
วิจารณ์ พานิช
๒๒ ก.ย. ๕๕
เรียน ท่านอาจารย์ที่เคารพ ผมได้อ่านความจริงจาก คอป.แล้ว และวิเคราะห์ตามเหตุและผลแล้วว่าท่านคณิต ท่านได้ทำงานอย่างเสียสละด้วยความจริงใจ แต่จะให้บุคคลใดรับไม่ได้กับข้อมูลดังกล่าวก็เป็นเรื่องตามมุมมองของแต่ะท่าน เพราะผลเสียหายที่เกิดขึ้นคือประเทศไทย มีคนเสียชีวิตทั้งสามฝ่าย ฝ่ายแรกและฝ่ายที่สองสนับสนุนการเมืองคนละขั้ว ฝ่ายที่สามคือประชาชนและเจ้าหน้าที่ของราชการที่ไปทำหน้าที่ปกป้องบ้านเมือง และประชาชนผู้ประกอบอาชีพอยู่ใกล้บริเวณชุมนุมต้องพลอยเสียชีวิตไปด้วย ผมเห็นว่าเมืองไทยของเราควรต้องพัฒนาคนไทยให้มีความรู้ ความเข้าใจการเมืองให้ดีพอครับ และควรเปรียบเทียบกับการเมืองที่สร้างคุณค่าให้แก่บ้านเมืองอื่นเขา เช่น ประเทศสิงค์โปร์ เพราะการเมืองเขาทำให้ประเทศเขาเจริญกว่าเราอีกครับ ทั้ง ๆ ที่เป็นประเทศเล็ก ๆ มีประชากรไม่มาก มีพื้นที่เท่ากับจังหวัดของเราจังหวัดหนึ่ง แต่บ้านเมืองเขาปลอดภัย จากยาเสพติด คดีอาญาชกรรมต่าง ๆ มีการคอรับชั่นน้อยมาก หรือเกือบไม่มีเลยก็ว่าได้ การศึกษาและการเมืองของประเทศเขาสอนให้คนของเขามีศักยภาพ ทำให้บ้านเมืองมีความเจริญและมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจเป็นอย่างดี ซึ่งแตกต่างกับประเทศไทยของเราที่ปัจจุบัน มีประชาชนที่ยอมรับการคอรับชั่นได้ ทั้ง ๆ ที่เงินเหล่านี้ก็มาจากค่าใช้จ่ายของประชาชนที่ได้เสียภาษีไปเป็นงบประมาณแผ่นดิน แต่พวกเรายอมให้มีการคอรับชั่น จนทุกวันที่ถนนหนทางเกือบทุกเส้นทาง ชำรุดบกพร่องอย่างรวดเร็ว เร็วกว่าอายุการประกันคุณภาพตามสัญญาที่ก่อสร้างไว้ ผมเชือว่าถ้าคนไทยเราปล่อยปละละเลยเรื่อง สิทธิในทางการเมืองอย่างนี้แล้ว ไม่ช้าเราคงต้องล่าหลังไปกว่าประเทศเวียดนามแน่นอนครับ
เรียนท่านอาจารย์ฯ ขณะนี้สังคมได้รับทราบผลของคอป.เฉพาะคนที่ติดตามข่าวสารเท่านั้นหรือชนชั้นกลางขึ้นไป แต่ในระดับรากหญ้าเค้าไม่ทราบรายละเอียดเหล่านี้เลยครับ เพราะฉะนั้นไม่ว่าผลของคอป.จะออกมาเช่นไร หากไม่มีการเผยแพ่อย่างกว้างขวาง ก็จะมีคนนำเฉพาะประเด็นที่เป็นประโยชน์กับตนออกไปบอกกับชาวบ้าน และจะมีความพยายามลากเอาคอป.ออกมาจากความเป็นกลางมาเป็นคู่กรณี เพื่อให้หมดความชอบธรรมและผลของรายงานของคอป.ก็จะหมดความเชื่อถือไปด้วย คงต้องดูว่าอดีตคอป.ทั้งหลายจะกระโจนลงสู่กับดักนี้หรือเปล่าเท่านั้นเองครับ