อนุทินล่าสุด


...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ

"If you have no intention of loving or being loved, then the whole journey is pointless"

Kate DiCamillo in The Miraculous Journey of Edward Tulane

 

"หากคุณไม่คิดจะรักหรือถูกรักเลย การเดินทางนี้ก็ไร้ความหมาย"

จากหนังสือ The Miraculous Journey of Edward Tulane

 

สุขสันต์คืนวันที่เรามีความรัก ซึ่งทำให้การเดินทางของชีวิตมีความหมายมากขึ้นค่ะ

 



ความเห็น (1)

ใช่ค่ะ ...มันคงเป็นเส้นทางที่น่าเบื่อมากค่ะ....ตรงข้ามหากเราแบ่งปันความรัก ความเมตตาให้ใคร ..ความสุขก็มีมาค่ะ...โลกใบนี้ขาดความรักไม่ได้ค่ะ ........

...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ

คนบางคน...

รอทั้งวัน เพื่อให้ถึงเวลาเลิกงาน

รอทั้งสัปดาห์ เพื่อให้ถึงวันศุกร์

รอทั้งเดือน เพื่อให้ถึงวันสิ้นเดือน

รอทั้งปี เพื่อให้ถึงหน้าหนาว

และรอทั้งชีวิต เพื่อจะได้สัมผัส...ความสุข

 

สวัสดีปีใหม่กัลยาณมิตร ทุก ๆ ท่านค่ะ ขอให้วันนี้เป็นวันแห่งการเริ่มต้นความสุขในทุกขณะ โดยไม่ต้องรอ นะคะ

 



ความเห็น (11)

คิดถึงที่สุด…มาถูกจังหวะ…สวัสดีปีใหม่ครับ ขอให้คุณปริม และครอบครัว มีความสุข และสุขภาพดีนะครับ

อาจารย์ …….. คิดถึงจัง ครบปีแ้ล้วนะครับ ;)…

สวัสดีปีใหม่..เจ้าค่ะ..กำลัง..คิดถึงอยู่พอดีเหมือนกันเจ้าค่ะ..ขอให้มีความสุขสดชื่น..เสมือน..ดอกไม้ ถูกน้ำค้างพร่างพรม...เพราะเป็นความสุข..อย่างไม่ต้องรอ..ค่ะ....ด้วยคาระวะ..จาก..ยายธี

  • ขอมีความสุขแบบไม่ต้องรอแบบพี่ปริมด้วยคนเย้

หวัดดีปีใหม่จ้ะคุณปริม…หายไปน้านนานนะจ๊ะ ดีใจที่คุณปริมกลับมาอีกครั้ง คิดถึงจ้ะ

สวัสดีปีใหม่ สุขภาพกายใจ สดใส แข็งแรงนะครับอาจารย์

สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณหมอทิมดาบ, อาจารย์วัส, คุณหนูรี, คุณยายธี, น้องกล้วยไข่, คุณแสงแห่งความดี, คุณมะเดื่อ, อาจารย์นุ และกัลยาณมิตรทุกท่านค่ะ

ขอให้ทุกท่านมีความสุข สดชื่น สมหวัง มีพลัง ในการสรรสร้าง ตลอดปีนะคะ

ขอบคุณในคำอวยพรและความระลึกถึงค่ะ ปริมจะไปเยี่ยมเยียนทุกท่านอีกครั้งนะคะ

ขอบคุณค่ะ

หายไปนานนะคะคุณปริม สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๗ ค่ะ

ปีนี้จะกลับมาบ่อยๆ ค่ะคุณหมอธิรัมภา ขอบคุณค่ะ

...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ


Success of a 'human being'

Very often we think that we are successful based on our status in an organization and how rich we think we are; we define ourselves by the work role; we view ourselves as the reflection of the respect others paid us.

Being successful in the job incumbent is still something to be proud of, however to be successful as a human being is also something worth rediscover.

Ralph Waldo Emerson redefined the word "success" as follows;

