ธนัณชัย สิงห์มาตย์
นาย ธนัณชัย สิงห์มาตย์ สิงห์มาตย์

DBA : MAX – E – MARKETING เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนการตลาดแบบ MAXIMARKETING


MAX – E – MARKETING เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนการตลาดแบบ MAXIMARKETING

MAX – E – MARKETING  เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนการตลาดแบบ  MAXIMARKETING

 

ธนัณชัย  สิงห์มาตย์

บทนำ

แนวคิดเรื่องของ Maximarketing เป็นการตลาดที่ให้ความพึงพอใจสูงสุด หรือการตลาดที่มุ่งเน้นความมากที่สุด ถูกพัฒนาขึ้นโดย Stan Rapp  และ Thomas L. Collins ในปี 1987 แนวคิดของการตลาดที่มุ่งเน้นความมากที่สุดนั้นประกอบด้วย การกำหนดเป้าหมายสูงสุด  การสื่อสารการตลาดสูงสุด การกำหนดความรับผิดชอบสูงสุด  การสร้างเครือข่ายสูงสุด  การขายสูงสุด และการกระจายสินค้าสูงสุด  จากแนวคิดเหล่านี้หากเรานำมาปรับให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันผู้เขียนเองมีแนวความคิดว่าหากเรานำมาปรับใช้ให้เข้ากับยุคแห่งการสื่อสารไร้พรมแดนหรือบางท่านอาจจะเรียกว่ายุคโลกาภิวัตน์  ซึ่งในปัจจุบันเราจะพบว่าการสื่อสารการตลาดที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เริ่มจะมีความโดดเด่นมากขึ้นเรื่อยๆคือ การใช้เทคโนโลยี การใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนการตลาดแบบมากที่สุด หรือบางครั้งใช้คำว่า (Max–e-Marketing) แนวคิดของ Max–e-Marketing นั้นเปรียบเสมือนถนนสายหลักที่จะคอยให้เกิดความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า การใช้ Max–e–Marketing นั้นเป็นกลยุทธ์ที่ดีในทางการตลาดสมัยใหม่ เนื่องจากเป็นการสื่อสารการตลาดที่สามารถตอบคำถามลูกค้าได้อย่างรวดเร็วสามารถโต้ตอบได้อย่างฉับพลันใน ยุคแห่งเทคโนโลยีนั้นการเข้าถึงสื่อของคนทั่วไปสามารถทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นทุกวันเนื่องจากการพัฒนาการของเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์เป็นไปอย่างรวดเร็วดังนั้นการตลาดสมัยใหม่ที่สามารถเข้าถึงลูกค้าและสามารถให้ความพึงพอใจลูกค้า เครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยในการเข้าถึงลูกค้าก็คือการเทคโนโลยีในการสื่อสารกับลูกค้า โดยอาจจะอยู่ในรูปของ Social Media เป็นต้น

 

สิ่งสำคัญของ Maximarketing ที่ใช้เทคโนโลยีในการขับเคลื่อน

 

1.ใช้สิ่งที่คุณรู้มาขับเคลื่อนสิ่งที่คุณทำ   การใช้เทคโนโลยีในการศึกษาถึงพฤติกรรมของลูกค้านั้นเป็นสิ่งที่การตลาดสมัยใหม่จำเป็นจะต้องใช้ การที่เราเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันมาจากการสนทนา หรือการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกลุ่ม Social network เราสามารถโต้ตอบแบบทันทีทันใด จากข้อมูล จุดนี้เราสามารถนำมาพัฒนาเพื่อเป็นการตอบสนองความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าได้

2.  สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม  การใช้ระบบ Socialwork ในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้านั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ในโลกแห่งการสื่อสารที่ใช้ระบบอินเตอร์เน็ตในการขับเคลื่อนด้านการตลาดนั้น การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านระบบอินเตอร์เน็ตหรือผ่าน Social network นั้นถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก  การที่เราได้มีปฎิสัมพันธ์กับลูกค้าได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันกับลูกค้า ได้มีโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ก็นับเป็นสิ่งที่ดีและเราก็ต้องใช้ช่องนี้สื่อสารกับลูกค้าและสามารถสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าได้

