พระที่น่าสนใจอีกกลุ่มหนึ่งก็คือ พระลีลากำแพง ที่มีความนิยมมาก และมีการทำเลียนแบบมากทีเดียว โดยเฉพาะพระลีลาเม็ดขนุน

ที่มีหลายระดับฝีมือ ใน 4 กลุ่มใหญ่ๆ ตั้งแต่

  • ระดับของเล่น พิมพ์ผิดดูไม่ได้ เนื้อดินเผาแห้งๆ
  • เก๊ตาเปล่า เนื้อดินเผาด้านๆ มีคราบโปะเลอะๆ หรือแกล้งลงรักปิดทองปิดบังความน่าเกลียด
  • หรือ ดินเผาขัดแต่งผิวมันๆ ไว้หลอกมือใหม่
  • หรือ แม้กระทั่งดินดิบใหม่ๆ โปะคราบต่างๆคล้ายคราบว่านและหรือคราบกรุ

ดังนั้น ในการหยิบก็ควรเริ่มจาก

  1. ไม่มีคราบโปะ เลอะๆ ให้เกะกะรำคาญตา เพราะพระเก่าขนาดนั้น มักผ่านมาหลายมือ หรือโดนล้างมาหลายรอบ หลายยุค ความที่เป็นพระดินดิบเนื้อฉ่ำ มันแกร่ง ขัดมันได้ง่าย ยากที่จะมีอะไรเกาะอยู่ได้นาน
  2. เนื้อพระทั้งองค์ จะมีลักษณะเนื้อมันฉ่ำ แต่แกร่ง เนียน ละเอียด และดูแน่น ไม่บวม ไม่ดูหลวมๆ
  3. พิมพ์ทรงอ่อนช้อย งดงาม ตำหนิละเอียดยังไม่ต้องดูก็ได้ เพราะอาจแตกต่างกัน หรือหายไปจากการกร่อน
  4. ผิวส่วนนูนที่กร่อนจะเห็นเป็นริ้วในเนื้อเสมอกัน และมีความละเอียด เนียน และกร่อนอย่างเห็นได้ชัด
  5. ดูผิวที่กร่อน จะเห็นคราบน้ำว่านที่หลากโทนสี มีความฉ่ำลึกของน้ำว่านในเนื้อ
  6. ผิวเดิมของพระด้านนอก ที่ยังกร่อนไม่ถึง ที่ส่วนใหญ่เป็นคราบน้ำว่านผสมคราบกรุ และคราบผิวนอกเก่าๆ มีความยุ่ย ไม่มัน แต่อาจมีร่องรอยการลงรักปิดไว้บ้างบางส่วน แต่ไม่ควรมีทั้งองค์
  7. ผิวในร่องพิมพ์ ที่ยังกร่อนไม่ถึง ที่อาจมีคราบกรุอยู่ด้วย จะมีคราบว่านแห้งๆ เหี่ยวๆ เป็นริ้วในเนื้อน้ำว่านหลากโทนสี
  8. ถ้ามีหลุมที่ผิวพระ จะมีคราบน้ำว่านเป็นริ้ว แห้งๆ ทุกหลุม เสมอกัน
  9. มีร่องทรายรอบเม็ดทรายมน ฝังตัวอยู่ในหลุมที่มีคราบน้ำว่านเป็นริ้วๆ แห้งๆ
  10. เม็ดทรายทุกเม็ดที่ปรากฏที่ผิว จะเป็นเม็ดทรายมนและเหี่ยว ไม่มีร่องรอยการขัดแต่ง ที่จะทำให้ผิวเม็ดทรายเรียบ ไม่มีร่องเหี่ยว
  11. มีแร่ดอกมะขามยุ่ยๆ มนๆ และเป็นริ้วๆ อยู่ หรือ โผล่ในระหว่างคราบว่านแห้งๆ

หลังจากนั้นก็ไปเปิดตำราดูพิมพ์ และตำหนิรายละเอียดอีกครั้ง

(โปรดดูภาพประกอบครับ)

แต่ถ้าคัดเนื้อได้ตามเกณฑ์ 11 ข้อ ขนาดนี้แล้วมักจะไม่พลาดครับ