"To laugh often and much; 
to win the respect of intelligent people and the affection of children; 
to earn the appreciation of honest critics and endure the betrayal of false friends; 
to appreciate beauty; 
to find the best in others; 
to leave the world a bit better, whether by a healthy child, a garden patch or a redeemed social condition; 
to know even one life has breathed easier because you have lived. 
This is to have succeeded"

~~~~~~
ความสำเร็จของการเป็น 'คนธรรมดา'
บ่อยครั้งที่เราคิดว่า...
"ความก้าวหน้า" นั้นวัดกันที่ตำแหน่งหน้าที่การงาน
"ความสำเร็จ" นั้นอยู่ที่ความร่ำรวย
"ความเป็นตัวเรา" นั้นอยู่ที่คำนำหน้าที่คนเรียกขาน
หรือ"ความนับถือในตน" อยู่ที่คำยกยอปอปั้นของคนอื่น

ความสำเร็จของการเป็น "คนสำคัญ" ในที่ทำงาน เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ 
แต่ก็ยังมีความสำเร็จอีกด้านหนึ่งที่น่าค้นหาและทำให้ได้ 
นั่นคือความสำเร็จของการเป็น "มนุษย์ธรรมดา" คนหนึ่งบนโลกใบนี้

ราล์ฟ วอลโด เอเมอร์สัน นักเขียน นักปรัชญาชาวอเมริกัน ให้นิยามของอีกหนึ่งความสำเร็จไว้ว่า

"การหัวเราะให้บ่อยๆ มากๆ
การได้รับความนับถือจากคนดี
การได้รับความรักจากเด็กๆ
การยอมรับคำว่ากล่าวตักเตือน 
การยอมรับการหักหลังจากเพื่อนเลวได้
การชื่นชมความงามของสิ่งรอบตัว
การมองเห็นข้อดีของคนอื่น
การทำให้โลกนี้ดีขึ้นในวันที่่เราจากไป 
ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเด็กที่ดีขึ้นมาสักคน 
ทิ้งสวนสีเขียวไว้สักผืน 
หรือการทำให้สังคมดีขึ้น
และการที่เรารู้ว่าเราได้ทำให้อีกชีวิตหนึ่งหายใจคล่องขึ้นในยามที่เรายังมีชีวิตอยู่ 
สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ควรจะทำให้สำเร็จ"

อรุณสวัสดิ์วันแห่งความสำเร็จที่เราอาจทำให้ใครสักคนหัวเราะตามได้ และหายใจคล่องขึ้นค่ะ ;)



ความเห็น (3)

เราจะหัวเราะกู้โลกกันครับอาจารย์ ;)...

คิดถึงคุณปริม…ค่ะ

รออ่านบันทึกดี ๆ ของคุณปริมค่ะ

(@^_______^@)

กลับมาแล้วค่ะคุณ Wahoo_KrooKay ;) ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ สวัสดีปีใหม่นะคะ….

...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ


...

หนี้สิน - ทรัพย์สิน

สิงคโปร์เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีนักพูดนักเขียนชื่อดังทั่วโลกมาเปิดคอร์สสัมมนา อบรมกันตลอดเวลา และผู้คนที่นี่ก็กระหายหิวความรู้เพื่อการพัฒนากันอย่างมาก เมื่อมีทั้งดีมานด์และซัพพลาย จึงมีโอกาสดีดีเกิดขึ้นมากมายค่ะ

วันนี้มีโอกาสไปงานสัมนาด้านการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์จากนักพูด นักเขียนชื่อดัง Marco Robinson ก่อนการสัมนาเขาแนะนำตัวเองแล้วเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานแนะนำตัวเองสั้นๆ ในด้านพื้นฐานการศึกษาและงานที่ทำ 

เมื่อฉันแนะนำตัวเองจบ เขาถามว่า "คุณจบปริญญาเอก คุณจะมาเรียนอะไรจากคนที่ไม่มีวุฒิการศึกษาใดอย่างผม?"(เหมือนคนดังหลายๆ คนที่เรารู้จัก เขาลาออกจากโรงเรียนตอนอายุ 16 ทำงานมาหลายอย่าง กระทั่งมาจับงานการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์จนประสบความสำเร็จและร่ำรวย (มาก) ในที่สุด) 

ฉันตอบไปว่า "เรารู้ในสิ่งที่ต่างกัน ดังนั้นฉันจึงมาเรียนในสิ่งที่ยังไม่รู้" เขาดูประทับใจในคำตอบ

ในช่วงเริ่มต้นการสัมมนา เขาแสดงสไลด์หนึ่งมีข้อความว่า 

The biggest liability is what you already know
The biggest asset is what you still do not know

หนี้สิน ที่มีมูลค่ามากที่สุด คือสิ่งที่เราคิดว่าเรารู้แล้ว
ทรัพย์สิน ที่มีมูลค่ามากที่สุด คือสิ่งที่เรายังไม่รู้

นำมาฝาก เพราะมีทรัพย์อีกมากมาย รอการเป็นเจ้าของอยู่นะคะ...

สุขสันต์ทุกวันที่เรียนรู้ค่ะ...



ความเห็น (1)

ขอบคุณมากค่ะคุณปริม

...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ

ความท้าทาย....สิ่งที่ทำให้ชีวิตมีชีวายิ่งขึ้น....

คนญี่ปุ่นชอบทานปลาดิบเป็นชีวิตจิตใจ ปลาที่จะนำมาทำปลาดิบนั้นเป็นที่รู้กันดีว่าจะต้องสด เมื่อปลาในแถบใกล้ฝั่งมีจำนวนลดลง และจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ชาวประมงจึงต้องออกไปหาปลาไกลออกไปกว่าเดิม ยิ่งไกลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องใช้เวลามากขึ้นในการกลับถึงฝั่ง ปลาจึงตายและไม่สด ชาวญี่ปุ่นไม่ชอบรสชาติปลาแบบนี้ 

เพื่อแก้ปัญหา ชาวประมงจึงทำการติดตั้งตู้แช่แข็ง ปลาที่จับได้จะถูกแช่แข็งทันทีเพื่อรักษาความสดใหม่ของปลา ตู้แช่แข็งช่วยให้ชาวประมงเดินเรือได้หลายวันกว่าจะกลับเข้าฝั่ง แต่ทว่าชาวญี่ปุ่นก็ยังสามารถแยกแยะได้ระหว่างปลาสดและปลาแช่แข็ง พวกเขาไม่ชอบปลาที่แช่แข็ง ดังนั้นราคาปลาแช่แข็งจึงตกลงมาก