3. ทำให้กระบวนการติดต่อกลายเป็นสิ่งที่ง่ายสำหรับลูกค้า การสร้างความพึงพอใจมากที่สุดอีกอย่างหนึ่งคือกระบวนการติดต่อระหว่างบริษัทกับลูกค้า ในการที่ลูกค้าจะพึงพอใจมากที่สุดคือ การที่ลูกค้าได้รับความเอาใจใส่ในเรื่องต่างๆอย่างรวดเร็วถูกต้องและแม่นยำ ดังนั้นในยุคแห่งการสื่อสาร เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะตอบคำถามของลูกค้าแบบทันทีโดยใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจแบบสูงสุดแล้ว

 

ข้อดีของการใช้ Max–e–Marketing

ดังได้กล่าวมาแล้วว่าการตลาดแบบ Maximarketing หรือการตลาดแบบมุ้งเน้นความมากที่สุด แต่ในมุมมองผู้เขียนได้หยิบเอาแนวคิดนี้มาปรับใช้กับ e–marketing เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้นข้อดีของ Maxi–e–marketing ที่จะก่อให้เกิดผลดีต่อบริษัทหรือแม้กระทั่งเกิดผลดีต่อลูกค้าดังนี้

1.ต้นทุนต่ำ การสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้านั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เครื่องมือต่างๆในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากการใช้ e – marketing นั้นสามารถลดต้นทุนในการสื่อสารทางการตลาดได้อย่างมหาศาล เนื่องการใช้ E-mail ก็ดี การใช้ Facebook ก็ดีล้วนแล้วสามารถสื่อสารทางการตลาดกับลูกค้าได้เป็นอย่างดี ดังนั้นหากบริษัทหรือผู้ประกอบการสามารถที่จะใช้ช่องทางการสื่อสารการตลาดที่ต้นทุนต่ำและสามารถเข้าถึงลูกค้าได้เป็นอย่างดีแล้วก็สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

                 2. สามารถสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี ข้อดีของการทำการตลาดในระบบออนไลน์หรือการทำการตลาดในระบบ Social network นั้นบริษัทสามารถสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี โดยผ่าน Social network เป็นการโต้ตอบแบบทันท่วงที

                3. สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน การทำการแบบ Social network ที่สามารถสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้านั้น สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายของตัวเองได้ เช่น การสร้างกลุ่มแฟนคลับที่มีความชื่นชอบในสินค้าตัวนั้นอยู่แล้ว ดังนั้นเราเองในฐานะบริษัทสามารถที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มนั่นเอง

                4. ให้ข้อมูลที่ชัดเจนและสามารถเปรียบเทียบได้ การทำการตลาดในระบบ Social network นั้นข้อมูลของสินค้าให้ข้อมูลที่ชัดเจนนอกจากนั้นผู้ซื้อยังสามารถเปรียบเทียบราคาในสินค้าประเภทตัวเดียวกันหรือใกล้เคียงกันได้ด้วย การที่เราจะสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าในด้านการให้ข้อมูลก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดี

                5. สะดวก  ข้อนี้เป็นสิ่งสำคัญ ผู้บริโภคในโลกแห่งการสื่อสารนั้นเปลี่ยนไปมาก ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการความสะดวกสบายต้องการข้อมูลที่ชัดเจน ต้องการสารสนเทศที่ชัดเจนดังนั้นในการสร้างกลยุทธ์เพื่อให้ได้มาซึ่งความได้เปรียบจำเป็นอย่างยิ่งที่บริษัทจำเป็นจะต้องให้ความสะดวกสบายแก่ผู้บริโภคในที่นี้ผู้เขียนมองว่าให้ข้อมูลของสินค้า การเปรียบเทียบราคา เท่านี้ก็จะทำให้ผู้บริโภคมีความพึงพอใจสูงสุด

 

เครื่องมือที่ใช้ในการสร้าง Max–e–Marketing

การใช้เครื่องมือทางการตลาดที่จะตอบสนองความพอใจของลูกค้าในโลกออนไลน์นั้นน่าจะประกอบด้วยเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพเหล่านี้

