นำมาจากสารนิพนธ์ที่ผมกำลังทำอยู่ครับ
เปรียบเทียบทฤษฎีประชานิยม กับ ธนานุปทาน
ตารางที่ สรุปเปรียบเทียบทฤษฎีประชานิยมกับธนานุปทาน
|
หัวข้อ |
ประชานิยม |
ธนานุปทาน |
|
ความหมาย |
การให้วัตถุหรือผลประโยชน์เพื่อสร้างความนิยม รักษาอำนาจทางการเมืองและผลประโยชน์มหาศาล |
เป็นการเพิ่มทรัพย์ให้เพื่อเกื้อกูลประชาชนให้อยู่กันผาสุก ไม่มีคนยากจนในแว่นแคว้น |
|
ที่มา |
การเอาใจประชาชนโดยพรรคประชาชน ในอเมริกา ชาวนารอดนิกในรัสเซีย กลุ่มโลกที่สาม จีนแดง และแถบลาตินอเมริกา ต่อมาได้ยืมทฤษฎีเคนส์มาใช้แก้ปัญหาเศรษฐกิจ |
ในจักกวัตติสูตร พระเจ้าจักรพรรดิสามารถปกครองให้ประชาชนมีความสุขทั่วหน้าด้วยหลักจักกวัตติวัตร |
|
พัฒนาการ |
ด้านประวัติศาสตร์ เริ่มจากพรรคประชาชน ในอเมริกา ชาวนารอดนิกในรัสเซีย กลุ่มโลกที่สาม จีนแดง และแถบลาตินอเมริกา มาถึงประเทศไทย/ด้านหลักการ การเอาใจประชาชน ถึงทฤษฎีเคนส์ |
ด้านประวัติศาสตร์ จากพระเจ้าทัฬหเนมิในจักวัตติสูตร พระเจ้าอโศกมหาราช นำมาใช้จริง มาถึงประเทศไทย พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช แห่งศรีวิชัย พ่อขุนรามคำแหง แห่งสุโขทัย/ด้านหลักธรรม จากธนานุปทาน สู่ราชสังคหวัตถุ ๔ ประการ และรัฐสวัสดิการในปัจจุบัน |
|
แนวคิด |
การให้วัตถุเพื่อสร้างความนิยมและรักษาอำนาจทางการเมือง จัดเป็นการให้เพื่อหวังผลประโยชน์ที่มากกว่าวัตถุที่เราให้เขาไป เป็นการลงทุนที่หวังผลกำไร/เจตนาของการให้ไม่บริสุทธิ์ เป็นการสนองกิเลสของกันและกันเพียงชั่วคราว เป็นการให้เพื่อหวังรับให้มากขึ้น |
การให้วัตถุเพื่อให้ประชาชนอยู่กันอย่างผาสุก ไม่มีความขัดสน/เจตนาของการให้ค่อนข้างบริสุทธิ์ ไม่หลอกลวงเพื่อหวังรักษาอำนาจ คือไม่มีความคิดเอาคืนแบบการลงทุนแล้วหวังกำไร ป้องกันปัญหาความยากจนได้ เป็นการให้เพื่อให้ ด้วยหวังป้องกันปัญหาความขัดสนอย่างจริงใจ |
|
วิธีการ |
มีการหยิบยื่นให้ทันทีโดยตรง และ การสัญญาว่าจะให้หรือทำให้หลังจากตนได้เข้าไปเป็นรัฐบาลแล้ว มีลักษณะครอบงำและอุปถัมภ์ แต่ไม่พัฒนาให้ยั่งยืนและมั่นคง ในอาเจนตินามีวิธีการแจกสิ่งของและการโฆษณา เช่น จักรเย็บผ้า รองเท้า ทุนการศึกษา การสร้างบ้านให้อยู่ เป็นต้น |
เพิ่มทรัพย์ให้ตรงต่อผู้รับ มุ่งป้องกันปัญหาความขัดสนและปัญหาอย่างอื่นที่จะตามมา ไม่มีเจตนาครอบงำประชาชน |
|
ผลลัพภ์ |
เป็นการทำร้ายประชาชนผู้ขาดวิสัยทัศน์ สังคมอ่อนแอ สร้างความขัดแย้งหลายประการตามมา มีลักษณะครอบงำและอุปถัมภ์ แต่ไม่พัฒนาให้เจริญ |
ป้องกันปัญหาความยากจนได้ เท่ากับ ป้องกันปัญหาอย่างอื่นอีกมากมายที่จะตามมาจากความยากจน |
|
จุดเด่นจุดด้อย |
จุดเด่นคือสามารถสร้างความนิยมได้ในเวลาอันรวดเร็ว แก้ปัญหาในระยะสั้นได้ จุดด้อยคือปัญหาจะอยู่ที่เดิม รัฐประชานิยมเพียงต้องการอำนาจเท่านั้น |
จุดเด่นคือสามารถป้องกันปัญหาความยากจนได้ จุดด้อยคือเมื่อจะใช้กับสังคมที่ปัญหามีมากเสียแล้วและประชากรมีจำนวนมาก งบประมาณที่มีอาจจะไม่เพียงพอ |
