อุทกภัย น้ำท่วม

หมออนามัย นายอานนท์ ภาคมาลี

 

      อุทกภัย คือ ภัยที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีน้ำเป็นสาเหตุ อาจจะเป็นน้ำท่วม น้ำป่า หรืออื่นๆ โดยปกติอุทกภัยเกิดจากฝนตกหนักต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน บางครั้งทำให้เกิดแผ่นดินถล่ม อาจมีสาเหตุจาก พายุ หมุนเขตร้อนลมมรสุมมีกำลังแรง ร่องความกดอากาศต่ำมีกำลังแรงอากาศแปรปรวน น้ำทะเลหนุน แผ่นดินไหว เขื่อนพัง ทำให้เกิดอุทกภัยเสมอ

      น้ำท่วม เป็นการไหลล้นของห้วงน้ำซึ่งทำให้แผ่นดินจมอยู่ใต้น้ำ  น้ำเอ่อล้น ยังอาจใช้กับการไหลข้าวของกระแสน้ำ น้ำท่วมอาจเป็นผลของปริมาตรน้ำภายในแหล่งน้ำ เช่น แม่น้ำหรือทะเลสาบ ซึ่งไหลล้นหรือทลายคันดิน เป็นผลให้น้ำบางส่วนออกจากขอบเขตตามปกติของมัน ออกคุกคามพื้นที่ดินที่มนุษย์ใช้ เช่นหมู่บ้าน เมืองหรืพื้นที่อยู่อาศัย

       น้ำท่วม ยังสามารถเกิดในแม่น้ำได้ เมื่อการไหลนั้นเกินความจุของฝั่งน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่หัวเลี้ยว หรือ ทางน้ำโค้งตวัด อุทกภัยมักทำความเสียหายแก่บ้านและธุรกิจหากตั้งอยู่ในที่ราบน้ำท่วมถึงตามธรรมชาติ ขณะที่ความเสียหายอันเกิดจากอุทกภัยนั้นแท้จริงแล้วหมดไปได้โดยการย้ายออกจากแม่น้ำหรือแหล่งน้ำอื่น

       การควบคุมป้องกัน เช่นคันดิน ทางริมแม่น้ำ อ่างเก็บน้ำและฝาย ถูกใช้เพื่อป้องกันมิให้แม่น้ำพังตลิ่งเข้ามา เมื่อการป้องกันเหล่านี้ล้มเหลว จะมีการใช้มาตรการฉุกเฉิน เช่นกระสอบทรายหรือหลอดหรือท่อที่พอเคลื่อนย้ายง่าย น้ำท่วมชายฝั่งนั้น ด้วยการป้องกันชายฝั่ง เช่น กำแพงกันคลื่นหรือกำแพงทะเล หลายคนพูดว่า การสูญเสียพืชพรรณหรือการตัดไม้ทำลายป่าจะนำไปสู่ความเสี่ยงน้ำท่วมที่เพิ่มขึ้น เมื่อมีป่าตามธรรมชาติที่ปกคลุมอยู่ ระยะเวลาที่น้ำท่วมควรลดลง การลดอัตราการตัดไม้ทำลายป่าจะช่วยลดความถี่การอุบัติและการรุนแรงของน้ำท่วมได้

      น้ำท่วมมีผลกระทบรบกวนมากมายต่อถิ่นฐานและกิจกรรมเศรษฐกิจของมนุษย์ อย่างไรก็ดีน้ำท่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เล็กกว่า ยังสามารถนำมาซึ่งประโยชน์ได้ เช่น การเติมน้ำบาดาลใหม่ ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ขึ้นและให้สารอาหารแก่ดินซึ่งขาด น้ำท่วมทำให้บางพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่แห้งแล้งหรือกึ่งแห้งแล้ง มีทรัพยากรน้ำที่สำคัญยิ่ง ซึ่งปริมาตรน้ำฝนการกระจายไม่สม่ำเสมอมากตลอดทั้งปี น้ำท่วมมีบทบาทสำคัญยิ่งในการรักษาระบบนิเวศในทางน้ำไหล และเป็นปัจจัยหลักในการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของที่ราบน้ำท่วมถึง น้ำท่วมได้เติมสารอาหารปริมาตรมากแก่ทะเลสาบและแม่น้ำ ซึ่งทำให้การประมงดีขึ้นเป็นเวลาสองสามปี ซึ่งยังเป็นผลของความเหมาะสมของที่ราบน้ำท่วมถึงสำหรับการวางไข่ เพราะมีการล่าน้อยและสารอาหารมาก นกและปลาได้ประโยชน์จากการเพิ่มการผลิตซึ่งเป็นผลจากน้ำท่วม

      ชนิดของอุทกภัย

  1. น้ำป่าหลากเกิดจากฝนตกหนักบนภูเขาต้นน้ำละธารแลไหลบ่าลงที่ราบอย่างรวดเร็ว เพราะไม่มีต้นไม้ช่วยดูดซับชะลอกระแสน้ำ ความเร็วของน้ำ ของท่อนซุง และต้นไม้ ซึ่งหักมาตามกระแสน้ำจะทำลายต้นไม้ อาคารถนน สะพาน และชีวิตของมนุษย์และสัตว์ จนได้รับความเสียหาย
  2. น้ำท่วมขัง น้ำเออนอง เกิดจากน้ำล้นตลิ่ง มีระดับสูงจากปกติท่วมแช่ขัง ทำให้การคมนาคมหยุดชะงัก เกิดโรคระบาดได้ทำลายพืชผลเกษตรกร
  3. คลื่นซัดฝั่ง เกิดจากพายุลมแรงซัดฝั่ง ทำให้น้ำท่วมบริเวณชายฝั่งทะเลบางครั้งมีคลื่นสูงถึง10 เมตรซัดเข้าฝั่งทำลายทรัพย์สินและชีวิตได้

 

          การป้องกันและลดความเสียหายจากอุทกภัย ติดตามฟังข่าวอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาสม่ำเสมอ เมื่อใดที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้อพยพ ทั้งตนและสัตว์เลี้ยงควรรีบอพยพไปอยู่ในที่สูง อาคารมั่นคง แข็งแรง ถ้าอยู่ที่ราบให้ระมัดระวังน้ำป่าหลาก จากภูเขาที่ราบสูงลงมา กระแสน้ำจะรวดเร็วมาก ควรสังเกตเมื่อมีฝนตกหนักติดต่อกันบนภูเขาหลายๆวันให้เตรียมตัวอพยพขนของไว้ที่สูง  ถ้าอยู่ริมน้ำให้เอาเรือหลบเข้าฝั่งไว้ในที่จะใช้งานได้ เมื่อเกิดน้ำท่วม เพื่อการคมนาคม ควรมีการวางแผนอพยพไปอยู่ที่ใด พบกันที่ไหนอย่างไร กระแสน้ำหลากจะทำลายวัสดุก่อสร้าง เส้นทางคมนาคม ต้นไม้และพืชไร่ ต้องระวังกระแสน้ำพัดพาไป อย่าขับรถยนต์ฝ่าลงไปในกระน้ำหลาก แม้บนถนนก็ตาม อย่าลงเล่นน้ำ อาจจะประสพภัยอุบัติภัยอื่นๆ อีกได้

          ผลกระทบจากน้ำท่วม

  1. เกิดโรคระบาดในโรคระบบทางเดินอาหาร
  2. เส้นทางคมนาคม และพืชผลทางการเกษตรเสียหาย

การเตรียมการและการป้องกัน

  1. ติดตามข่าวสารและการพยากรณ์อากาศอย่าต่อเนื่อง
  2. เตรียมกระสอบทรายเพื่อเสริมคันดินกั้นน้ำ
  3. วางแผนการอพยพหนีภัย เก็บของมีค่า เอกสารสำคัญไว้ในที่ปลอดภัย
  4. เตรียมเครื่องเวชภัณฑ์ไว้ในยามฉุกเฉิน