ชาวประมงจึงเปลี่ยนกลยุทธใหม่ จากการติดตั้งตู้แช่แข็งมาเป็นติดตั้งตู้ปลา โดยนำเอาปลาที่จับได้ขังไว้ในตู้ปลา ปลาจึงยังไม่ตาย แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายวันเข้า ปลาที่อยู่ในตู้ก็เริ่มเหนื่อยล้าและไม่เคลื่อนไหวแม้จะยังมีชีวิตอยู่ก็ตาม ลิ้นอันประณีตของชาวญี่ปุ่นก็ยังอุตสาห์แยกแยะระหว่างปลาสดกับปลาที่ถูกขังไว้ได้ เพราะการที่มันไม่เคลื่อนไหวอยู่หลายวัน มันสูญเสียรสชาติของปลาสด ชาวญี่ปุ่นชอบรสชาติของปลาที่มีชีวิตชีวา ไม่ใช่ปลาที่หดหู่รอวันตาย

คุณคิดว่าชาวประมงจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร?

ชาวประมงพยายามเอาใจลูกค้าให้ได้ปลาที่มีรสชาติสดใหม่อยู่เสมอด้วยการจับปลาใส่ในตู้ปลาขนาดใหญ่ใต้ท้องเรือดังเดิม ทีนี้เขาก็เอาปลาฉลามตัวเล็กๆ ใส่ลงไปในตู้ปลาด้วย ปลาฉลามจะกินปลาที่อยู่ในตู้บ้าง แต่ปลาที่เหลือส่วนใหญ่ก็จะพยายามแหวกว่ายหนีปลาฉลามไปมา และยังอยู่ในสภาพที่มีชีวิตชีวา (และรสชาติดีเหมือนปลาสดที่เพิ่งจับมาใหม่ๆ) 

ปลาพวกนั้นมีชีวิตชีวาเพราะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย 

บางทีชีวิตคนเราก็เป็นอย่างนั้น เมื่อถึงจุดจุดหนึ่งที่คุณมีพร้อมกว่าที่เคยมี ไม่ว่าจะเป็นมีครอบครัวที่อบอุ่น มีหน้าที่การงานที่ดี หมดหนี้สิน คุณอาจจะหมดไฟ คุณไม่อยากทำงานหนักอีกต่อไป เหมือนปลาที่อยู่ในตู้...

ทางออกนั้นง่ายกว่าที่คิด ดังที่ L. Ron Hubbard กล่าวไว้ "น่าแปลกที่คนเรากลับมีชีวิตชีวา เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย"

เมื่อเผชิญหน้ากับความท้าทาย คุณอาจพบว่าคุณเป็นคนอดทน และมีความสามารถ คุณจะสนุกไปกับปัญหาดีดี หากปัญหาของคุณมีขนาดพอดีๆ คุณสามารถแก้ปัญหาได้ตลอด คุณจะมีความสุข 

คุณคิดถึงสิ่งที่ท้าทาย คุณมีพละกำลังขึ้นมา คุณตื่นเต้นที่จะได้ทดสอบวิธีแก้ปัญหา คุณสนุกไปกับมา และรู้สึกมีชีวิตชีวา

แทนที่จะวิ่งหนีความท้าทาย คุณอาจกระโดดเข้าไปหา เอาชนะมันให้ได้ และมีความสุขกับเกมนี้

หากปัญหานั้นใหญ่ยิ่งก็อย่าเพิ่งท้อถอย ความผิดหวังอาจทำให้คุณเหนื่อย ดังนั้นจึงต้องจัดการบริหารใหม่ มองหาแรงบันดาลใจใหม่ มองหาความรู้เพิ่ม มองหาคนช่วยอีกแรง

หากคุณถึงจุดที่อิ่มตัวก็สร้างจุดหมายใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม เมื่อคุณมีฐานะทางการเงินเพียงพอสำหรับตัวเอง ก็ตั้งจุดมุ่งหวังขอความเพียงพอสำหรับกลุ่มคนที่ใหญ่ขึ้น ในสังคม หรือเพื่อนมนุษย์อื่น

อย่าเพียงสร้างความสำเร็จแล้วยืนอยู่ในนั้น คุณมีความสามารถ มีทักษะ มีทรัพยากรที่จะสร้างความต่างได้ ลองปล่อยปลาฉลามลงในตู้ของคุณ แล้วลองดูว่าคุณจะก้าวไปได้ไกลอีกมากเท่าไหร่...

:)

เพื่อนใจดีคนหนึ่งใจดีส่งบทความนี้มาให้...

จึงขอนำมาแบ่งปันค่ะ...

มีความสุขกับความท้าทายในสัปดาห์ใหม่นะคะ




ความเห็น (2)

ขอบคุณบันทึกให้แง่คิดและกำลังใจค่ะ

ดิฉันเจอความท้าทายหลายรูปแบบตลอดเวลาค่ะ 

มันเป็นบททดสอบที่มีประสิทธิภาพมากค่ะ กว่าจะผ่านมาได้แต่ละบท แทบจะถอดใจ .. แต่ก็ผ่านมันมาจนได้

ยังไม่มีความคิดจะวิ่งหนีบททดสอบแต่วันเลยค่ะ .. หมดเวลาเมื่อใด ก็เมื่อนั้นล่ะ ......บททดสอบจึงจะหมด


...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ


ยิ่งสูงส่ง ยิ่งอ่อนน้อม...

นานมาแล้วมีชายคนหนึ่งขี่ม้าผ่านมาทางที่กลุ่มทหารกำลังขนซุงกันอยู่ พลทหารต่างทำงานกันอย่างเหน็ดเหนื่อย พยายามเลื่อนซุงแต่ยังไม่สำเร็จ นายสิบทหารยืนมองลูกน้องที่ขนซุงอยู่อย่างวางท่า ชายคนขี่ม้าจึงถามนายสิบทหารว่าทำไมจึงไม่ช่วยเขาเหล่านั้น นายสิบทหารตอบอย่างภาคภูมิว่า ผมเป็นนายสิบทหาร ผมออกคำสั่งให้คนพวกนั่นทำ นั่นคือหน้าที่ของผม

ชายคนขี่ม้าจึงลงจากหลังม้าแล้วมัดม้าไว้กับต้นไม้ ก่อนจะไปช่วยพลทหารเหล่านั้นอีกแรง ด้วยแรงที่เพิ่มขึ้น พวกเขาจึงย้ายซุงท่อนใหญ่ได้สำเร็จ พลทหารต่างเข้ามาจับมือขอบคุณชายคนขี่ม้า เขาจูงม้าออกมาอย่างเงียบๆ ไปหยุดที่นายสิบคนนั้นที่ยังยืนกร่างอยู่แล้วบอกว่า "คราวต่อไปหากลูกน้องของนายต้องการความช่วยเหลือให้เรียกผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาช่วยได้ ผมว่างสำหรับลูกน้องเสมอ" 

หลังจากที่ชายคนขี่ม้าจากไป พลทหารและนายสิบทหารเพิ่งรู้ว่าเขาชื่อ จอร์จ วอชิงตัน.. ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา

ความก้าวหน้าและความถ่อมตนเดินคู่เคียงกันไปเสมอในการทำงานกับคนกลุ่มใหญ่

มีความสุขในการทำงาน....นะคะ



ความเห็น (1)
...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ


ตะเกียกตะกาย