จะกล่าวอธิบายโดยพิสดารต่อไป
เมื่อเปรียบเทียบทฤษฎีประชานิยมกับธนานุปทาน พบว่าในส่วนที่เหมือนกัน คือเป็นการให้ของผู้ปกครองเหมือนกัน ในส่วนที่ต่างกัน ผู้วิจัยได้ทำการเปรียบเทียบในประเด็นทั้ง ๗ คือ ความหมาย ที่มา พัฒนาการ แนวคิด วิธีการ ผลลัพภ์ และจุดเด่นจุดด้อย ดังต่อไปนี้
๔.๑ ความหมายของทฤษฎีประชานิยม กับ ธนานุปทาน
ความหมายของประชานิยม คือ การให้วัตถุหรือผลประโยชน์เพื่อสร้างความนิยมและรักษาอำนาจทางการเมือง ไม่มีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาบ้านเมือง ผู้วิจัยสรุปได้ว่าประชานิยมมีองค์ประกอบ ๒ อย่างคือ
๑. การให้นั้นบรรเทาความยากจนได้ชั่วคราว เป็นการให้แบบหวังคะแนนนิยมเพื่อดูแลรักษาอำนาจและผลประโยชน์
๒. การให้นั้นทำด้วยเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ ใช้การให้นั้นเป็นเหยื่อล่อ ลวงให้ประชาชนหลงชื่นชมตนเพื่ออำนาจทางการเมืองและผลประโยชน์มหาศาล
ความหมายของธนานุปทาน คือ เป็นการให้เพื่อเกื้อกูลทุกคนให้อยู่กันอย่างมีความสุข ไม่มีคนยากจนในแว่นแคว้น แบ่งปันเพื่อให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์ ผู้วิจัยสรุปได้ว่าธนานุปทานมีองค์ประกอบ ๒ อย่างคือ
๑. การให้นั้นป้องกันความยากจนได้ตลอดไป เป็นการให้แบบดูแลรักษาประชาชน
๒. การให้นั้นทำด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ไม่ใช้การให้นั้นเป็นเหยื่อล่อ ไม่ลวงให้หลง
จะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนระหว่างความหมายทฤษฎีประชานิยมกับธนานุปทาน จุดมุ่งหมายก็ต่างกัน ประชานิยมมุ่งคะแนนเสียงเพื่อดูแลรักษาอำนาจและผลประโยชน์มหาศาล แต่ธนานุปทานมุ่งป้องกันความขัดสนเพื่อดูแลรักษาประชาชน เจตนาก็ต่างกัน ประชานิยมทำด้วยเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ ใช้การให้นั้นเป็นเหยื่อล่อ ลวงให้ประชาชนหลงชื่นชมตนเพื่ออำนาจทางการเมืองและผลประโยชน์มหาศาล แต่ธนานุปทานทำด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ไม่ใช้การให้นั้นเป็นเหยื่อล่อ ไม่ลวงให้หลง
๔.๒ ที่มาของทฤษฎีประชานิยม กับ ธนานุปทาน
ที่มาของประชานิยม คือ การเอาใจประชาชนโดยพรรคประชาชน ในอเมริกา ชาวนารอดนิกในรัสเซีย กลุ่มโลกที่สาม จีนแดง และแถบลาตินอเมริกา ต่อมาได้ยืมทฤษฎีเคนส์มาใช้แก้ปัญหาเศรษฐกิจ
ที่มาของธนานุปทาน คือ ในจักกวัตติสูตร พระเจ้าจักรพรรดิสามารถปกครองให้ประชาชนมีความสุขทั่วหน้าด้วยหลักจักกวัตติวัตร
๔.๓ เปรียบเทียบพัฒนาการของทฤษฎีประชานิยม กับ ธนานุปทาน
พัฒนาการของประชานิยม คือ ด้านประวัติศาสตร์ เริ่มจากพรรคประชาชน ในอเมริกา ชาวนารอดนิกในรัสเซีย กลุ่มโลกที่สาม จีนแดง และแถบลาตินอเมริกา มาถึงประเทศไทยส่วนด้านหลักการ การเอาใจประชาชน ถึงทฤษฎีเคนส์
