มนุษย์เราตอนนี้กำลังเห่ออนุรักษ์ธรรมชาติ หรือ บางทีก็เรียกกว่า สิ่งแวดล้อม ซึ่งลึกๆ แล้วเป็นการอนุรักษ์แบบ “เห็นแก่ตัว” กล่าวคือ กลัวตาย นั่นเอง ถ้าไม่คิดว่าจะต้องตายเพราะขาดสิ่งแวดล้อมก็คงไม่คิดอนุรักษ์กันหรอก
ผิดกับพระพุทธเจ้าที่อนุรักษ์เพราะไม่ต้องการเบียดเบียนพืชและสัตว์ ถึงกับห้ามฉี่ อึ รดราดลงบน “ของเขียว” ห้ามฉี่ อึ ลงในแม่น้ำลำคลองด้วย
การไม่เบียดเบียนกันเป็นทัศนคติที่ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเป็น “เพื่อนร่วมทุกข์” มีสถานะเท่าเทียมกัน หาใช่ว่าพวกเหล่านั้นเป็น “สิ่งแวดล้อม” โดยมีเราเป็น “จ้าวโลก” ซึ่งการคิดว่ามนุษย์เราเป็นสัตว์ประเสริฐและเป็นจ้าวโลกนี้เป็นความคิดที่ยกหูชูหางตนเอง และน่าจะถือว่าเป็น “มิจฉาทิฐิ” ประการหนึ่ง
มนุษย์บรรลุธรรมขั้นสูงสุดแล้วตายไปจะไปเกิดเป็นอะไร ...ผมเองก็คิดเรื่องนี้มานาน วันนี้ผมมาคิดเดาว่าเป็นไปได้ไหมว่าไปเกิดเป็นต้นไม้ เช่น ต้นไทร
ลองคิดดูสิว่าต้นไทรนั้นมีคุณสมบัติเหมือนพระอรหันต์มาก คือ ทำงานทั้งวันคืน มีแต่ให้ผู้อื่น ส่วนตนเองเอาจาก”สิ่งแวดล้อม” น้อยมาก เช่น
-ทำงานสังเคราะห์แสงทันทีที่ดวงแดดขึ้น (ให้ออกซิเจนแก่โลก) (ไม่เคยนอนบิดขี้เกียจ)
-รากชอนไชไปยึดหน้าดินไม่ให้ถล่ม และอุ้มน้ำไม่ให้น้ำท่วม
-ใบระเหยน้ำ(transpiration)ทำให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล
-ใบเป็นร่มเงาให้คนสัตว์
-กิ่งก้านเป็นที่เกาะกินของนก และ สัตว์อื่นๆ
-ลูกเป็นอาหารให้นก ปลา
-สอนธรรมะ ต่อมนุษย์ก็ยังได้
-ฯลฯ
ดังนี้แล้ว น่าถามว่าใครประเสริฐกว่ากัน ระหว่างต้นไทรกับมนุษย์
...คนถางทาง (๑๙ กันยายน ๒๕๕๕)
ต้นไทรค่ะ มาตอบ
ตอบอีกคนต้นไทรค่ะ ตอบถูกมีดาวให้มั๊ยค่ะคุณครู