วันหนึ่งครูสอนชีววิทยากำลังสอนนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องวงจรชีวิตของผีเสื้อ ครูได้เตรียมผีเสื้อในช่วงต่างๆ ของชีวิตมาแสดงให้นักเรียนดู ตั้งแต่ในช่วงที่ยังเป็นไข่ เป็นหนอนผีเสื้อ ดักแด้ และผีเสื้อสวยงาม เขาบอกนักเรียนว่าในอีกสองสามชั่วโมงจากนี้จะมีผีเสื้อพยายามออกมาจากดักแด้ ให้ทุกคนตั้งใจสังเกตให้ดี แต่ว่าห้ามนักเรียนหยิบจับผีเสื้อเป็นอันขาด

นักเรียนต่างเฝ้าดูปรากฎการณ์นั้นอย่างตื่นเต้น และแล้วก็มีผีเสื้อตัวหนึ่งกำลังตะเกียกตะกายออกมาจากดักแด้ ด้วยความสงสาร เด็กชายคนหนึ่งจึงตัดสินใจฝ่าฝืนคำสั่งของครู เขาช่วยฉีกเปิดเปลือกของดักแด้ออกอย่างเบามือเพื่อหวังให้ผีเสื้อออกมาได้ง่ายขึ้น ผีเสื้ออกมาจากดักแด้ได้ด้วยลำตัวที่พองโตแต่ปีกลีบไม่แผ่กว้าง และผีเสื้อตัวนั้นก็ได้แต่เดินไปมาตามพื้นและไม่เคยบินได้อีกเลย

เมื่อครูกลับมารับรู้รื่องราวที่เกิดขึ้น ครูจึงสอนให้นักเรียนรู้ว่าการยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือผีเสื้อในครั้งนี้ก็เท่ากับว่าเรายื่นมือเข้าไปทำร้ายมัน มันเป็นกฏของธรรมชาติที่กำหนดให้การตะเกียกตะกายออกจากดักแด้ด้วยรอยแตกที่คับแคบนั้น จะเป็นการรีดน้ำจากลำตัวไปสู่ปีก ให้ปีกได้แผ่ขยายอวดความงดงามงามต่อโลก และช่วยให้มันบินได้ เมื่อกระบวนการนี้เสร็จสิ้นลง

ในบางครั้งการตะเกียกตะกายต่อสู้คือสิ่งที่จำเป็นยิ่งในชีวิต การมีชีวิตที่สะดวกสบายจนเกินไปอาจทำให้หัวใจเรากลายเป็นอัมพาต เราอาจจะไม่แข็งแกร่งและอาจบินไม่ได้เลยชั่วชีวิต 

ความยากลำบากจะทำให้สิ่งที่เราได้มามีคุณค่ามากขึ้น ในบางครั้งเราอาจทำร้ายคนที่เรารักโดยไม่ตั้งใจ เพราะเราไม่ยอมให้เขาเผชิญความยากลำบากเพื่อเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้เขา

มีความสุขในการตะเกียกตะกายเพื่อความเข้มแข็งในชีวิตที่เหลือนะคะ...




ความเห็น (2)

เป็นกำลังใจให้ผีเสื้อที่บินไม่ได้ทุกตัว

เป็นกำลังใจให้คนที่ตะเกียกตะกายทุกคน

ขอบคุรอนุทินดีๆ...

...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ


ปัญหาคือมิตร

วันหนึ่งวัวแก่ตัวหนึ่งเกิดตกลงไปในบ่อน้ำแห้งเก่า ชาวนาได้ยินเสียงวัวร้องเรียกอยู่ในบ่อน้ำจึงวิ่งไปดู หลังจากที่ประเมินสถานารณ์ดูอย่างถี่ถ้วนแล้วเขาก็รู้ว่าทั้งวัวแก่และบ่อน้ำเก่าก็ไม่มีประโยชน์ใดสำหรับเขาอีกต่อไป ถึงแม้เขาจะรู้สึกสงสารวัวตัวนั้นอยู่บ้าง แต่สิ่งที่เขาทำในตอนนั้นคืิอร้องเรียกให้เพื่อนบ้านมาเพื่อขอแรงให้เพื่ิอนบ้านช่วยกันถมดินฝังวัวตัวนั้นในบ่อน้ำนั้นเสียเพื่อให้วัวตัวนั้นพ้นความทรมานที่ประสบอยู่

ในตอนแรกวัวเฒ่าก็ตกตระหนื่นและกระวนกระวายไม่น้อย แต่เมื่อชาวนาและเพื่อนบ้านเขาใช้พลั่วตักดินโยนใส่หลังมัน มันก็นึกอะไรบางอย่างได้ ทุกครั้งที่ดินตกบนหลังมัน มันก็จะส่ายตัวให้ดินตกพื้นแล้วเหยียบมันลง นี่คือสิ่งที่วัวแก่ตัวนั้นเพียรทำ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่กลุ่มชาวนาตักดินโยนลงไปที่ตัวมัน วัวตัวนั้นก็จะส่ายตัวแล้วยกเท้าเหยียบทุกครั้งโดยไม่ย่อท้อ ส่ายตัวแล้วเหยียบมันไว้ๆๆๆๆ วัวแก่ให้กำลังใจตัวเอง ไม่ว่าดินในแต่ละพลั่วที่โยนลงไปจะทำให้มันเจ็บหลังมากแค่ไหน หรือสถานการณ์ที่สุดแสนจะตึงเครียดเมื่อรู้ว่าตนกำลังจะถูกฝังทั้งเป็น วัวแก่ก็ต่อสู้กับเหตุการณ์ที่เลวร้ายนั้นด้วยความคิดที่ว่ามันต้องส่ายตัวแล้วเหยี่ยบมันไว้

คุณคงจะเดาได้ว่าในที่สุด วัวแก่ตัวนั้นก็สามารถก้าวออกจากบ่อน้ำที่เกือบจะเป็นหลุมฝังตัวมันได้ ดินที่ใช้กลบตัวมันกลับกลายเป็นพื้นให้มันเหยียบย่ำขึ้นมาเพื่อเอาตัวรอด ก็เพราะการควบคุมสถานการณ์ที่เลวร้ายด้วยสติและความไม่ย่อท้อ

ปมปัญหาที่ทับโถมเข้ามาในระหว่างการทำงาน จะกลายเป็นประสบการณ์ที่ดีให้เราก้าวขึ้นไปสู่ที่สูงได้ หากเราจะค่อยๆ แก้ปมนั้นไปทีละเปลาะ เหยียบมันไว้เป็นบทเรียนโดยไม่หวาดหวั่น ท่ามกลางสถานการณ์ที่จวนตัวเช่นนั้น เราต้องทำตัวให้เป็นมิตรกับปัญหาพร้อมๆ กับเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดให้ตัวเอง

ยิ้มรับหลากปัญหาที่จะถาโถมเข้ามาในสัปดาห์นี้นะคะ


ด้วยความนอบน้อม,

ปริม ทัดบุปผา 

ที่มาของเรื่อง http://www.motivationalwellbeing.com/motivational-stories-5.html



ความเห็น (5)

เรื่องเล่าเร้าพลังยอดเยี่ยม ข้อคิด อบอุ่น เปี่ยมพลังจังเลยค่ะ

...ทำตัวให้เป็นมิตรกับปัญหา พร้อมๆกับเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดให้ตัวเอง !

ขอบคุณมากค่ะคุณปริม สำหรับการสรุปบทเรียนชุดใหญ่ในวันนี้ ดีใจๆๆจัง :)

สุดน้องเลยน้องเรา....พี่ชาย

ดีจังครับ...ยิ้มเสมอเมื่อมีภัยครับ

มาทักทายเพราะกึดเติงหาน้องปริมเจ้า เข้าระบบได้แต่ไง๋เฮาชื่อและภาพใหม่ รอไปก่อนน้อ..

เอาภาพเขือนแม่กวงอุดมธารา มาฝากเน้อเจ้า  (น้ำแห้ง)


ขอบคุณบันทึกดีๆ ค่ะคุณหมอ

...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ

The Buddha taught us to live in a quiet place so that we can learn to collect and restrain the senses of the eye, ear, nose, tongue, body and mind. This is the foundation for our practice since these are the places where all things arise, and only in these places.

...

All that remains for us to do is to build our practice around these points.
 
พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราอยู่ในที่สงบสงัด เพื่อที่เราจะได้เรียนรู้ที่จะกำหนดและยับยั้งสิ่งที่มากระทบจากจาก ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ สิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานสำคัญในการปฏิบัติเพราะอินทรีย์ทั้งหกนี้คือที่ที่กิเลสต่างๆ เกิดขึ้น
...
สิ่งที่เหลือสำหรับเราคือการฝึกปฏิบัติในการสำรวมอินทรีย์นี้



คำสอนหลวงพ่อชา สุภัทโท จากหนังสือ Food For The Heart




ความเห็น (8)

บางสิ่ง...บางอย่าง...บางครั้ง...ที่ถูกนำมาถ่ายทอด...แม้จะเป็นเรื่องเดียวกัน...แต่องค์ประกอบของการนำเสนอโดยเฉพาะ "ความรู้สึก" ที่มาจากข้างใน...ช่วยทำให้สิ่งที่ถูกถ่ายทอดนั้นมีพลังและเสมือนแม่เหล็กที่ทำให้ผู้เข้ามารับ...มีความสุขและยิ้มกับเรื่องราวเหล่านั้น...และนั่นคือปรากฏการณ์ของคุณปริมครับ...             

              

ภาพต้นไผ่ มีเสน่ห์และมิติที่อัศจรรย์เหลือเกินนะครับ ;)...

สวัสดียามดึกค่ะท่านอาจารย์จัตุเศรษฐธรรม

ความรู้สึก ที่อาจารย์สัมผัสได้ส่วนหนึ่งคือความตั้งใจค่ะ ตั้งใจถ่ายภาพนี้มากเลย และความคมชัดก็ค่อนข้างดีด้วยค่ะ วันนั้นเราไปไหว้พระที่วัดเซนกันค่ะ พอดีเห็นต้นไผ่ริมรั้วเลยไปยืนถ่ายภาพเก็บไว้ และชุดนี้ทำเพื่อเพื่อนๆ ที่สิงคโปร์ค่ะ เลยใช้ภาษาอังกฤษ ;)

ขอบคุณกำลังใจจากท่านอาจารย์มากค่ะ

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ Wasawat Deemarn,

บอกตรงๆ ปริมก็ชอบภาพนี้มากค่ะ เป็นแรงใจให้มือใหม่ได้มากเลย ขอบคุณท่านอาจารย์ค่ะ

ฝันดีนะคะ

ขอบคุณค่ะท่านอาจารย์วิชญธรรม

จะเรียนรู้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

ขอบคุณดอกไม้กำลังใจจากกัลยาณมิตรทุกท่านค่ะ ขอบคุณที่มาเรียนรู้ด้วยกันค่ะ

ต้นไผ่เป็นรูปภาพที่สวยนะครับ

คงจะมีข้อธรรมอยู่ เพราะต้นไผ่ ถ้าจำไม่ผิดนะครับ เราปลูกต้นไผ่จีนสูงประมาณ 1 เมตร ใช้เวลา สามปี แต่หลังจากสามปี ต้นไผ่จีนจะโตทุกวันวันละ 30 ซม. คงใช้เปรียบเทียบกับความรู้ของพุทธะ

...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ

About this mind - in truth there is nothing really wrong with it. It is intrinsically pure. Within itself it's already peaceful. If the mind is not peaceful these days, it's because it follows moods.

เรื่องจิตนี้...ความจริงจิตนี้ไม่เป็นอะไร มันเป็นประภัสสรของมันอยู่อย่างนั้น มันสงบอยู่แล้ว ที่จิตไม่สงบทุกวันนี้ เพราะจิตมันหลงอารมณ์ตัวจิตแท้ๆ
 
หลวงพ่อชา สุภัทโท จากหนังสือ Food For The Heart
 


ความเห็น (3)

ยิ้มหวานมากค่ะคุณชาดา

ขอบคุณมากค่ะ น่ารักจริงๆ ใครเห็นก็ต้องยิ้มตอบนะคะแบบนี้ ;)

ขอบคุณดอกไม้กำลังใจจากกัลยาณมิตรทุกท่านค่ะ

ฝันดีนะคะ

...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ

 

 

 

Do not dwell in the past, do not dream of the future, concentrate the mind on the present moment. - คนเรา ไม่ควรหวนคิดถึงอดีต และไม่ควรคำนึงถึงอนาคต แต่ว่าความรู้แจ้งเห็นจริงอยู่กับปัจจุบัน - ภัทเทกรัตสูตร - พุทธพจน์



ความเห็น (6)

ดีจังเลยครับ

ขอบคุณมาก ๆ เลยนะครับ

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ชยพร

ขอบคุณมากนะคะ

ฝันดีค่ะ

ขอบคุณดอกไม้กำลังใจจากกัลยาณมิตรทุกท่านค่ะ

สวัสดีค่ะคุณชาดา

สาธุเช่นกันค่ะ

ขอบคุณค่ะ

  • หยุด...
  • หยุดทุกอย่างไว้หนึ่งวัน
  • จึงสร้างฝันได้วันหนึ่ง
  • พรุ่งนี้ยังไม่ถึง
  • ก็อย่าพึ่งคิดถึงเลย
  • สวัสดียามดึกครับ
  • -ปณิธิ ภูศรีเทศ-
...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ

The most precious gift we can offer others is our presence. When mindfulness embraces those we love, they will bloom like flowers - ของขวัญชิ้นสำคัญที่เราสามารถมอบให้คนอื่นคือการอยู่กับเขาด้วยความตั้งใจ เมื่อความมีสติโอบอุ้มผู้คนที่เรารัก พวกเขาจะเบ่งบานดังดอกไม้ 

~Thich Nhat Hanh


 



ความเห็น (3)

...

"ผกากรอง" ดอกไม้ป่า
คนนำมาปลูกในเมือง
อันสีสันนั้นได้เรื่อง
งามเมลืองมลังพรรณราย

ความตั้งใจ คือ "ใส่ใจ"
โอบกอดไว้ จนสุดสาย
ทำให้สุดลมหายใจ
เคียงค่าไว้ ตราบกายจม

...

