ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหน้าที่ของชายไทย ตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.2497

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

                เกรียงศักดิ์   เลี้ยงวรรณพร (2546 : บทคัดย่อ) (อ้างถึง อรรนพ  ขำฉัตร : 2553)  การ ศึกษาเรื่อง ความรู้ความเข้าใจและทัศนคติของเจ้าของรถที่มีต่อการประกันภัย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 เขตจังหวัดนครปฐม ผลการวิจัยพบว่า  1.ระดับความรู้ความเข้าใจของเจ้าของรถที่มีต่อการประกันภัย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ อยู่ในระดับปานกลาง  2.ปัจจัยทางด้าน อายุ อาชีพ ของเจ้าของรถที่ต่างกัน มีผลให้เจ้าของรถมีความรู้ ความเข้าใจที่ต่อการประกันภัย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ ระดับ 0.5   3. ระดับทัศนคติของเจ้าของรถที่มีต่อการประกันภัย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ อยู่ในระดับปานกลาง 4.ปัจจัยทางด้าน เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ ของเจ้าของรถที่ต่างกัน มีผลให้เจ้าของรถมีทัศนคติที่มีต่อการประกันภัย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

มานิตย์  วานิชวัตถากร (2544 : บทคัดย่อ) (อ้างถึง อรรนพ  ขำฉัตร : 2553)  การ ศึกษาเรื่องความรู้ความเข้าใจและปัญหาการละเมิดเกี่ยวกับสิทธิอันพึงควรได้ รับตามกฎหมายของลูกจ้างในโรงงานอุตสาหกรรมของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดจังหวัด ระยอง พบว่าความรู้ความเข้าใจและปัญหาการละเมิดเกี่ยวกับสิทธิอันพึงควรได้รับตาม กฎหมาย ในภาพรวมมากถึงร้อยละ 58.0 มีความรู้ความเข้าใจในระดับปานกลางและพบว่าไม่มีลูกจ้างคนใดเลยที่มีความรู้ เกี่ยวกับสิทธิอันพึงควรได้รับตามกฎหมาย ส่วนเรื่องของปัญหาในการละเมิดสิทธิของลูกจ้างในภาพรวมถึงร้อยละ 70.1 มีปัญหาในการละเมิดน้อยและมีปัญหาในการละเมิดมากคิดเป็นร้อยละ 3.6 ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่าความรู้ความเข้าใจของลูกจ้างในโรงงานอุตสาหกรรมของ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง เกี่ยวกับสิทธิตามกฎหมายมีความแตกต่างกันทางด้าน เพศ อายุ และวุฒิการศึกษาเท่านั้น ข้อเสนอแนะคือควรส่งเสริมให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิของลูกจ้าง อันพึงควรได้รับตามกฎหมาย แก่ผู้ที่เป็นลูกจ้างในโรงงานอุตสาหกรรม โดยใช้สื่อที่เข้าใจง่าย ๆ และให้มีการรับรู้โดยทั่วถึงกันด้วย โดยให้ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบในสถานที่ประกอบการ เกี่ยวกับเรื่องของการละเมิดสิทธิของลูกจ้าง

สุชาติ  พึ่งสาย (2548 : บทคัดย่อ) (อ้างถึง อรรนพ  ขำฉัตร : 2553)  การศึกษาเรื่อง  ความรู้ความเข้าใจและเจตคติต่อสิทธิหน้าที่ในการบริหารจัดการท้องถิ่นกับการ มีส่วนร่วมในการพัฒนาของประชาชน ตำบลบ้านคลองสวน อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ผลการวิจัยพบว่าประชาชน ตำบลบ้านคลองสวน อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ มีความรู้ความเข้าใจในสิทธิหน้าที่ในการบริหารจัดการท้องถิ่นอยู่ในระดับมาก เจตคติต่อสิทธิ หน้าที่ ในการบริหารจัดการท้องถิ่นอยู่ในระดับดี การมีส่วนร่วมในการพัฒนา

วนิดา  วรรณวิวรณ์  (2540 : บทคัดย่อ) (อ้างถึง จันทรา  ปักการะโถ : 2552)  ได้ศึกษาความรู้ความเข้าใจ เจตคติ และข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค ความต้องการความช่วยเหลือ ในด้านการวัดและประเมินผลการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนขยายโอกาส ทางการศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร ผลการศึกษาพบว่า

                1.ครูมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบ วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนในระดับ               ปานกลาง แต่มีเจตคติต่อการวัดและประเมินผลการเรียนในระดับดี

                2.ครูที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบ วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนสูงกว่าครูที่มีอายุสูงกว่า 35 – 45 ปี และครูที่มีอายุตั้งแต่ 46 ปี ขึ้นไป อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