1.  Facebook Page  วันนี้เราต้องยอมรับว่าคนทั่วโลกใช้ Facebook กันมากเลยทีเดียว ในขณะที่ประเทศไทยของเราเองก็ใช้ประมาณ 7 ล้านคน ดังนั้น Facebook จึงเป็นทางเลือกที่ไม่ควรมองข้ามในการที่จะใช้ในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าโดยผ่านเครือข่ายทางสังคมที่มีคนใช้มากที่สุด นอกจากนั้นการทำการบน Facebook นั้นมี App มากมายที่เราสามารถนำมาเพื่อใช้ในการสร้างแบนด์ของเราได้ ในระบบ Facebook เราต้องมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า เป็นระบบเครือข่ายที่ยิ่งใหญ่มาก หากเราสามารถนำสินค้าหรือบริการของเราให้ลูกค้าสามารถติดตามได้ ก็จะสามารถเป็นแผนการในการบริหารการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. Twitter Account เป็นอีกตัวหนึ่งที่สังคมออนไลน์ให้ความสนใจไม่แพ้ในเรื่องของ Facebook การใช้ Twitter Account   สามารถที่จะสื่อสารกับลูกค้าได้เป็นอย่างดี ในการสื่อสารกับกลุ่มที่ติดตามบริษัทหรือตัวสินค้าการใช้ Twitter Account    ในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้านั้นก็สามารถทำได้อย่างดีและรวดเร็ว เป็นการสื่อสารทางการตลาดด้วย

3. E-mail   อีเมลเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการสื่อสารการตลาดไปยังลูกค้า ได้เป็นอย่างดี ในการที่จะให้ลูกค้าสามารถที่จะรับรู้ถึงสินค้าและบริการได้นั้นการส่งอีเมลไปยังลูกค้าก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้ การใช้อีเมลนั้นเราสามารถเลือกสินค้าที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าหรือความสนใจของลูกค้าได้ เช่น ลูกค้าสนใจการอ่านหนังสือแนวประวัติศาสตร์ หากมีหนังสือประวัติศาสตร์ออกมาใหม่ก็สามารถใช้อีเมลในการสื่อสารไปยังลูกค้าได้เป็นอย่างดี

4. VDO (youtube) youtube ก็เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ปัจจุบันหลายองค์กรหรือหลายบริษัทต่างให้ความสนใจในการที่จะนำสินสินค้าหรือบริการส่งผ่านไปยังวีดีโอรายนี้ เนื่องจากการสื่อสารกับผู้บริโภคโดยการผ่านวีดีโอให้ทั้งภาพและเสียงทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจและความพึงพอใจเป็นอย่างมาก มีหลายบริษัทที่ทำโมษณาผ่าน VDO เช่น Disconnect to Connect ของ Dtac หรือ BB จาก Burger king เป็นต้น

5. Mobile Application เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่มีความสำคัญมากในปัจจุบัน เนื่องจาก Smartphone ในปัจจุบันนั้นได้พัฒนาไปอย่างมากมายดังนั้นผู้ประกอบการหรือบริษัทส่วนใหญ่ต่างให้ความสำคัญในการที่จะสร้าง Application ที่เกี่ยวกับสินค้าของตนเองขึ้นใน Smartphone เพื่อเป็นการสื่อสารกับลูกค้าอีกทางหนึ่ง เช่น การซื้อตั๋วหนังผ่าน App หรือแม้กระทั่งการจองตั๋วเครื่องบินผ่าน App เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมือทางการตลาดสมัยใหม่ที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าดังนั้นจึงบริษัทจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะพัฒนาให้บริษัทของตนเองได้มีการใช้เครื่องมือที่ทันสมัยและเป็นกลยุทธ์ของบริษัท

 

ความต่างระหว่างตลาดแบบเดิมกับ Max-e-marketing

 