ขอบคุณบทร้อยกรองของผกากรองดอกนี้นะคะ ท่านอาจารย์ งดงามมากค่ะ เข้ากับรูปภาพได้ดีที่สุดค่ะ

สุข สงบ ฝันดีค่ะท่านอาจารย์

ขอบคุณดอกไม้กำลังใจจากกัลยาณมิตรทุกท่านค่ะ

...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ

Peace is every steps.

The shining red sun is my heart.

Each flower smiles with me.

How green, how fresh all that grows.

How cool the wind blows.

Peace is every step.

It turns the endless path to joy.

 

สันติภาพอยู่ในทุกย่างก้าว

ตะวันสีแดงจ้าคือหัวใจของฉัน

ดอกไม้แต่ละดอกยิ้มให้ฉัน

แมกไม้เขียวขจี สดชื่นเสียจริง

สายลมที่พัดพาเย็นสบาย

สันติภาพอยู่ในทุกย่างก้าว

หนทางที่ไม่มีที่สิ้นสุดกลับกลายเป็นความรื่นรมย์

 

จากหนังสือ Peace is every step by Thich Nhat Hanh

 

สันติภาพ ความสงบสุขไม่ใช่สิ่งที่จะดิ้นรนแสวงหาจากภายนอก การใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกย่างก้าว ในทุกลมหายใจเข้าออก ในทุกจังหวะของการก้าวเดินแห่งชีวิต จะนำพามาซึ่งความรื่นรมย์เบิกบานแห่งจิตใจ

เป็นดั่งดวงตะวันที่เปล่งแสงสดใส ต้นไม้ดอกไม้สายลมจะร่วมอนุโมทนา

 

 



ความเห็น (7)

อืม...มีสติก่อน (สตาร์ท) ในทุก ๆ เรื่อง...

     ขอบคุณมากครับคุณปริม

จิตสงบ..จิตร่มเย็น..แผ่รัศมีแห่งเมตตาธรรม..ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณดอกบานบุรีช่องามๆ ค่ะคุณพี่ใหญ่

สุข สงบ และฝันดีค่ะ

สาธุเช่นกันค่ะคุณหมออ้อ

ขอบคุณมากค่ะ

มีสติก่อน (สตาร์ท)

ขอบคุณมากค่ะท่านอาจารย์จัตุเศรษฐธรรม ;)

ขอบคุณดอกไม้กำลังใจจากกัลยาณมิตรทุกท่านค่ะ ขอบคุณที่มาเรียนรู้ด้วยกันค่ะ

ฝันดีค่ะทุกท่าน

...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ

the cliff, the dip, the dead-end - หน้าผา หลุมบ่อ หรือทางตัน

เรียบเรียงจาก the dip – Seth Gordin

ความเชื่อที่ว่าคนที่ถอยไม่ใช่ผู้ชนะและผู้ชนะไม่มีวันถอย อาจใช้ไม่ได้เสมอไป คนที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่คนที่มุทะลุเดินดุ่มไปข้างหน้าอย่างเดียว แต่คือคนที่รู้จักปล่อยในสิ่งที่ควรปล่อย รู้จักถอยให้ถูกเวลา

หากตรงหน้าคือหน้าผา ก้าวต่อไปคือการจมดิ่งทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ เช่นการเดินทางสวนทางกับความเชื่อและความดีของตัวเอง สิ่งที่ดีที่สุดคือการหยุดแล้วเดินกลับไป เพื่อหาหนทางใหม่ให้ชีวิต

หากตรงหน้าคือทางตัน ก้าวต่อไปมีแต่จะเสียเวลา เสียพลังงาน การหยุดแล้วเดินกลับไปหาหนทางใหม่ จะช่วยให้เราได้ในสิ่งที่ดีกว่า พระบรมศาสดาก็ยังได้ทรงตัดสินพระทัยล้มเลิกการบำเพ็ญทุกรกิริยา เมื่อทรงเห็นว่าไม่ใช่หนทางสู่การตรัสรู้ แล้วทรงเริ่มหาวิธีใหม่

หากตรงหน้าคือหลุมบ่อที่ไม่ลึกจนเกินไปและหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล คำพูดที่ว่า Never Give Up! คงเป็นคำพูดที่ดีที่สุดที่จะนำมาใช้

คนที่หันหลังกลับจากหน้าผาและทางตันมาเริ่มต้นใหม่ไม่ใช่คนที่ล้มเหลว แต่คือคนที่ฉลาดและกล้าพอ คนที่กล้าหันหลังกลับไม่ใช่คนขี้แพ้เพราะเขายังมีความหวัง ยังมีไฟฝันที่จะหาหนทางใหม่เพื่อก้าวเดินต่อ แต่ในทางกลับกันคนที่ใช้ชีวิตอย่างหมดอาลัยตายอยากเดินเข้าหาทางตัน ทำให้เสียเวลา เสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์นั่นต่างหากคือผู้แพ้

คนที่หันหลังกลับไปเริ่มต้นใหม่หลังจากเจอหน้าผา ทางตัน และคนที่เดินออกจากหลุมบ่อได้อย่างมั่นคงคือคนที่สามารถเดินไปสู่ความสำเร็จ ไปสู่ความเป็นที่หนึ่งได้ แต่คนที่อยู่กับที่ไม่ว่าจะบนหน้าผา ที่ทางตันหรือในหลุมบ่อคือคนที่ยอมแพ้ตัวเอง
 



ความเห็น (6)

แม้เจอทางตัน ถ้าความคิดและหัวใจไม่ตันก็เกินพอนะคะ ^^

ใช่ค่ะคุณพิชชา,

หากหัวใจยังไม่ตันเราก็หาทางออกได้นะคะ

ขอบคุณค่ะ มีความสุขในวันทำงานค่ะ :)

ขอบคุณกำลังใจในการก้าวเดินจากทุกท่านค่ะ :)

สวัสดีค่ะคุณยาย

กลับมาบ้านโกทูโนบ้างนะคะ ;)

ขอบคุณดอกไม้กำลังใจจากกัลยาณมิตรทุกท่านค่ะ ขอบคุณที่มาเรียนรู้ด้วยกันค่ะ

...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ

Excerpts from Nobel Peace Prize speech by Burmese opposition leader Aung San Suu Kyi on 16 June 2012 - a very impressive lecture.

“The French say that to part is to die a little. To be forgotten too is to die a little. It is to lose some of the links that anchor us to the rest of humanity."

“The peace of our world is indivisible. As long as negative forces are getting the better of positive forces anywhere, we are all at risk. It may be questioned whether all negative forces could ever be removed. The simple answer is no. It is in human nature to contain both the positive and the negative. However, it is also within human capability to work to reinforce the positive and to minimize or neutralize the negative. Absolute peace in our world is an unattainable goal. But it is one towards which we must continue to journey, our eyes fixed on it as a traveler in a desert fixes his eyes on the one guiding star that will lead him to salvation. Even if we do not achieve perfect peace on earth, because perfect peace is not of this earth, common endeavors to gain peace will unite individuals and nations in trust and friendship and help to make our human community safer and kinder.”

 “Of the sweets of adversity, and let me say that they are not numerous, I have found the sweetest, the most precious of all, is the lesson I learnt on the value of kindness. Every kindness I received, small or big, convinced me that there could never be enough of it in our world. To be kind is to respond with sensitivity and human warmth to the hopes and needs of others. Even the briefest touch of kindness can lighten a heavy heart. Kindness can change the lives of people.”

 

 



ความเห็น (3)

ใช้ภาษาได้เก่งมาก อาจก็กว่าเจ้าของภาษาเอง

สวัสดีค่ะ

ใช่ค่ะตอนฟัง speech ทึ่งมากเหมือนกัน ไม่แปลกใจที่รัฐบาลทหารต้องกักกันพื้นที่เธอเอาไว้ ไม่อย่างนั้นเขาจะเสียการควบคุมบ้านมืองทันที เธอมี charisma มากๆ

...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ

After a simple dinner at the café nearby our house, he then said “Thank you for having dinner with me.. “ It’s something he said very often for the last 14 years since we’ve been together. Nonetheless, I feel deeply grateful towards what we have. "Thank you…" I replied with a smile.



ความเห็น (5)

พลังแห่งรัก....เรียบง่าย แต่ยิ่งใหญ่

บางทีก็อดที่จะถามตัวเองไม่ได้ว่า ยังจะมีอะไรอีกที่จะทำให้เรามีความสุขมากไปกว่านี้

ขอบคุณค่ะ

อยากเห็นพระเอกบ้าง สักเสี้ยวหนึ่งก็ยังดีค่ะ

ท่าทางจะขี้อาย :-)

...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ

Once we grow older, the heart is also bigger. Therefore we can forgive and be more generous.

- Self Reflection and a promise to my mom on (my BD) the day i cried for the first time.

'When you were born you cried and the world rejoiced. Live your life so that when you die the world cries and you rejoice' - American Proverb



ความเห็น (7)

สุขสันต์วันเกิดนะครับ ท่านอาจารย์ ;)...

ว่าแต่วันนี้เหรอครับ ;)...

 

ขอบคุณค่ะท่านอาจารย์ Wasawat Deemarn และคุณณัฐพัชร์

ปริมเกิดวันที่ 24 ค่ะ พอดีเขียนอนุทินก่อนเที่ยงคืนนิดหนึ่ง :)

ฝันดีค่ะทั้งสองท่าน :)

ขอให้มีความสุขทุกประการตลอดปีและตลอดไปค่ะ

Fresh air... fresh idea... fresh talent... fresh energy... I wish you to have a special sunday.. marvellous monday... tasty tuesday... wonderful wednesday... thankful thursday... friendly friday... successful saturday... *have a great week ahead* happy birth day.

This one suits you most...Nong PrimBlank

กราบขอบพระคุณงามงามค่ะคุณพี่ใหญ่ ;)

สวัสดีค่ะพี่โอ๋

สดใสมากๆค่ะ ขอบคุณค่ะ เห็นแล้วมีความสุขเลย ทันตาค่ะ

พี่โอ๋ก็มีความสุขมากๆ นะคะ

;)

...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ

Soul of a Nation...

Tears filled my eyes as  i watched this VDO and i really want to share it with you all...

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน...

 

 

 



ความเห็น (3)

ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณมากๆ ค่ะ ในระหว่างที่ชมสารคดีชุดนี้ มีตอนหนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสที่ทรงตอบคำถามข­องผู้สื่อข่าว BBC

นักข่าวกราบบังคมทูลถามเกี่ยวกั­บผลของการก่อสร้างเขื่อน(ที่เป็­นประโยชน์และเป็นที่สรรเสริญต่อ­ปวงพสกนิกร)นั้น

ถือว่าเป็นชัยชนะของพระองค์ท่าน­หรือไม่ (You’re saying this is evidence that you win?)

ในหลวงทรงตรัสถามกลับว่า ชัยชนะต่ออะไร?(Winning against what?)

ซึ่งนักข่าวจึงกราบทูลขยายความว่า ชัยชนะต่อฝ่ายคอมมิวนิสต์ (Communist insurgencies) จึงทรงมีกระแสพระราชดำรัสอธิบาย­ว่า...ข้าพเจ้าไม่ทราบ (Oh, I don't know)

เรากำลังมีชัยชนะต่อความอดอยาก (We 're winning against hunger)