พัฒนาการของธนานุปทานคือ ด้านประวัติศาสตร์ จากพระเจ้าทัฬหเนมิในจักวัตติสูตร พระเจ้าอโศกมหาราช นำมาใช้จริง มาถึงประเทศไทย พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช แห่งศรีวิชัย พ่อขุนรามคำแหง แห่งสุโขทัย/ด้านหลักธรรม จากธนานุปทาน สู่วิธีปราบโจรให้ราบคาบ ๓ ประการ ราชสังคหวัตถุ ๔ ประการ และรัฐสวัสดิการในปัจจุบัน ตามลำดับ
๔.๔ เปรียบเทียบแนวคิดของทฤษฎีประชานิยม กับ ธนานุปทาน
แนวคิดของประชานิยม คือ การให้วัตถุเพื่อสร้างความนิยมและรักษาอำนาจทางการเมือง จัดเป็นการให้เพื่อหวังผลประโยชน์ที่มากกว่าวัตถุที่เราให้เขาไป เป็นการลงทุนที่หวังผลกำไร/เจตนาของการให้ไม่บริสุทธิ์ เป็นการสนองกิเลสของกันและกันเพียงชั่วคราว เป็นการให้เพื่อหวังรับให้มากขึ้น คือ หวังแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์มหาศาล
แนวคิดของธนานุปทาน คือ การให้วัตถุเพื่อให้ประชาชนอยู่กันอย่างผาสุก ไม่มีความขัดสน/เจตนาของการให้ค่อนข้างบริสุทธิ์ ไม่หลอกลวงเพื่อหวังรักษาอำนาจ คือไม่มีความคิดเอาคืนแบบการลงทุนแล้วหวังกำไร ป้องกันปัญหาความยากจนได้ เป็นการให้เพื่อให้ ด้วยหวังป้องกันปัญหาความขัดสนอย่างจริงใจ
๔.๕ เปรียบเทียบวิธีการของทฤษฎีประชานิยม กับ ธนานุปทาน
วิธีการของประชานิยม คือ มีการหยิบยื่นให้ทันทีโดยตรง และ การสัญญาว่าจะให้หรือทำให้หลังจากตนได้เข้าไปเป็นรัฐบาลแล้ว มีลักษณะครอบงำและอุปถัมภ์ แต่ไม่พัฒนาให้ยั่งยืนและมั่นคงเช่น ในอาเจนตินามีวิธีการแจกสิ่งของและการโฆษณา เช่น จักรเย็บผ้า รองเท้า ทุนการศึกษา การสร้างบ้านให้อยู่ เป็นต้น
วิธีการของธนานุปทาน คือ ให้ตรงต่อผู้รับ มุ่งป้องกันปัญหา ไม่มีเจตนาครอบงำประชาชน
๔.๖ เปรียบเทียบผลลัพภ์ของทฤษฎีประชานิยม กับ ธนานุปทาน
ผลลัพภ์ ของประชานิยม คือ เป็นการทำร้ายประชาชนผู้ขาดวิสัยทัศน์ สังคมอ่อนแอ สร้างความขัดแย้งหลายประการตามมา มีลักษณะครอบงำและอุปถัมภ์ แต่ไม่พัฒนาให้เจริญ และฝ่ายนักการเมืองผู้ให้เองก็สะสมความตระหนี่และความถือตัวเพิ่มขึ้น
ผลลัพภ์ของธนานุปทาน คือ ป้องกันปัญหาความยากจนได้ เท่ากับ ป้องกันปัญหาอย่างอื่นอีกมากมายที่จะตามมาจากความยากจน สามารถเกื้อกูลทุกคนให้อยู่กันอย่างมีความสุข ไม่มีคนยากจนในแว่นแคว้น ทำลายความตระหนี่และความถือตัวของนักปกครองได้
๔.๗ เปรียบเทียบจุดเด่นจุดด้อยของทฤษฎีประชานิยม กับ ธนานุปทาน
จุดเด่นจุดด้อยของประชานิยม คือ จุดเด่นคือสามารถสร้างความนิยมได้ในเวลาอันรวดเร็ว แก้ปัญหาในระยะสั้นได้ จุดด้อยคือปัญหาจะอยู่ที่เดิม รัฐประชานิยมเพียงต้องการอำนาจเท่านั้น
จุดเด่นจุดด้อยของธนานุปทาน คือ จุดเด่นคือสามารถป้องกันปัญหาความยากจนได้ จุดด้อยคือเมื่อจะใช้กับสังคมที่ปัญหามีมากเสียแล้วและประชากรมีจำนวนมาก งบประมาณที่มีอาจจะไม่เพียงพอ
เปรียบเทียบกัน ประเด็นต่อประเด็น แด่เพื่อนชาว ไปสู่ความรู้ทุกคนครับ
ขอบคุณสำหรับ บันทึกดี ๆ ที่มีประโยชน์ของอาจารย์มากครับ...
