..

ช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมาในช่วงที่รถเข้าอู่ ฉันตัดสินใจที่จะไม่รับรถสำรองที่อู่มาใช้ด้วยเหตุผลสองประการ หนึ่งเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และสองเพื่อใช้บริการขนส่งของรัฐหลากรูป เพราะต้องการการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ให้กับชีวิตบ้าง การที่เราทำอะไรเหมือนเดิมตลอดเวลา มันทำให้เกิดความเคยชินและกลายเป็นความอยู่ตัวในการเรียนรู้ 

ชาวสิงคโปร์โชคดีมากที่รัฐจัดการระบบการขนส่งสาธารณะค่อนข้างดี ทุกๆ ชุมชนที่ผู้คนอาศัยอยู่อย่างน้อยที่สุดก็จะมีรถบัสผ่าน บางที่อาจมีรถรางเล็กเพื่อเพิ่มความสะดวก และที่สำคัญบริการของเครือข่ายรถไฟฟ้าก็ขยายตัวครอบคลุมเกือบจะทั้งเมือง รถบัสส่วนบุคคลก็มีวิ่งในบางสายที่เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น หากต้องการความสะดวกที่มากไปกว่านั้นบริการรถแท็กซี่ก็เป็นที่นิยมทำให้การเดินทางสบายยิ่งแทบจะเรียกได้ว่าไม่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวเลยก็ว่าได้ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของเมือง ซึ่งการเดินทางโดยสารขนส่งของรัฐนั้นเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างมากอีกด้วย สิ่งที่ต้องมีคือทักษะการบริหารจัดการเวลาที่ดีขึ้นหากต้องต่อรถและรอรถหลายสาย และการเตรียมใจเผชิญกับความแออัดในชั่วโมงเร่งด่วนเท่านั้น

ระยะสองปีหลังมานี้รัฐบาลได้พยายามลดจำนวนรถยนต์บนท้องถนน ด้วยการปรับเพิ่มราคาประมูลใบอนุญาตการครอบครองยานยนต์ที่เรียกกันว่า Certificate of Entitlement (COE) ให้สูงขึ้นมาก นอกเหนือจากค่ารถยนต์ ค่าภาษีนำเข้าแล้ว ราคารถยังต้องบวกค่า COE เข้าไปอีกทำให้ราคาของรถส่วนบุคคลแพงมากเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน และ COE นี้มีอายุการใช้งานแค่สิบปี หลังจากนั้นก็ต้องขอประมูลใหม่หากต้องการใช้รถคันเดิม และราคาของ COE ก็จะขึ้นอยู่กับจำนวนโควต้ารถที่รัฐบาลอนุญาตในเดือนนั้น หากจำนวนรถที่อนุญาตสูงราคาใบอนุญาตก็ต่ำลง หากจำนวนรถน้อยราคาก็แพงขึ้น ตามสถิติล่าสุดจำนวนประชากรของทั้งประเทศประมาณห้าล้านคน อัตราส่วนคนมีรถยนต์ประมาณหนึ่งในสิบ

พักหลังมานี้ราคา COE เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 70,000 เหรียญ รวมทุกอย่างแล้วรถยนต์ญี่ปุ่นธรรมดาๆ ขนาด 2,000 cc จะตกประมาณ 150,000 เหรียญ (1 เหรียญ = 24 บาท) การซื้อรถยนต์ในระยะหลังมานี้กลายเป็นความฟุ่มเฟือยมากกว่าความจำเป็นจริงๆ คนที่เพิ่งจบปริญญาตรีจะได้รับเงินเดือนขั้นต่ำเดือนละประมาณสามพันเหรียญ หากเขาซื้อรถขับ ค่าใช้จ่ายต่างๆ เกี่ยวกับรถคันเล็กๆ ต่อเดือนอาจรวมเป็นครึ่งหนึ่งของรายรับเลยทีเดียว แต่หากเขาใช้บริการขนส่งของรัฐ เขาอาจจ่ายไม่เกิน 500 เหรียญต่อเดือน หากเมื่อก่อนค่า COE แพงเหมือนตอนนี้ฉันคงไม่ตัดสินใจซื้อรถยนต์ที่ขับอยู่อย่างแน่นอน

วันเสาร์ช่วงฮารีรายอ เราชวนกันนั่งรถไฟไปหัดถ่ายรูปแถบอินเดียน้อย Little India ซึ่งอยู่ใกล้ตัวเมือง จากบ้านเราใช้เวลาเดินไปสถานีรถไฟประมาณ 10 นาที รถไฟจากสถานีใกล้บ้านทางตอนเหนือเข้าเมืองใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เราเปลี่ยนสายรถไฟที่สถานี Dhobi Ghaut ไปยังเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางที่สถานี Little India ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณหนึ่งชั่วโมง ฉันรู้สึกตัวเองเป็นเหมือนบ้านนอกเข้ากรุง (country bumpkin) ทุกครั้งที่เข้าเมือง เพราะความตื่นตากับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา

..