                3.ครูที่มีวุฒิทางการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบ วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนสูงกว่าครูที่มีวุฒิปริญญาตรี และวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี ส่วนครูที่มีวุฒิปริญญาตรี            มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบ วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนสูงกว่าครูที่มีวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

                4.ครูในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาที่มีประสบการณ์ทางการสอนในระดับมัธยม ศึกษาตอนต้นต่างกัน มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบ วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนไม่แตกต่างกัน

                5.ครูที่มีอายุตั้งแต่ 46 ปี ขึ้นไป มีเจตคติต่อวิธีการวัดและประเมินผลการเรียนดีกว่าครูที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี และครูที่มีอายุ 35 – 45 ปี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

                6. ครูที่มีวุฒิทางการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี มีเจตคติต่อวิธีการวัดและประเมินผลการเรียนดีกว่าครูที่มีวุฒิปริญญาตรี และวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี  ครูที่มีวุฒิปริญญาตรีมีเจตคติต่อวิธีการวัดและประเมินผลการเรียนดีกว่าครู ที่มีวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

                7.ครูในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาที่มีประสบการณ์ทางการสอนในระดับมัธยม ศึกษาตอนต้น ตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไปมีเจตคติต่อวิธีการวัดและประเมินผลการเรียนดีกว่าครูประสบการณ์ทาง การสอน ไม่เกิน 3 ปี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

                8.มีข้อเสนอแนะบางประการให้ปรับปรุงเกี่ยวกับวิธีการวัดและประเมินผลการ เรียน เช่น วัสดุอุปกรณ์ และเอกสารไม่เพียงพอ และควรจัดให้มีการอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับวิธีการวัดและประเมินผล การเรียน

ประสงค์  สกุลซ้ง  (2544 : บทคัดย่อ) (อ้างถึง จันทรา  ปักการะโถ : 2552)  ได้ศึกษาเกี่ยวกับความเข้าใจ สภาพการปฏิบัติ สภาพปัญหา แนวทางแก้ไขปัญหา และเจตคติต่อการวัดผลและประเมินผลการเรียนตามสภาพจริง พร้อมทั้งเปรียบเทียบความเข้าใจและเจตคติต่อการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง ของครูที่สอนในกลุ่มวิชาแตกต่างกัน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้เป็นครูในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่สอนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2543 จำนวน 230 คน ผลการวิจัยพบว่า

1.ครูในโรงเรียนประถม ศึกษามีความรู้ความเข้าใจในการวัดและประเมินผลการเรียนตามสภาพจริงอยู่ใน ระดับปานกลาง (ร้อยละ 58.78) และมีเจตคติที่ดีต่อการวัดและประเมินผลการเรียนตามสภาพจริง

2.ครูที่ สอนในกลุ่มวิชาแตกต่างกันมีความเข้าใจในการวัดและประเมินผลการเรียนตามสภาพ จริง และเจตคติต่อการวัดและประเมินผลการเรียนตามสภาพจริง ไม่แตกต่างกัน

3.ครู ในโรงเรียนประถมศึกษามีการนำเอาวิธีการวัดผลและประเมินผลการเรียนตามสภาพ จริงไปใช้ระหว่างที่มีการเรียนการสอนอยู่ในระดับปานกลาง เครื่องมือที่ใช้มากที่สุดคือการสังเกตพฤติกรรมและการสัมภาษณ์ รองลงมาคือการตรวจผลงานของนักเรียนและสนทนาซักถาม

4.ปัญหาที่สำคัญที่ ครูในโรงเรียนประถมศึกษาประสบอยู่ได้แก่ ความคลุมเครือไม่ชัดเจนในการวัดและประเมินผลในการเรียนตามสภาพจริง รองลงมาคือมีภาระการสอนและงานพิเศษมาก

5.แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ครูใน โรงเรียนประถมศึกษาเสนอแนะมาคือ การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับคณะครูเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในวิธีการ วัดประเมินผลการเรียนตามสภาพจริงอย่างชัดเจนและควรกำหนดเกณฑ์ต่างๆ ในการวัดให้ชัดเจนเป็นมาตรฐาน เพื่อง่ายต่อการนำไปใช้วัดและประเมินผลการเรียน

 

 

                อาภาพร  โตวรรณเกษม (2544 : บทคัดย่อ) (อ้างถึง นภาพันฑ์  ด่วนชะเอม : 2552)  ได้ทำการวิจัย ความรู้ความเข้าใจของข้าราชการ ในเรื่องพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารพ.ศ.2540  ผลการวิจัยสรุปได้ว่า ข้าราชการมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารพ.ศ. 2540  อยู่ในระดับปานกลาง และปัจจัยมีความสัมพันธ์กับความรู้ความเข้าใจดังกล่าว คือ สถานภาพบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา ระดับตำแหน่งและรายได้ต่อเดือน   ประสบการณ์ในเรื่องพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารพุทธศักราช 2540 การรับรู้ข่าวสาร การประชาสัมพันธ์ภายในหน่วยงาน และความสนใจในเรื่องกฎหมายใหม่