หากมองกันจริง ๆ ไล่ตั้งแต่หลักการและเป้าหมายของเมนูนโยบายก็ต่างกันชัดเจน...
ประชานิยม : บทเรียนจากหลายประเทศที่อาจารย์ยกมาเปรียบเทียบมีความล่มสลายให้เห็นอยู่แล้วโดยเฉพาะประเทศแถบละตินอเมริกาและล่าสุดก็กรีซ...
ในปัจจุบันที่น่าเป็นห่วงก็คือ นโยบายหาเสียงของแต่ละพรรคการเมืองจะมุ่งเน้นแข่งขันกันในด้านประชานิยมกันมาก...และที่น่าเป็นห่วงมากกว่านั้นอีกก็คือประชาชนส่วนใหญ่จะดูเฉพาะเชิงปริมาณหรือพูดง่าย ๆ ก็คือ เม็ดเงินในโครงการประชานิยม (แต่ละพรรคอาจจะตั้งชื่อโครงการไม่เหมือนกัน) ของพรรคไหนให้มากกว่ากันหรือที่เรียกง่าย ๆ ก็คือ 'ติดกับดักกิเลส' ...และที่สำคัญอีกประการ
สมมติว่า...โครงการประชานิยมชุด ก. ทำแล้วมีผลเสียมากกว่าผลดี เกิดผลเสียหายต่อวินัยทางด้านการเงินการคลังและเป็นภาระหนี้ผูกพันของรัฐบาล...ถามว่าหากรัฐบาลชุดเดิมหรือแม้กระทั่งชุดใหม่จะเลิกได้ไหม?...ในความเห็นของผมเลิกยากเพราะหากรัฐบาลชุดเก่าเลิกก็จะเท่ากับว่ายอมรับว่านโยบายตัวเองผิดพลาด...หรือหากรัฐบาลชุดใหม่จะยกเลิกก็จะมีผลเสียต่อฐานคะแนน...ท้ายที่สุดก็หนีไม่พ้นต้องทำต่อไปและไปแสวงหารายได้มาชดเชยจากแหล่งอื่น...ถามว่าจะหารายได้จากที่ไหน ?
- หากเก็บภาษีเพิ่มไม่ว่าจะกระทบกับกลุ่มไหนในท้ายที่สุดก็จะกลับมาก็กระทบกับฐานเสียงของตนเอง... (ทำได้ยาก) หรือ
- กู้เงิน เป็นวิธีที่ง่ายสุด...แต่ก็ต้องมีขั้นตอนการตรวจสอบในรัฐสภาและต้องบริหารจัดการภาระหนี้ต่อสัดส่วนของจีดีพี หรือ
- แสวงหารายได้จากการนำผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมายมาเป็นสินค้าสาธารณะที่ถูกกฎหมายดังที่เคยทำมาแล้ว หรือ....
แต่ท้ายที่สุด "การแสวงหารายได้ดังกล่าว" เอามาเพื่อต่ออายุเมนูประชานิยม ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาเลย กลับเป็นการผลักภาระต้นทุนทางสังคมดังกล่าวไปให้กับคนรุ่นต่อไป...ต่อไป...ต่อไป...
จงอย่าให้หัวใจขาดจินตนาการ
เพราะจินตนาการจะสำคัญกว่าความรู้ ดังคำครูไอสไตน์
จงพยายามจินตนาการให้ได้ว่า นักการเมืองที่ดี เป็นอย่างไร
อย่าแล้งไร้ จินตนาการ มิฉะนั้น มันจะหายไปนิรันดร
ขอบคุณครับ อ.ขจิต ฝอยทอง ด้วยการชมของอาจารย์ ขอให้ผมเก่งอังกฤษมากขึ้น พูดกับฝรั่งโดยไม่ต้องใช้ภาษามือ
ที่นึกได้วันนี้ ใช้งบ หมื่นกว่าล้าน ทำลายป่า แล้วสร้างเขื่อน มันก็เหมือน รื้อหลังคา และฝาบ้าน มาทำฟืน กันหนาวซะ ฝนระราน ต้องทั้งบ้า และหน้าด้าน กล้าหาญทำ แต่งสดครับ