นี่เป็นสิ่งที่เรากำลังทำ (This is what we are doing)

เราไม่ได้กำลังสู้รบกับเหล่าผู้­คน (We are not fighting against people)

เรากำลังสู้รบกับความอดอยาก (We are fighting against hunger)

http://www.youtube.com/watch?v=x-69TxgO6hc

http://www.youtube.com/watch?v=yuEbc_8cXjY&feature=relmfu

ทรงเป็นพลังแห่งแผ่นดินยิ่งยืนนาน..ขอทรงพระเจริญ..

...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ

 "The alternative to the release of animals is to eat less meat" someone said on tv regarding the campaign to educate the public against releasing animals such as birds, rabbits, bullfrogs and terrapins to the wild (nature reserves) during Vesak day. I kinda like the idea.

Imagine if everyone stops eating meat for a day, how many lives would be saved?

That way the demand will reduce and the supply will automatically be reduced.

Today is Vesak day in Singapore ;)



ความเห็น (3)

For people who say they need meat for proteins, they know they can have better proteins from common vegetables, seeds, beans and lentils.

Let us uphold the "right to life" for all our fellow beings.

Thank you (for letting share your view).

Hi Sr,

The proteins in my diet also come from beans, lentils and vegetables. I do take some dairy products such as milk, cheese and eggs once in a while. I agree with you that we do have a choice in our diet and live our life towards more compassionate eating.

Thank you for sharing your view.

Good idea for good health...Thanks a lots for nice information...

...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ

I slowly begin to fall in love with Christopher Hogwood, a sick piglet that was adopted by Sy Montgomery as I flipped the page of ‘the good good pig”. Almost every page of the book brought a smile on my face. Christopher’s intelligence and his charming nature melted my heart. I was touched by the love and care given to the pig by the owners and their neighbors. It is definitely a heartwarming story for an animal lover. With Love, almost anything is possible.



ความเห็น (1)

ความรักเอยงดงามเช่นนี้

(เพลงของ พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์)

...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ

On my way home from work, one of the DJs said on the radio “The ability to play the clarinet is the ability to overcome the imperfections of the instrument. There's no such thing as a perfect clarinet, never was and never will be”... That sentence really did put a smile on my face. The same goes with life I guess.

The ability to smile after a long hard day at work is also the ability to overcome the imperfections of life. There is no such thing as a perfect life, never was and never will be.. I added with a grin.



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ

Americano and a scone gave a good kick start of the day. It's extreamly busy as usual but i was steady. Ivan asked if he could buy me dinner tonight. I promised him "I'll make time for it". He liked the answer. It was simple but yet elegance dinner at the "Sawassdee" Thai restaurant nearby our house. I love it.

Life is all about making priorities. Having a wonderful meal and be there (physically and mentally) with him was my priority today. What are yours?



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ

It's a wonderful start of the day when I woke up with a refreshing feeling. Coffee Bean and Tea Leaf's coffee with cinnamon & apple muffin tasted really cool. Ivan got his contract renewed with a good increment. And for me, it is the bonus week!! With a fantastic 15% sum paid this year, i am pleased that the the number of students supported by our education trust fund will increase from 27 to 35. The more the merrier, of course. I wish them well in study and life.

George Elliston once said "How beautiful a day can be when kindness touches it!" - no wonder - it was a great day for me.



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี