มหายานในประเทศญี่ปุ่น

ariyadhammo
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

 

พุทธศาสนามหายานในประเทศญี่ปุ่น

.ส.กิตติมา    ศรประเสริฐ

 พระพุทธศาสนา ได้แพร่หลายจากประเทศเกาหลีเข้าไปสู่ดินแดนประเทศญี่ปุ่น ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๑ ในสมัยแผ่นดินของพระเจ้าจักรพรรดิกิมเมอิ (จักรพรรดิองค์ที่ ๒๙ ของญี่ปุ่น) เนื่องจากวัฒนธรรมสมัยนั้นของญี่ปุ่นยังอยู่ระดับต่ำมาก ศาสนาชินโตก็เพิ่งจะเริ่มก่อตั้งขึ้น มีหลักปรัชญาและหลักคำสอนที่ไม่สามารถจะเปรียบเทียบกับหลักปรัชญาและหลักคำสอนของพุทธศาสนาได้ พระจักรพรรดิกิมเมอิ จึงรับเอาศาสนาพุทธเข้าประเทศญี่ปุ่น  แต่ที่ปรึกษาฝ่ายการทหารและฝ่ายทางลัทธิชินโต ไม่เห็นด้วย พยายามขัดขวางการเผยแพร่ของศาสนาพุทธทุกวิถีทาง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำพระพุทธศาสนาไม่สามารถแพร่หลายออกไปในหมู่ชนชั้นต่างๆ

ต่อมา ประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๒ พระเจ้าจักรพรรดิโยเม (จักรพรรดิองค์ที่ ๓๑) ได้โปรดให้สร้างพระพุทธรูปยากุชินโยโร (ได้แก่พระพุทธรูปตถาคตไภษัชยคุรุ) พระพุทธรูปองค์นี้สร้างเสร็จหลังจากที่พระองค์สวรรคตแล้ว ๒๐ ปี และปัจจุบันอยู่ในวัดโฮระยูจิ (วัดนี้มีชื่อเสียงมากและเป็นสิ่งก่อสร้างที่ทำด้วยไม้เก่าแก่ที่สุดในโลก)
         พระพุทธศาสนาเริ่มแพร่หลายในหมู่ชุมชน เมื่อพระเจ้าจักรพรรดินีซุยโกะ (เป็นพระน้องนางของพระเจ้าจักรพรรดิโยเม และมีเจ้าชายโชโตกุซึ่งเป็นพระโอรสของพระเจ้าจักรพรรดิโยเม เป็นผู้สำเร็จราชการ รวมทั้งรับตำแหน่งรัชทายาทของพระจักรพรรดินีซุยโกะ) ขึ้นครองราชย์ พระนาง ซุยโกะได้ตราพระราชเสาวนีย์เกี่ยวกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาโดยให้ยึดถือเป็นนโยบายของประเทศ ประกอบกับผู้สำเร็จราชการคือ เจ้าชายโชโตกุ ได้พิจารณาเห็นว่า พระพุทธศาสนาเป็นแหล่งความคิดที่ก่อให้เกิดปัญญา พระองค์ได้พยายามส่งเสริมฟื้นฟูพระพุทธศาสนาเป็นการใหญ่ในทุกวิถีทาง  เจ้าชายโชโตกุ ถือว่าเป็นพระเจ้าอโศกแห่งประเทศญี่ปุ่นก็ว่าได้  พระองค์ได้ส่งคณะทูตและนักศึกษาไปยังประเทศจีน เพื่อศึกษาค้นคว้าหลักธรรมของพระพุทธศาสนากับวัฒนธรรมอื่นๆของจีนเพื่อหวังประโยชน์ที่จะนำมาปรับปรุงประเทศญี่ปุ่นต่อไป

การปฏิรูปสังคมและวัฒนธรรมต่างๆ ก่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองแก่ประเทศญี่ปุ่นอย่างคาดไม่ถึง กฎหมายที่ประกาศใช้ในราชการนี้ล้วนแต่มีอิทธิพลของพระพุทธศาสนา เป็นยาดำปนอยู่เป็นอันมาก และเจ้าชายโชโตกุยังประกาศพระบรมราชโองการ อุปถัมภ์พระรัตนตรัยอย่างเป็นทางการอีกด้วย

ศาสนาพุทธ จึงได้รับความนิยมแพร่หลายกลายเป็นศาสนาประจำชาติโดยปริยาย ยุคนี้นับเป็นยุคที่ศาสนาพุทธในญี่ปุ่นมีความเจริญมากยิ่งกว่ายุคใดๆ มีการส่งคณะทูตไปประเทศจีนหลายครั้ง แต่ละครั้งก็ได้อัญเชิญพระไตรปิฎก และนำอารยธรรมของชาวจีนกลับมาด้วย พระสูตร พระวินัย พระธรรมอื่นๆ จำนวนมากมาย

เจ้าชายโชโตกุ ได้ทรงเริ่มงานเกี่ยวกับพระสูตร

เจ้าชายโชโตกุได้ทรงเริ่มงานเกี่ยวกับพระสูตรโดยเขียนเป็นอรรถกถาอธิบายไว้ อรรถกถาชุดนี้มีอยู่ ๓ เล่ม เรียกรวมกันว่า "ซันเกียวคิโช" อันได้แก่

๑. ยุยมาเกียว          เป็นหลักคำสอนเกี่ยวกับฝ่ายมหายาน

๒.โชมันเกียว       

๓.โฮกเกเกียว

ส่วน ๒ เล่มหลังเกี่ยวกับคำอธิบายหลักคำสอนทางเอกยานโดยเฉพาะ

ทั้ง ๓ เล่มแบ่งออกเป็น ๘ บรรพ เป็นตำราทางพระพุทธศาสนาชุดแรก ที่เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นและสูตรอรรถกถาอีก ๓ เล่ม มีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาในประเทศญี่ปุ่นมาก เล่มแรกคือ ยุยมาเกียว เป็นหลักคำสอนเกี่ยวกับฝ่ายมหายานส่วน๒เล่มหลังเกี่ยวกับคำอธิบายหลักคำสอนทางเอกยานโดยเฉพาะ

 เอกยาน หมายถึงวิถีชีวิตไม่ว่าจะมีสภาพใด ก็สามารถจะตรัสรู้ได้ โดยไม่มีความแตกต่างระหว่างสิ่งที่มีชีวิต เอกยานมีจุดมุ่งหมายสูงสุดคือ พุทธภาวะอันเที่ยงแท้ แต่พุทธภาวะนี้อยู่เหนือกาละ และเทศะ เพราะเป็นธรรมหรือกฎนิรันดรมีอยู่ในตัวเองไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่เกิดและไม่ตาย และเป็นจุดประสงค์สุดท้ายของมนุษย์ที่แสวงหาทางการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุถึงพุทธภาวะอันเที่ยงแท้ ตามคำอธิบายของเอกยานกล่าวว่า ทุกคนไม่ว่าจะถือเพศคฤหัสถ์หรือเพศบรรพชิตสามารถปฏิบัติได้ โดยไม่ถือเป็นข้อแตกต่างแต่อย่างใด กล่าวคือการปฏิบัติตามลัทธิเอกยานนั้นสามารถปฏิบัติได้ทุกโอกาส โดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งเพศฆราวาสออกถือสันโดษ บวชเป็นบรรพชิตแต่อย่างใด คำอธิบายนี้มีอิทธิพลต่อพระพุทธศาสนาในประเทศญี่ปุ่นมาก  จนกลายมาเป็นวิวัฒนาการทางศาสนาอีกแบบหนึ่งซึ่งไม่ซ้ำประเทศใดๆ และพระพุทธศาสนาตั้งแต่ระยะเริ่มแรกเข้าญี่ปุ่นก็มีพระพุทธศาสนานิกายต่างๆ แพร่หลายเข้ามาอย่างไม่ขาดระยะ นิกายส่วนใหญ่เป็นนิกายมหายาน หลักธรรมการปฏิบัติจึงค่อนข้างหนักไปทางฝ่ายมหายาน

ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๔ ศาสนาชินโตที่เคยขัดแย้งกับพระพุทธศาสนาแต่เริ่มแรก ได้ค่อยๆ ปรับแนวความคิด หลักปรัชญาให้ผสมกลมกลืนกับพระพุทธศาสนา มีการอธิบายพระเจ้าของชินโตว่าเป็นพระโพธิสัตว์ในศาสนาพุทธนั่นเอง ประชาชนของญี่ปุ่นจึงมีความเคารพนับถือพระพุทธศาสนาและศาสนาชินโตควบคู่กันไป