                ธาวิน  อินทร์จำนงค์   (2550 )  ได้ ศึกษา ความรู้ความเข้าใจของประชาชนในเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร  เกี่ยวกับบทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา  ผลการศึกษาวิจัย พบว่าความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาโดยรวมอยู่ใน ระดับมาก และพบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของผู้ ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ได้แก่ เพศ ระดับอายุ การศึกษา อาชีพ ประสบการณ์เกี่ยวกับการร้องเรียน และการรับรู้ข่าวสาร ส่วนรายได้ ไม่มีความสัมพันธ์กับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทผู้ตรวจการแผ่นดินของ รัฐสภา

                ณิชารีย์  ชมพูพื้น  (2550 )ได้ ศึกษาความรู้ความเข้าใจของพนักงานมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เกี่ยวกับกฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่บังคับใช้  ผลการศึกษา พบว่า ความรู้ความเข้าใจของพนักงานมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เกี่ยวกับกฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่บังคับใช้  อยู่ในระดับมาก และพบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความรู้ความเข้าใจ  ได้แก่สายงาน การเข้ารับการอบรม เกี่ยวกับ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ที่บังคับใช้กับพนักงานมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  การรับรู้ข่าวสาร เกี่ยวกับ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ที่บังคับใช้กับพนักงานมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์   และเพศ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรสระยะเวลาการปฏิบัติงานไม่มีความสัมพันธ์กับความรู้ความเข้าใจของ พนักงานหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เกี่ยวกับกฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่บังคับใช้ 

                พันตำรวจโท อนุรักษ์  พรพุทธศรี (2547)  ได้ศึกษา ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายจราจรของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี พบว่ากลุ่มตัวอย่าง

มี ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจราจรทางบก อยู่ในระดับสูงและมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติรถยนต์อยู่ใน ระดับสูง

                เสน่ห์  สุรินทร์ (2544) ได้ศึกษาความรู้ความเข้าใจของประชาชนในแขวงเม็งรายเทศบาลนครเชียงใหม่ต่อ ระบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ผลการศึกษาพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540  ดังนั้น  ผู้ศึกษามีข้อเสนอ แนะว่า หน่วยงานรัฐ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษาและสื่อมวลชน ควรจะร่วมมือกันรณรงค์เผยแพร่ความรู้และความเข้าใจในการเลือกตั้งตามรัฐ ธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ให้แพร่หลายกว้างขวางมากขึ้น เพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

สุภาพร  รัตนสุค (2542) ได้ทำการศึกษาความรู้ความเข้าใจในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ

ปี 2540 ของครูโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ พบว่าครูมีความรู้ความเข้าใจ และมีบทบาทในการมีส่วนร่วมในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญในระดับปานกลาง โดยผู้ที่มีโอกาสติดตามข่าวสารอย่างจริงจังและมีความพร้อมในด้านต่างๆ จะมีความรู้และมีบทบาทต่อการมีส่วนร่วมในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญได้มากกว่า

                ชุมสาย  จันทร์หอม (2542) ได้ศึกษาความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของประชาชนรัฐธรรมนูญ ฉบับปี พ.ศ. 2540 ผลการศึกษาพบว่า ผู้นำชุมชน ในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยส่วนใหญ่มีความรู้ความเข้าใจเป็นอย่างดี  โดยเฉพาะสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ทั้งนี้หาใช่เป็นเพราะการเข้ารับการอบรมหรือสัมมนาให้ความรู้จากทางราชการ แต่อย่างใดแต่เพราะเนื่องมาจากการที่ผู้นำชุมชนและผู้นำท้องถิ่นส่วนใหญ่ สนใจติดตามข่าวสารทางการเมืองผ่านทางสื่อมวลชนที่ได้ทำการเผยแพร่เรื่องรัฐ ธรรมนูญในช่วงที่มีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องนอกจากนี้บทบัญญัติ ในเรื่องสิทธิเสรีภาพ ในรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2540 ส่วนใหญ่เป็นสาระที่เป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานอยู่แล้ว และบางมาตราเคยถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้าแล้วอย่างไรก็ดีบท บัญญัติในเรื่องสิทธิทางการเมืองของประชาชน ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่นั้น ผลการศึกษาพบว่าผู้นำชุมชนยังมีความสับสนและถือว่าผู้นำชุมชนมีความรู้ความ เข้าใจในเรื่องนี้ในระดับที่ไม่สูงนัก