เช้าวันเสาร์นี้อากาศดีมาก เริ่มมีแดดให้ความอบอุ่นหลังฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆฝนมาสองวัน เสียงนกร้องเจี้ยวจ้าวมาจากสักที่หนึ่ง เสริมบรรยากาศวันหยุดให้ดูสดใสมากขึ้น
แม่บ้านรู้สึกพอใจที่มีแดดให้ตากผ้าหลายตระกร้านั้น ด้วยวันเสาร์ยังเป้นวันทำงานของใครอีกหลายคน ทำให้หมู่บ้านเล็กเล็กแห่งนี้ดูเงียบสงบ เสียดายอย่างเดียวที่หมู่ต้นแคป่าริมรั้วที่โดนตัดทอนเหลือแต่ตอ ยังไม่มีใบบังให้ร่มเงา พอที่จะเดินชมความร่มรื่นในสายของวันเสาร์นี้
แต่ช่างเถอะถึงยังไงหมู่นกน้อยก้ยังส่งเสียงร้องกล่อมอยุ่ พวกเขายังไม่หนีหายไปไหน ลมพัดไอแดดผ่าวผ่านหน้าบ้าน วูปหนึ่งผมรู้สึกเหมือนหมุนคว้าง อาการปวดหัวยังคงรุมเร้าอยุ่
อาจเพราะเมื่อคืนนอนหลับไม่เต็มตื่น ด้วยจิตใต้สำนึกมันคอยจะกังวลกับยาที่ฉีดไปตอนสามทุ่ม จิตคงกลัวว่ามันจะทำให้หนาวสั่นหรือเป็นไข้ จึงรู้สึกตัวตื่นบ่อยครั้ง
แม้จะพยายามข่มใจให้รับรู้ว่าปล่อยให้มันเกิดขึ้นเถอะ มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป อย่างพระท่านว่า แต่ก็อดไม่ได้ที่ความฝันจะคอยหลอกหลอนให้สะดุ้งตื่นขึ้นมาอยู่บ่อยบ่อย
บ่ายสองโมงแล้วดูเหมือนอาการปวดหัวจะทวีมากขึ้น แต่ผมสัญญากับตัวเองแล้วล่ะว่าจะไม่กินยาแก้ปวด อยากจะดูว่ามันจะปวดได้นานแค่ไหนและมันจะหายเมื่อไหร่ ระหว่างที่หยุดคิดถึงอาการปวดหัวก็เหมือนก็ลืมมันไปแต่ใจอีกดวงกับนำเรื่องงานมาครุ่นคิด คิดแล้วคิดอีกตั้งแต่เลิกประชุมเมื่อวาน แสดงว่าความกังวลเรื่องงานมีมากพอพอกันกับเรื่องสุขภาพ เลยต้องนำทั้งสองเรื่องมาชั่งดูว่าทำไมถึงไปคิดถึงมัน กังวลกับมันด้วยสาเหตุใด ปล่อยวางมันได้ไหม มาอยุ่กับปัจจุบันขณะสิ ตอนนี้ปวดหัวไม่ใช่หรือ รับรู้สิว่า
......ปวดหัวหนอ ปวดหัวหนอ ........
ไม่มีอะไรมากไปกว่าการรับรู้เรื่องนี้ เพื่อจะเห็นจุดจบของการปวด หรือรับรู่ว่ามันจะปวดมากไปกว่านี้อีกไหม
เสียงนกที่ส่งเสียงร้องแข่งกันเมื่อครู่หายไปแล้ว มีแต่เสียงกรุ๊งกริ๊งของโมบายของบ้านตรงข้าม แม่บ้านนอนอ่านหนังสือนวนิยายที่เธอชอบอยู่เงียบเงียบ ลมแรงพัดประตูบนห้องดังอยู่กึง กึง ผมละจากการเขียนบันทึกนี้ขึ้นไปปิดก่อนดีกว่า.....
ด้วยการที่ลุกเดินเร้วไปหน่อยทำให้ ผมเซเล็กน้อยระหว่างเดินขึ้นบันได จึงต้องเกาะราวบันไดเพื่อช่วยให้การทรงตัวให้ดียิ่งขึ้น
ทุกอย่างยังคงขับเคลื่อนไปข้างหน้า ไม่มีสิ่งใดหยุดอยู่กับที่ มีการเคลื่อนไหว มีการเกิดขึ้น มีความทุกข์ มีการดับแห่งทุกข์
ผมมองออกไปนอกบ้านเพื่อยิ้มรับกับแสงแดด สายลม เสียงนกร้อง เสียงสรรพสิ่งรายรอบตัว ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
เฉกเช่นเดียวกับตัวเราเองที่ยังคงเดินไปข้างหน้าสู่เป้าหมายสุดท้ายของชีวิต และเราก็จะได้เรียนรู้มันอยู่เสมอ...
พักเยอะๆนะคะ
อย่าใช่สายตาและความคิดมาก
ส่งกำลังใจไปเยี่ยมนะคะ :)
ขออภัย ขอแก้คำผิด " อย่าใช้ สายตา"
..ปวดหัว..เดิน..เซ...(อย่านอนใจ..นะเจ้าคะ...กรุณาพบหมอ..ด่วน.เพราะอาจเป็นอาการ..เบื้องต้น..ของการป่วย..ก็ได้.)...ยายธี
พรรณนาโวหารได้จินตนาการดีเหลือเกินครับ