สังเกตได้จากโบสถ์ของพระพุทธศาสนาจะมีรูปพระเจ้าของศาสนาชินโตรวมอยู่ด้วยเสมอ เช่น มีรูปเทพีอะมะเตระสุโอมิกามิ (ซึ่งลัทธิชินโตเคารพนับถือว่าเป็นผู้สร้างประเทศญี่ปุ่น) ประดิษฐานอยู่ในโบสถ์ พุทธศาสนิกชนชาวญี่ปุ่นอธิบายว่าเทพีองค์นี้ เป็นการอวตารของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (พระกวนอิมโพธิสัตว์) ลักษณะพุทธศาสนาในญี่ปุ่นจึงมีการปฏิบัติที่แปลกแตกต่างกว่าประเทศในเอเซียทั่วไป

วัฒนธรรมและศาสนาของญี่ปุ่น

ปัจจุบันโลกปฏิเสธไม่ได้ว่าญี่ปุ่นเป็นชาติที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจมากประเทศหนึ่ง สินค้าทั้งหลายในแต่ละประเทศจะต้องมีสินค้าที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น แต่ในส่วนของศาสนาญี่ปุ่นมีศาสนาผสมผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิม จนกลายเป็นวัฒนธรรมเฉพาะชนชาติที่ไม่เหมือนชาติใดในโลก ญี่ปุ่นเคารพเทพเจ้าและนับถือศาสนาไปในขณะเดียวกัน ชาวญี่ปุ่นคงเป็นชาติที่มีความรู้สึกที่ซับซ้อนต่อศาสนามากที่สุดชาติหนึ่ง มีคำกล่าวไว้ในกิจกรรมประจำปีว่า “ปีใหม่ไปไหว้เจ้า ช่วงฮิงัง ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงไปไหว้บรรพบุรุษที่วัด วันคริสต์มาสรับประทานเค้กและให้ของขวัญ” ในส่วนของประเพณีนิยมว่า “ไปนมัสการศาลเจ้าในวันพิธีฉลองครบรอบ๓,๕,๗ ปี จัดพิธีแต่งงานที่โบสถ์ จัดพิธีศพที่วัด” เป็นการแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายในการนับถือศาสนา

คำว่า “ปีใหม่ไปไหว้เจ้า” หมายถึงการไปเยือนศาลเจ้าชินโตในวันปีใหม่ เพื่อสวดอ้อนวอนขอให้ครอบครัวมีความปลอดภัยและสุขภาพพลานามัยที่ดี ศาลเจ้าที่สำคัญๆคือศาลเจ้าเมจิในโตเกียว คะวะสะขิไดชิ ในจังหวัดคะนะงะวะ,นะริตะซัง ชินโชจิ ในจังหวัดชิบะ

คำว่า “ฮิงัง” หมายถึงการไปประกอบพิธีรำลึกในทางพระพุทธศาสนาและการไปเยือนสุสานประจำ ตระกูล ทำในช่วงเวลาที่กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากันในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง อีกอย่าง “ฮิงัง หรือโอะฮิงัง” การบรรลุซึ่งพุทธิปัญญาอินะริ ซึ่งเดิมคือเทพเจ้าแห่งธัญญาหารเป็นที่เคารพบูชาในฟูซิมิชานเมืองเกียวโต

 

ชินโตในญี่ปุ่น

ชินโต อันเป็นศาสนาพื้นเมืองของญี่ปุ่น เป็นศาสนาเพื่อกราบไหว้ขอความคุ้มครองจากเทพเจ้าต่อการเพาะปลูกหรือเผ่าพันธุ์ของตน ศาสนาพุทธตอนกำเนิดที่อินเดียเป็นศาสนาที่นำไปสู่ความหลุดพ้น แต่เมื่อมาถึงญี่ปุ่นก็ได้กลายเป็นศาสนาสำหรับการสวดมนต์ภาวนาไป ดังนั้นสถาบันศาสนาในญี่ปุ่น จึงกลายเป็นสถาบันเพื่ออธิษฐานให้การค้า รุ่งเรือง คุ้มครองบ้าน สอบเข้าเรียนต่อได้ คลอดลูกปลอดภัย อันล้วนแล้วแต่เพื่อประโยชน์แก่ตนเองในโลกวัตถุปัจจุบันนี้ทั้งสิ้น
              ในยุคปัจจุบัน หนุ่มสาวญี่ปุ่นให้ความสนใจมากขึ้นกับลัทธิลี้ลับหรือศาสตร์เกี่ยวกับ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ อภินิหาร เป็นผลทำให้ตั้งแต่ปีทศวรรษที่ ๑๙๘๐ เป็นต้นมาได้เกิดกลุ่มลัทธิศาสนาใหม่ๆเล็กๆน้อยๆจำนวนมากมายซึ่งกล่าวอ้างถึงพลังอำนาจเหนือมนุษย์หรือปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาติขึ้น

จากหนังสือกระจกส่องญี่ปุ่น หน้า ๒๙๕ ได้เขียนถึงพระพุทธศาสนาในญี่ปุ่นไว้ว่า “ศาสนาพุทธถูกถ่ายทอดมาจากอาณาจักรปักเซ (Packche) ของเกาหลี มายังญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. ๕๓๘ (พ.ศ. ๑๐๘๑) แต่กล่าวกันว่า ก่อนหน้านั้นมีการนับถือพระพุทธศาสนาอยู่แล้ว โดยผู้เดินทางมาจากภาคพื้นทวีปมายังประเทศญี่ปุ่นในศตวรรษที่ ๕ เป็นผู้นำเข้ามาจากการที่พระพุทธศาสนาถูกถ่ายทอดจากอินเดีย ผ่านประเทศจีนมายังประเทศญี่ปุ่น
         

 แนวคิดอย่างมีระบบ

ประมาณปลายคริสศตวรรษที่ ๖ เป็นต้นมา พระพุทธศาสนาได้รับการสนับสนุนจากพระราชวงศ์และตระกูลผู้มีอำนาจทางการ ปกครอง มีสถาปัตยกรรมทางพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นมากมายในยุคนี้เช่น เจ้าชายโซโทะขุสร้างวัดโฮริวจิ(Houryuuji) วัดโคฟุคุจิ(Koufukuji) วัดโทไดจิ(Toudaiji) วัดยะคุซิจิ (Yakushiji)วัดโทโซไดจิ(Toushoudaiji) วัดเหล่านี้ถือเป็นสถาปัตยกรรมไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง

พระพุทธศาสนาคือแนวคิดอย่างมีระบบอันแรกที่ถูกนำเข้ามาสู่ประเทศญี่ปุ่น จึงส่งอิทธิพลอย่างมากมายต่อญี่ปุ่นในเวลาต่อมา ในทางวัฒนธรรม อารยธรรม สถาปัตยกรรม ศิลปะอุตสาหกรรมสำริด แพทยศาสตร์ ไปจนถึงเทคโนโลยีทางการเกษตร

ในช่วงกลางสมัยเฮอันเกิดความระส่ำระสายในบ้านเมืองและสังคม เกิดจลาจลก่อการโดยซามูไรแพร่ขยายไปทั่ว นำไปสู่แนวคิดโลกแห่งอนาคต ซึ่งเป็นรากฐานที่ทำให้เกิดพระพุทธศาสนาแนวใหม่สมัยคะมะคุระ นิกายนิฉิเรน (Nichiren) นิกายโจโดะ (Joudo) นิกายโจโด ซินซู (Joudo shinshuu) และนิกายเซน (Zen) ซึ่งเป็นนิกายหลักของพระพุทธศาสนาในปัจจุบันล้วนเกิดขึ้นในสมัยนี้

แต่นิกายเหล่านี้มีการปฏิบัติที่เรียบง่าย แตกต่างจากปรัชญาและแนวคิดของพระพุทธศาสนาในสมัยนะระ คือมีเพียงการท่องบทสวดมนต์สรรเสริญว่า นะมุเมียง โฮเร็นเงะเคียว (Namu myou houren gekyou) หรือ นามุ อะมิดะ บุทสึ (Namu amida butsu) และการทำสมาธิเท่านั้น จึงทำให้มีผู้ศรัทธาเลื่อมใสเพิ่มขึ้นมากมาย ประกอบกับในสมัยเอะโดะ มีการห้ามนับถือศาสนาคริสต์ด้วยการตั้งระบบดังกะ (Danka) ที่บังคับให้ประชาชนต้องลงทะเบียนสังกัดกับวัดใดวัดหนึ่งในท้องถิ่นของตน โดยวัดจะมีหน้าที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตั้งแต่เกิดจนตาย วัดจึงกลายเป็นเสมือนกลไกหนึ่งในการควบควบคุมประชาชนของรัฐบาลในสมัยนั้น

พระพุทธเจ้าที่สำคัญในญี่ปุ่น

๑.พระ อมิตาภะพุทธเจ้า ซึ่งเปี่ยมด้วยเมตตา และทรงช่วยให้มนุษย์พ้นทุกข์ในโลกปัจจุบันด้วยการอธิษฐานพระนาม พระพุทธรูปที่สำคัญคือหลวงพ่อโตที่เมืองคะมะคุระ

