GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ความหลัง-ความหวัง ตอนที่2*

การเรียนกฎหมาย ไม่ใช่มาจดคำบรรยายแล้วกลับไปท่องจำ แต่มาเรียนให้รู้จักคิด ใช้เหตุผล โต้แย้ง ตัดสินใจ

เมื่อผมขึ้นปี2 เข้าเรียนที่คณะนิติฯเต็มตัว มีผู้ร่วมชะตากรรมถึงสองร้อยกว่าคน ห้องเรียนกว้างขวางพอสมควร โต๊ะเรียนจัดให้นักศึกษานั่งหันหน้าไปทางตึกโดม มีพัดลมติดบนเพดานและอาศัยเปิดหน้าต่างรับลมธรรมชาติช่วยอีกแรง พร้อมด้วยกลิ่นแปลกๆโชยมาเป็นระยะๆจากท่อน้ำทิ้ง เราเรียนรวมกันทุกวิชา ในห้องนี้ห้องเดียวตั้งแต่ปี2ถึงปี4 จึงไม่เกิดปัญหาหาห้องเรียนไม่พบ ปัจจุบันห้องนี้ยังอยู่ปรับปรุงติดแอร์เย็นฉ่ำ เป็นสำนักงานเลขานุการคณะนิติฯ

บริเวณด้านในของคณะฯเป็นที่เรียนของนักศึกษาปี3 ผนังห้องใช้ลวดตาข่ายกั้นมองทะลุได้ทุกทิศทางเรียกกันว่า"เล้าไก่" ไม่จำเป็นต้องมีห้องเรียนสวยหรูหรือตึกเรียนใหญ่โตก็เรียนกันได้ จบออกไปประสบความสำเร็จในอาชีพและรับราชการมีตำแหน่งอันมีเกียรติหลายคน เล้าไก่ถูกรื้อสร้างใหม่เป็นห้องสมุดของคณะฯ ชั้นล่างเป็นบริเวณเอนกประสงค์สำหรับนักศึกษา

คณะนิติฯสมัยนั้นยังไม่มีอาจารย์ประจำ มีแต่อาจารย์ไป-มา ซึ่งทุกท่านมีชื่อเสียงในวงการกฎหมายและมีงานประจำทำอยู่ อาจารย์จึงไม่ค่อยมีเวลาให้นักศึกษามากนัก  การจะถามปัญหาทำได้หลังจากมีการบรรยายเสร็จสิ้นก่อนอาจารย์จะขึ้นรถ ซึ่งติดเครื่องรออยู่ อาจารย์บางท่านมีภารกิจมากทั้งงานหลวงงานราษฎร์ เช่นไปเป็นกรรมการประกวดนางงาม การตรวจข้อสอบจึงต้องล่าช้าไปบ้าง จนเป็นที่รู้กันว่ากว่าจะประกาศผลสอบต้องรอให้ประกาศผลว่าใครได้เป็นนางงามเสียก่อน พวกที่เรียนเก่งๆจะหงุดหงิดเสมอเพราะอยากรู้คะแนนสอบเร็วๆ อาจารย์ที่อารมณ์สุนทรีย์ก็มี ท่านเก่งกฎหมายและชอบแต่งเพลง จะนำเพลงเหล่านั้นมาร้องให้นักศึกษาฟังเป็นการปิดท้ายการบรรยาย ส่วนอาจารย์ที่ดุๆ เมื่อเวลาท่านสอนห้ามมีเสียงอะไรรบกวน ทุกคนต้องปิดปากเงียบสนิท จนบางคนงีบสนิทไปเลยก็มี ท่านอาจารย์ห้ามนักศึกษาได้แต่ห้ามนกร้องไม่ได้ วันหนึ่งขณะที่ท่านกำลังสอน มีนกพิราบที่อาศัยอยู่แถวโรงแบดมินตัน(ปัจจุบันเป็นลานจอดรถคณะ) ส่งเสียงร้องตีกันเพื่อแย่งเศษอาหาร ผสมกับเสียงเชียร์ของคนที่ชอบเห็นนกทะเลาะกัน อาจารย์หยุดสอนกลางคัน เดินออกจากห้องเรียนขึ้นรถกลับทันที พวกเราจึงออกไปเชียร์นกด้วย ได้งดเรียนเพราะนกเป็นเหตุ

ผมเขียนถึงท่านอาจารย์ด้วยความเคารพ มิได้มีเจตนาจะลบหลู่ เมื่อผมต้องมาเป็นครู จึงรู้ซึ้งว่าการสอนหนังสือนั้นยากที่สุด และครูเป็นผู้ที่ถูกนักศึกษานินทาบ่อยที่สุดทุกโอกาสที่อำนวย ไม่มีใครรอดสักคน

มีเหตุการณ์การเมืองเกิดขึ้นหลายครั้ง สิ่งต่างๆเปลี่ยนแปลงไป คณะนิติฯในความรู้สึกของผมซบเซาลงเรื่อยๆหลายปีติดต่อกัน จนกลายเป็นคณะที่ถูกเลือกอันดับ4 เลือกไว้เพราะกลัวเอ็นท์ไม่ติด เมื่อไม่ได้ต้องการเรียนกฎหมายอย่างจริงจังแต่แรก ความตั้งใจเรียนจึงมีน้อย บางคนสอบตก บางคนถูกรีไทร์ การเรียนกฎหมายไม่ใช่มาจดคำบรรยายแล้วกลับไปท่องจำ แต่มาเรียนให้รู้จักคิด ตัดสินใจ ใช้เหตุผล โต้แย้ง ตัดสินใจ ครูเป็นผู้ชี้แนะแนวทางให้ข้อมูล เพื่อให้นักศึกษาไปค้นคว้าเพิ่มเติม เรียนกฎหมายจึงไม่ง่ายอย่างที่คิด


*ที่มาจากหนังสือ 70ปี นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 50145
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)