                จากที่กล่าวมาข้างต้นพอจะเห็นภาพแล้วในเรื่องของการตลาดแบบ Maximarketing แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันเป็นเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทำให้การสื่อสารเกิดขึ้นมากมาย ช่องทางการสื่อสารการตลาดมีมากมายเพิ่มขึ้น Social network นับวันจะมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น แล้วเราจะสามารถสร้างความพึงพอใจมากที่สุดได้อย่างไรตามแนวคิดของ Maximarketing ในมุมมองการสื่อสารการตลาด ผู้เขียนเองมีแนวคิดว่าจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องมาผูกกับ e–marketing เนื่องจากหากเราสามารถที่จะผูกการสื่อสารการตลาดกับสื่ออินเตอร์เน็ตผู้เขียนเห็นว่าในอนาคตอันใกล้นี้ การสื่อสารที่ทรงพลังและผู้บริโภคให้ความสนใจคือสื่ออินเตอร์เน็ต ทั้งในรูปของ E-mail web หรือแม้กระทั่ง ในเรื่องของ  Smartphone นับวันจะเข้ามามีบทบาทอย่างไรหลายบริษัทได้พัฒนา App ของตนเองขึ้นเพื่อใช้เป็นความสะดวกสบายในการใช้บริการของบริษัท เช่น การจองตั๋วหนังผ่านมือถือ การจองเที่ยวบินผ่านมือถือ หรือแม้กระทั่งในเรื่องข่าวสารก็มีการสร้าง App ขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค แนวทางของ Max–e–marketing นั้นไม่เพียงแต่ให้ผู้บริโภคมีมุมมองที่ดีกับบริษัทเท่านั้นแต่ ผู้บริโภคจะต้องมีบริษัทในหัวใจเลยทีเดียวนั้นหมายความว่าต้องการให้บริษัทหรือชื่อตราสินค้าอยู่ในใจของพนักงานหรืออยู่ในใจของบริษัทกันเลย การที่จะได้มาภาพลักษณ์ที่ดีและต้องการให้องค์กรได้ขยายไปเรื่อยๆองค์กรจำเป็นอย่างจะต้องดำเนินกิจกรรมตามแนวคิดของ Maxi – e – marketing ดังต่อไปนี้

การตลาดแบบดั้งเดิม

Maxi – e- marketing

ขับเคลื่อนสินค้า

ขับเคลื่อนความสัมพันธ์

ปูพรมไปยังผู้บริโภคด้วยข่าวสาร

รักษาการเจรจากับผู้บริโภคเอาไว้

เก็บผลการขาย

เก็บผลการขายและข้อมูล

ข้อมูลไหลไปทางเดียว

ข้อมูลไหลสองทาง

ตอบสนองต่อฝ่ายการตลาด

ตอบสนองต่อทั้งองค์กร

แบบจำลองการตลาดแบบมวลชน

การตลาดแบบมวลชนขายตรง

แผนการตลาดแบบเปิด

เปิดให้คู่ค้าเข้ามาร่วม

ต่อต้านเทคโนโลยีใหม่ๆ

ยินดีกับเทคโนโลยีใหม่ๆ

ไม่รู้จักผู้มุ่งหวังลูกค้า

ระบุตัวตนของผู้มุ่งหวังและลูกค้าได้

กระจายสินค้าผ่านทางเดียว

ช่องทางกระจายสินค้าหลายทาง

                จากตารางข้างต้นเราจะพบว่าการตลาดแบบดั้งเดิมนั้นจะขับเคลื่อนการตลาดด้วยตัวของสินค้าแต่ในขณะเดียวกัน การตลาดแบบ Maxi–e–Marketing จะขับเคลื่อนด้วยความสัมพันธ์ของลูกค้ากับตัวสินค้านั่นเอง การตลาดแบบดั้งเดิมใช้ การเก็บผลจากการขาย แต่ในส่วนของการตลาดแบบ Maxi–e–marketing นั้น เก็บผลการขายและข้อมูลของลูกค้า เช่น บริษัทเซเว่นอีเลเว่น เวลาที่ลูกค้าเข้าไปซื้อสินค้าภายในร้านนั้น เขาจะทำการเก็บข้อมูลของลูกค้าเพื่อนำไปวิเคราะห์ผลและใช้ประกอบในการตัดสินใจ จากที่กล่าวมาจะพบว่า การตลาดในสมัยใหม่หรือการตลาดในรูปแบบใหม่นั้น ข้อมูลของลูกค้ามีความสำคัญเป็นอันมาก หากเราสามารถวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมของลูกค้าเราก็สามารถทราบถึงพฤติกรรมของลูกค้า แล้วเราสามารถส่งเสริมการขายให้ตรงใจลูกค้าได้  การตลาดแบบดั้งเดิมตอบสนองต่อความต้องการของตลาดเพียงฝ่ายเดียวในขณะที่การตลาดแบบ Max – e – marketing ตอบสนองต่อคนทั้งองค์กร เราจะพบว่าการตลาดในสมัยใหม่นั้นเน้นการทำงานแบบบูรณาการนั้นหมายความว่า การทำงานเป็นทีมเมื่อก่อนหากเราพูดถึงการตลาดมักจะบอกว่าเป็นเรื่องของฝ่ายขายแต่ในปัจจุบันนั้นหากพูดถึงการตลาดจะต้องเป็นการทำงานของทุกฝ่ายเป็นการประสานงานกันเป็นต้น

 

สรุป

                จากแนวคิดด้าน Maximarketing  นั้นเป็นการตลาดที่มุ่งเน้นความมากที่สุด หลักการที่สำคัญคือการมุ่งเน้นความพึงพอใจของลูกค้ามากที่สุด ในยุคแห่งโลกาภิวัตน์ผู้เขียนเองได้นำมาผูกติดกับ     e – markettingเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า เครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารการตลาดสมัยใหม่มีเครื่องมือมากมายทั้งในส่วนที่เป็นออนไลน์และออฟไลน์ เราสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม ในส่วนที่เป็นออนไลน์นั้น กระแสของ Social network กำลังมาแรง หากองค์กรเองสามารถที่จะนำความรู้ความเข้าใจในส่วนของ Social network มาใช้ประยุกต์เข้ากับองค์กรก็สามารถสร้างความในการแข่งขันได้เป็นอย่างดี ในการใช้เครื่องมือในโลกออนไลน์นั้นมีข้อดีหลายประการที่เห็นเด่นชัดมากที่สุดคือ ในเรื่องของการประหยัดเราสามารถประหยัดได้มากในเรื่องของการทำการตลาดบนโลกออนไลน์ ยกตัวอย่าง Facebook ปัจจุบันมีคนเข้าไปใช้งาน Facebook มากมายทั่วโลกหากบริษัทเห็นโอกาสนี้ในการที่เข้าไปใช้ Facebook เป็นเครื่องในการสื่อสารองค์กร การทำการตลาด ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ในปัจจุบันนั้นนอกจากจะมีในส่วนของ Facebook แล้ว ยังมีระบบ E-mail ที่ใช้ในการสื่อสารทางการตลาดอีกด้วย การใช้อีเมลนั้นสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ตรงประเด็นมากที่สุดกล่าวคือเราสามารถให้ข้อมูลลูกค้าได้ตรงตามจุดมุ่งหมายของบริษัทได้เลย นอกจากนั้นยังมีสื่อที่สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อีก คือ youtube ( VDO) เป็นอีกสื่อหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากสื่อประเภทวีดีโอนั้นให้ทั้งภาพและเสียงหลายบริษัทต่างให้ความสำคัญในการใช้สื่อประเภทนี้เป็นต้น จากที่กล่าวมาเราจะพบว่า หัวใจสำคัญของ Max – e- marketing คือ การสร้างความพึงพอใจสูงสุดโดยผ่านกระบวนการสังคมออนไลน์ซึ่งในอนาคตก็นับว่าเป็นสื่อที่ผู้คนให้ความสนใจมากที่สุด

 

เอกสารอ้างอิง

 

                STAN RAPP AND CHUCK MARTIN,  เรียบเรียงและแปลโดย พรศักดิ์ อุรัจฉัทชัยรัตน์, การตลาด

                                      สุดเหวี่ยงในยุคอนาคต , (MAX – E – MARKETING IN THE NET FUTURE  )   

                                      สำนักพิมพ์ แมคกรอ – ฮิล อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นเตอร์ไพร์ส : กรุงเทพ

หมายเลขบันทึก: 500916เขียนเมื่อ 2 กันยายน 2012 00:38 น. ()แก้ไขเมื่อ 2 กันยายน 2012 00:38 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี