ขอบคุณสำหรับ บันทึกดี ๆ ที่มีประโยชน์ของอาจารย์มากครับ...
หากมองกันจริง ๆ ไล่ตั้งแต่หลักการและเป้าหมายของเมนูนโยบายก็ต่างกันชัดเจน...
ประชานิยม : บทเรียนจากหลายประเทศที่อาจารย์ยกมาเปรียบเทียบมีความล่มสลายให้เห็นอยู่แล้วโดยเฉพาะประเทศแถบละตินอเมริกาและล่าสุดก็กรีซ...
ในปัจจุบันที่น่าเป็นห่วงก็คือ นโยบายหาเสียงของแต่ละพรรคการเมืองจะมุ่งเน้นแข่งขันกันในด้านประชานิยมกันมาก...และที่น่าเป็นห่วงมากกว่านั้นอีกก็คือประชาชนส่วนใหญ่จะดูเฉพาะเชิงปริมาณหรือพูดง่าย ๆ ก็คือ เม็ดเงินในโครงการประชานิยม (แต่ละพรรคอาจจะตั้งชื่อโครงการไม่เหมือนกัน) ของพรรคไหนให้มากกว่ากันหรือที่เรียกง่าย ๆ ก็คือ 'ติดกับดักกิเลส' ...และที่สำคัญอีกประการ
สมมติว่า...โครงการประชานิยมชุด ก. ทำแล้วมีผลเสียมากกว่าผลดี เกิดผลเสียหายต่อวินัยทางด้านการเงินการคลังและเป็นภาระหนี้ผูกพันของรัฐบาล...ถามว่าหากรัฐบาลชุดเดิมหรือแม้กระทั่งชุดใหม่จะเลิกได้ไหม?...ในความเห็นของผมเลิกยากเพราะหากรัฐบาลชุดเก่าเลิกก็จะเท่ากับว่ายอมรับว่านโยบายตัวเองผิดพลาด...หรือหากรัฐบาลชุดใหม่จะยกเลิกก็จะมีผลเสียต่อฐานคะแนน...ท้ายที่สุดก็หนีไม่พ้นต้องทำต่อไปและไปแสวงหารายได้มาชดเชยจากแหล่งอื่น...ถามว่าจะหารายได้จากที่ไหน ?
- หากเก็บภาษีเพิ่มไม่ว่าจะกระทบกับกลุ่มไหนในท้ายที่สุดก็จะกลับมาก็กระทบกับฐานเสียงของตนเอง... (ทำได้ยาก) หรือ
- กู้เงิน เป็นวิธีที่ง่ายสุด...แต่ก็ต้องมีขั้นตอนการตรวจสอบในรัฐสภาและต้องบริหารจัดการภาระหนี้ต่อสัดส่วนของจีดีพี หรือ
- แสวงหารายได้จากการนำผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมายมาเป็นสินค้าสาธารณะที่ถูกกฎหมายดังที่เคยทำมาแล้ว หรือ....
แต่ท้ายที่สุด "การแสวงหารายได้ดังกล่าว" เอามาเพื่อต่ออายุเมนูประชานิยม ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาเลย กลับเป็นการผลักภาระต้นทุนทางสังคมดังกล่าวไปให้กับคนรุ่นต่อไป...ต่อไป...ต่อไป...