ภายในสถานีรถไฟฟ้า Dhobi Ghuat

..

ประมาณร้อยละสิบของประชากรในสิงคโปร์เป็นชาวแขก แถบ Little India ในวันหยุดจึงคลาคล่ำไปด้วยชาวภารตะทั้งคนพื้นบ้านและชาวแขกที่เดินทางมาทำงานที่นี่จากแถบเอเชียใต้ ในขณะที่ชาวโลกอื่นๆ ต้องการเดินทางไปจาริกแสวงบุญในอินเดีย ชาวแขกอินเดียต่างก็ออกจากบ้านเมืองเขาและเดินทางไปทำงานในทั่วมุมโลกในขณะนี้ วันก่อนมีรายงานข่าวว่าร้อยละห้าของประชากรคนต่างชาติในออสเตรเลียคือคนแขก พวกเขาต่างออกแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าให้ตัวเอง จุดประกายให้ชีวิตตัวเองด้วยการนำตัวเองออกสู่โลกกว้าง หนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้แต่อย่างน้อยในวันนี้พวกเขาก็เชื่อว่าเขาควรจะจุดเทียนส่องทางดีกว่าจะมานั่งโทษความมืด

สำหรับคนที่อยู่ไกลบ้านการที่ได้ไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงกับที่เราจากมา ไปกินอาหารที่คุ้นเคย ไปเห็นรอยยิ้มของคนบ้านเดียวกัน ให้ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก และสำหรับชาวแขกไกลบ้านหลายๆ คน ที่นั่นคือที่ชาร์ตแบตเตอรี่ที่เขาต้องไปเติมพลังใจทุกสัปดาห์ ฉันรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับเขาเหล่านั้น เพราะเราต่างเป็นคนต่างด้าวที่มาทำงานต่างเมืองและเรียกตัวเองให้ดูดีว่า foreign talent ;)

บนถนนสายนี้จึงมีร้านรวงมากมายไว้บริการนักท่องเที่ยวจากหลายๆ ที่เพื่อมาชื่นชมวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวแขกที่นี่ ในบางครั้งที่ฉันรู้สึกว่าเรากำลังเดินอยู่ในเมืองแขกที่ใดสักที่ที่ไม่ใช่สิงคโปร์ นอกจากร้านขายของใช้ต่างๆ ร้านอาหาร ร้านทอง แถบนี้ยังมีวัดแขกและมัสยิดตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน ดูเป็นความต่างที่กลมกลืนและลงตัว

ฉันนึกถึงคำพูดของอดีตประธานาธิบดีโรนัล เรแกนที่พูดเอาไว้ว่า "สันติภาพไม่ใช่หมายความว่าจะไม่มีข้อขัดแย้ง แต่มันคือความสามารถที่จะจัดการความขัดแย้งด้วยความสงบ" สิ่งหนึ่งที่ฉันชื่นชมรัฐบาลที่นี่คือการพยายามทำให้ผู้คนหลากพื้นเพ หลายความเชื่อ ต่างศาสนาอยู่ด้วยกันในเมืองเล็กๆ นี้อย่างผาสุก

การเดินทางออกจากเส้นทางเดิม การเดินทางออกจากความนึกคิดเดิม ช่วยกระตุ้นให้เห็นหลากมุมมองในชีวิตต่างไป ได้เห็นได้พบสิ่งที่น่าตื่นตาไม่น้อย สองข้างทางที่อาจดูเป็นสีจางๆ กลับกลายเป็นสีสันที่สดใสเป็นความตื่นตัวหนึ่ง วันนี้ไปเที่ยวดูสีสันของ Little India ด้วยกันนะคะ

..

..

..

..

..

..

..

..

..

..

..

..

..

..

.

Karunesh - Heart

http://www.youtube.com/watch?v=9UuFPuatqwQ&feature=related