๒.พระไวโรจนะ พุทธเจ้า ผู้ประทานความสว่างเพื่อให้คนเข้าถึงธรรมะ พระพุทธรูปที่สำคัญคือหลวงพ่อโตหรือไดบุทสึที่วัดโทไดจิ เมืองนะระ

๓. พระไภสัชชคุรุ เป็นพระพุทธเจ้าผู้ทรงช่วยผู้คนให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ

 นอกจากนั้น ชาวญี่ปุ่นยังนับถือพระโพธสัตว์ปางต่างๆอีกเช่น

 พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระโพธิสัตว์แห่งความเมตตา

 พระโพธิสัตว์มัญชุศรี พระโพธิสัตว์แห่งปัญญา

  พระโพธิสัตว์สมันตภัทร พระโพธิสัตว์ผู้ทรงช่วยต่ออายุให้ยืนยาว

  พระโพธิสัตว์มหาสถามปราบต์ พระโพธิสัตว์ผู้ทรงคุ้มครองผู้คนจากความหลงผิด

  พระโพธิสัตว์กษิติครรภ พระโพธิสัตว์ผู้ทรงคุ้มครองผู้คนทั้งในนรกและสวรรค์

ศาสนาของคนญี่ปุ่น

ชาว ญี่ปุ่นนับถือพระพุทธศาสนานิกายมหายานควบคู่ไปกับศาสนาชินโต พระพุทธศาสนาแบ่งออกเป็นหลายนิกายนิกายที่สำคัญมี 5 นิกายดังนี้

๑.นิกายเทนได(เทียนไท้) พระไชโจ (เด็งกะโยไดชิ) เป็นผู้ตั้ง มีหลักคำสอนเป็นหลักธรรมชั้นสูง ส่งเสริมให้บูชาพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันและพระโพธิสัตว์

๒.นิกายชินงอน พระกุไกเป็นผู้ตั้งในเวลาใกล้เคียงกับนิกายเทนได มีหลักคำสอนตามนิกายตันตระสอนให้คนบรรลุโพธิญาณด้วยการสวดมนต์อ้อนวอนถือ คัมภีร์มหาไวโรจนสูตรเป็นสำคัญ

๓.นิกายโจโด(สุขาวดี) โฮเนน เป็นผู้ตั้งเมื่อ พ.ศ.๑๗๑๘ นิกายนี้สอนว่า สุขวดีเป็นแดนอมตสุขผู้จะไปถึงได้ด้วยออกพระนามพระอมิตาภพุทธะ นิกายนี้มีนิกายย่อยอีกมาก เช่น โจโดชิน (สุขาวดีแท้) ตั้งโดยชินแรน มีคติว่า ฮิโชฮิโชกุ ไม่มีพระไม่มีฆราวาส ทำให้พระในนิกายนี้มีภรรยาได้ฉันเนื้อได้ มีความเป็นอยู่คล้ายฆราวาส

๔.นิกายเซน (ชยานหรือฌาน) นิกายนี้ถือว่า ทุกคนมีธาตุพุทธะอยู่ในตัว ทำอย่างไรจึงจะให้ธาตุพุทธะนี้ปรากฏออกมาได้ โดยความสามารถของตัวเอง สอนให้ดำเนินชีวิตอย่างง่าย ให้เข้าถึงโพธิญาณอย่างฉับพลัน นิกายนี้คนชั้นสูง และพวกนักรบนิยมมากเป็นต้นกำเนิดของลัทธิบูชิโดนับถือพระโพธิธรรมผู้เผยแพร่ ในประเทศจีน

๕.นิกายนิชิเรน นิชิเรนเป็นผู้ตั้งนับถือสัทธรรมปุณฑริกสูตรอย่างเดียวโดยภาวนาว่า นะมึ เมียว โพเรงเงเกียว (นโม สทฺธมฺมปุณฺฑริก สุตฺตสฺส ขอนอบน้อมแด่ สัมธรรม ปุณฑริกสูตร) เมื่อเปล่งคำนี้ออกมาด้วยความรู้สึกว่ามีตัวธาตุพุทธะอยู่ในใจ ก็บรรลุโพธิได้

หลักธรรมของนิกายโจโด

นิกายนี้เน้นให้ระลึกถึงอมิดาหรือพระอมิตาภะ เพื่อไปเกิดในเนมบุตซู (พุทธเกษตร) ภายหลังชินราน ลูกศิษย์ของโฮเนนได้ตั้งนิกายโจโด ซินชู (สุขาวดีที่แท้) ซึ่งถือว่าในพุทธเกษตรนั้นไม่มีการแบ่งแยกระหว่างคนดีและคนชั่ว สมาชิกของนิกายนี้ไม่จำเป็นต้องถือวินัยเป็นพิเศษ ชินรานแต่งงานและทำให้เกิดระบบการสืบสกุลของพระในญี่ปุ่น ซึ่งต่อมาได้แพร่หลายไปยังนิกายอื่นด้วย

หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีนักการศึกษามากมายพยายามเชื่อมประสานพระพุทธศาสนานิกายต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยจัดตั้งเป็นองค์การขึ้น องค์การสื่อสารสัมพันธ์ระหว่างชาวพุทธที่ใหญ่ที่สุด คือ พุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งญี่ปุ่น ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๐๐ มีสำนักงานอยู่ที่วัดชุกิจิ ฮองวันจิ ในนครโตเกียวกิจการทางพุทธศาสนาที่สำคัญและมีจุดเด่นก้าวหน้าที่สุดของ ญี่ปุ่น คือ การจัดการศึกษา ซึ่งพระพุทธศาสนานิกายต่างๆ จะมีมหาวิทยาลัย วิทยาลัยโรงเรียนระดับมัธยมและในด้านความเป็นอยู่ของพระสงฆ์ในปัจจุบันนี้ พระส่วนใหญ่จะมีครอบครัวได้  และตำแหน่งพระยังสืบทอดเป็นมรดกแก่บุตรคนโตได้ด้วย ประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบัน เป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ประชาชนดำเนินชีวิตด้วยความเร่งรีบเพราะมีการแข่งขันกันมาก ทำให้มีความเครียด และมีปัญหาด้านสุขภาพจิต เป็นโรคประสาท โรคจิต และสถิติการฆ่าตัวตายสูงมาก สิ่งที่จะช่วยบรรเทาความเครียดได้ ก็คือการปฏิบัติตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา เนื่องจากญี่ปุ่นชอบความเร็วให้ได้ผลทันใจ พระพุทธศาสนานิกายเซนจึงเป็นที่นิยม และมีการสร้างนิกายใหม่ๆ หรือลัทธิใหม่ๆ ที่ปฏิบัติได้ผลรวดเร็วอีกมาก คนญี่ปุ่นส่วนหนึ่งไม่นับถือศาสนาใดเลย แต่ยึดถือลัทธิการเมืองตามความชอบใจของตน สังคมญี่ปุ่นจึงดูเหมือนกับมีศาสนาแต่นับถือศาสนาในฐานะเป็นส่วนเกื้อหนุนต่อลัทธิทางการเมืองอย่างหนึ่ง

วิถีชีวิตนักบวชญี่ปุ่น

          วิถีชีวิตนักบวชญี่ปุ่นแบ่งเป็น๒กลุ่มคือ
              (๑) กลุ่มที่รักษาพระวินัยอย่างเคร่งครัดถือเพศพรหมจรรย์ไม่มีภรรยา
              (๒) กลุ่มที่ถือบวชแบบครอบครัวมีภรรยาเหมือนชาวบ้านทั่วไป

โซนิน ชินรัน(ค.ศ.๑๑๗๓-๑๒๖๒) เป็นคนแรกที่เสนอว่าพระและวัดไม่สำคัญ แม้จะคงวัดไว้แต่พระมีภรรยาได้ และตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบสายกันอยู่ในตระกูล เป็นเหตุให้ต่อมานิกายอื่นๆเอาอย่าง แต่ระยะแรกๆทำกันอย่างลับๆ จนถึงสมัยเมจิ พระจักรพรรดิโปรดให้พระทุกนิกายเลิกถือพรหมจรรย์ และมีบุตรภรรยาได้อย่างเปิดเผย ชินรันมีภรรยา แต่ยังถือว่าตนเป็นบรรพชิต หากอยู่ร่วมฆราวาส

ชินรันเสนอว่า การบริกรรมมนต์เนมบุตสุ เป็นเพียงความเชื่อในพระอมิตาภะ เป็นการแสดงออกซึ่งกตัญญูกตเวทีต่อพระอะมิตาภะ ถ้าเชื่อมั่นในพระองค์ก็ไม่จำเป็นต้องเอ่ยนามพระองค์ก็ได้ ส่วนการเข้าสู่แดนสุขาวดีด้วยอำนาจของตนเองเป็นไปไม่ได้ ต้องพึ่งพลานุภาพของพระอมิตาภาพุทธเจ้าเท่านั้นจึงจะเกิดในแดนสุขาวดีได้(ส.ศิวรักษ์หน้า๑๙๒).

ชินรันเป็นสาวกของโฮเน็น เป็นผู้ก่อตั้งนิกายโจโดะซินซู ได้ย้ำว่าพระพุทธองค์นั้นได้เตรียมสวรรค์ไว้ให้แก่ผู้มีใจกุศลและลงโทษผู้มี ใจอกุศล สิ่งที่จำเป็นสำหรับการที่จะได้มาซึ่งการช่วยเหลือให้พ้นทุกข์ก็คือการมี ความเชื่อมั่นศรัทธา คำสอนของท่านทั้งสองเป็นสิ่งที่เข้าใจง่ายสำหรับชาวญี่ปุ่น จึงได้รับความศรัทธาจากประชาชนตั้งแต่นั้นมา(กระจกส่องญี่ปุ่น:หน้า๒๙)

ลักษณะเด่นของวัฒนธรรมญี่ปุ่น
           ๑.ชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญในรูปธรรมมากกว่านามธรรม ให้น้ำหนักวิธีการมากกว่าหลักการ เช่นการเปลี่ยนศาสนาจากหลักปรัชญามาเป็นการพูดถึงบาปบุญคุณโทษและบุญกุศลใน ชาตินี้, การนำวิธีการของลัทธิขงจื้อมาใช้ในการปกครองหัวเมืองสมัยเอะโดะมากกว่าจะยึด หลักปรัชญามาสั่งสอน หรือแม้แต่ปัจจุบันญี่ปุ่นสนใจวิทยาศาสตร์ประยุกต์มากกว่าวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์
           ๒.วัฒนธรรมญี่ปุ่นเป็นวัฒนธรรมหลากหลาย ญี่ปุ่นนับถือศาสนาไปหมดทั้งพระเจ้า พระพุทธเจ้า
           ๓.วัฒนธรรม ญี่ปุ่นไม่ได้แตกต่างกันไปตามท้องที่ศาสนาหรือแม้แต่ปัจเจกบุคคล ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด นับถือศาสนาอะไร แต่วัฒนธรรมที่ติดตัวเขานั้นแทบจะเหมือนชาวญี่ปุ่นคนอื่นๆ ทุกประการ เปรียบวัฒนธรรมญี่ปุ่นเหมือนขนมคินทาโร (Kintarou- ame) คือไม่ว่าจะตัดตรงไหนก็จะปรากฏภาพของคินทาโร ให้เห็น
           ๔.เปลี่ยนวัฒนธรรมอื่นทำให้เป็นของญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นมักจะแปลวัฒนธรรมที่มาจากภายนอกให้เป็นของญี่ปุ่นเช่นดัดแปลอักษร คันจิจากจีนให้เป็นคะนะ ในส่วนของพระพุทธศาสนาเข้ามาสู่ญี่ปุ่นตั้งแต่คริสตวรรษที่ ๖ แต่เพิ่งจะได้รับการยอมรับว่าไม่ใช่ศาสนานอกญี่ปุ่นโดยโฮเน็นและศิษย์นามว่า ชินรันในสมัยคะมะคุระ (คริสศตวรรษที่ ๑๒-๑๖) โฮเน็น(ค.ศ.๑๑๓๓-๑๒๑๒) ผู้ก่อตั้งนิกายโจโดะ สอนว่าการสวดมนต์ถึงพระพุทธองค์ สามารถไถ่ถอนสิ่งอกุศลได้ทั้งปวง เพียงแต่ท่องเน็มบุทสึ (นะมุ อะมิดะ บุทสึ: ข้าขอสรรเสริญและมอบความเชื่อมั่นศรัทธาแด่พระอะมิดะ) ก็เพียงพอที่จะทำให้ตนได้เข้าไปสู่ดินแดนสุขาวดี ณ เบื้องตะวันตกแห่งองค์อะมิดะ

สรุป

พระพุทธศาสนาในญี่ปุ่นมีนิกายมากมาย มีผู้บันทึกไว้ว่านิกายที่แยกสาขาออกไปประมาณ ๒๓๙ สาขานิกาย มีมหาวิทยาลัยทางพระพุทธศาสนาประมาณ ๑๖ แห่ง ปลายปี พุทธศักราช ๒๕๓๗ (ค.ศ.๑๙๙๔) ญี่ปุ่นมีพุทธศาสนิกชนประมาณ ๘๙ ล้านคน พระพุทธศาสนาแบบดั้งเดิมมีรากฐานอันมั่นคงในชนบท ส่วนในเมืองใหญ่ๆจะมีลัทธิใหม่ๆเกิดขึ้นมากมายเช่น โซคะ กักไค สืบเชื้อสายมาจากนิกายนิจิเรน มีผู้นับถือราว ๘ ล้านหลังคาเรือน, ลัทธิริชโซ โคเซไค ผู้มีนับถือประมาณ ๖ ล้านคน,ลัทธิเรยูไค มีผู้นับถือราว ๓ ล้านคน ศาสนาในญี่ปุ่นทุกวันนี้ จึงมีทั้งพระพุทธศาสนาแบบเก่าและนิกายใหม่ๆเกิดขึ้นและเผยแผ่เพื่อสันติภาพ ของโลกและสันติภาพภายในของปัจเจกบุคคล
               ในรายงานศาสนาประจำปี ซึ่งตีพิมพ์โดยกรมวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ในปี ค.ศ.๑๙๙๕ (พ.ศ ๒๕๓๘) ญี่ปุ่นมีประชากรประมาณ ๑๒๐ ล้านคน แต่มีจำนวนประชากรนับถือศาสนาอยู่ ๒๑๙,๘๓๐,๐๐๐ คน หมายความว่าเฉลี่ยแล้วชาวญี่ปุ่นนับถือประมาณคนละ ๒ ศาสนา และลัทธิความเชื่ออื่นๆอีกไปพร้อม ๆ กัน

พุทธศาสนาจากประเทศจีนต่างก็หลั่งไหลเข้าญี่ปุ่นนับเป็นจำนวนหลายนิกาย แต่ที่สำคัญๆ ปัจจุบันมี พุทธศาสนาแบบชินโต และพุทธศาสนานิกายเซน โดยเฉพาะนิกายเซนกำลังแพร่หลาย มีพุทธมามกะรวมประมาณ ๑๐ ล้านคน และนับวันจะเพิ่มมากขึ้น พุทธศาสนาในประเทศญี่ปุ่นมีความเจริญมาก มีวัดตามเมืองต่างๆ ทั่วไปถึงประมาณ ๗ หมื่นวัด พระสงฆ์ประมาณ ๒ แสนรูป  นอกจากนี้ยังมีสถานศึกษาธรรมชั้นสูงอีกราวประมาณ๑๐กว่าแห่งซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมากในเรื่องการสอนและการปฏิบัติ

บรรณานุกรม

จากหนังสือพระคัมภีร์ กวนอีมมหาโพธิสัตว์ แปลโดย เสถียร โพธินันทะ พิมพ์แจกเป็นธรรมทานโดย ชมรมธรรมทาน ทางไปรษณีย์ พุทธสถานโรงเจ เป้าเก็งเต๊ง ซอยปลูกจิต ๒ ถนนพระราม ๔ กทม.

พระคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร (เย็นเจี่ยว), สารัตถธรรมมหายาน, วัดมังกรกมลาวาส, พ.ศ. ๒๕๑๓,

เสถียร โพธินันทะ, ชุมนุมพระสูตรมหายาน, สำนักพิพมพ์บรรณาคาร, ๒๕๑๖,

สมภาร พรมทา, พุทธศาสนามหายานนิกายหลัก,สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สำนักพิพมพ์บรรณาคาร,๒๕๔๐,หน้า๒-๙)

รายงานศาสนาประจำปี ซึ่งตีพิมพ์โดยกรมวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ในปี ค.ศ.๑๙๙๕ (พ.ศ ๒๕๓๘)

รู้จักไทย เข้าใจญี่ปุ่น: หน้า ๒๗.

กระจกส่องญี่ปุ่น:หน้า๒๙.

ส.ศิวรักษ์:หน้า๑๙๒.
แหล่งสืบค้น

 http://www.tv5.co.th/service/mod/heritage/nation/neighbour/japan1.htm
 http://www.thaiedresearch.org/result/detail_add.php?id=3231

 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน รวมบทความมหายาน

คำสำคัญ (Tags)#ญี่ปุ่น#ประวัติศาสตร์พุทธศาสนา#นิกายมหายาน

หมายเลขบันทึก: 501540, เขียน: 07 Sep 2012 @ 19:55 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)