ธนัณชัย สิงห์มาตย์
นาย ธนัณชัย สิงห์มาตย์ สิงห์มาตย์

DBA : ศิลปะการจัดการสมัยใหม่ที่ขับเคลื่อนองค์กรด้วยพลังแห่งความศรัทธา


ศิลปะการจัดการสมัยใหม่ที่ขับเคลื่อนองค์กรด้วยพลังแห่งความศรัทธา

เมื่อกล่าวถึงการจัดการสมัยใหม่ในมุมมองของผู้เขียนเองมีความเชื่อว่าการจัดการมีรูปแบบเปลี่ยนแปลงไปมาก  อันเนื่องมาจากปัจจุบันเราก้าวเข้าสู่โลกที่เรียกว่าโลกไร้พรมแดนหรือโลกาภิวัตน์อะไรก็แล้วแต่ แต่สิ่งหนึ่งที่จะทำให้ตัวบุคคล  องค์กร หรือแม้กระทั่งประเทศชาติประสบความสำเร็จหรือความล้มเหลว ล้วนมาจากศาสตร์ที่เรียกว่าการจัดการ การจัดการแบบไหนละที่จะทำให้องค์กรสามารถพัฒนาไปแบบก้าวกระโดด ในการบริหารองค์กรปัจจุบัน การมีผู้บริหารเก่งนั้นสามารถพัฒนาองค์กรแบบก้าวกระโดดได้ แต่ในทางกลับกัน หากองค์กรมีผู้บริหารที่ไม่เก่ง มีการจัดการที่ล้มเหลวนับเป็นความโชคร้ายขององค์กร หรือแม้กระทั่งความโชคร้ายของประเทศชาติด้วย แล้วการบริหารในรูปแบบไหนละที่เรียกว่ารูปแบบการบริหารจัดการสมัยใหม่ ผู้เขียนเองจะหยิบบางอย่างที่คล้ายกับทฤษฏีของชาวตะวันตกเข้ามาแต่มีบางอย่างที่เป็นรูปแบบการบริหารจัดการแบบตะวันออกเข้ามา ผู้เขียนเองมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่ารูปแบบของทางตะวันตกหรือของตะวันออกอาจไม่ดีเสมอไปแต่สิ่งหนึ่งที่ผู้บริหารองค์กรจะต้องนำมาใช้คือ การนำมาประยุกต์ให้เข้ากับบริบทขององค์กร ให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรที่มี แล้วการบริหารจัดการนั้นก็จะประสบความสำเร็จอย่างแน่แท้ ศิลปะที่ว่านี้มีอะไรบ้างมาดูกัน

1. ผู้จัดการจะต้องเป็นนักสร้างแรงบันดาลใจ  ผู้จัดการสมัยใหม่จะต้องเป็นนักสร้างแรงบันดาลใจ               ในการขับเคลื่อนองค์กรนั้นหากผู้จัดการสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงานในองค์กรจนสามารถทำให้พนักงานในองค์กรเห็นเป้าหมายที่ชัดเจนก็จะเป็นแรงกระตุ้นอย่างดีในการทำให้องค์กรสามารถก้าวสู่ความสำเร็จได้ง่ายผู้เขียนเองยกตัวอย่างผู้นำองค์กรที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงานได้ดี เช่น สตีฟ จอบส์ ผู้สร้างแบรนด์แอปเปิล เขามีแรงบันดาลใจในการสร้างนวัตกรรมเพื่อคนทั้งโลกและเขาสามารถถ่ายทอดสิ่งเหล่านั้นให้กับพนักงานในองค์กรได้เป็นอย่างดี ซึ่งนับว่าเป็นแบบอย่างของผู้นำองค์กรที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงานได้เป็นอย่างดี

2. ผู้จัดการจะต้องรู้จักบริหารจัดการบรรยากาศ หลายท่านแปลกใจว่าบริหารบรรยากาศอย่างไร  ในมุมมองของผู้เขียนเองเห็นว่าผู้บริหารองค์กรที่เก่ง  จะต้องสามารถบริหารบรรยากาศในองค์กรได้เป็นอย่างดี  เช่น  ในการประชุมหากบรรยากาศในการประชุมเริ่มมีการตึงเครียดผู้บริหารหรือผู้จัดการจะต้องบริหารบรรยากาศหรือลดความตึงเครียดให้ได้ หรือแม้แต่ภาพรวมขององค์กรหากองค์กร เริ่มมีปัญหาความขัดแย้งผู้จัดการสมัยใหม่จะต้องรู้จักการบริหารบรรยากาศภายในองค์กรให้ได้ ซึ่งก็เป็นศิลปะของแต่บุคคลในการบริหารบรรยากาศภายในองค์กรนั่นเอง

3. ผู้จัดการจะต้องเป็นแบบอย่างในการทำงานหนัก ผู้จัดการสมัยใหม่จะต้องยึดหลักในการทำงานที่เอาจริงเอาจัง  การมาทำงานตรงตามเวลาและเลิกงานตามเวลานั้นคงไม่เพียงพอในการที่จะสร้างให้องค์กรประสบความสำเร็จแต่องค์กรที่ประสบความสำเร็จผู้นำจะต้องทำงานที่ทุ่มเท   ทั้งแรงกายและแรงในการขับเคลื่อนองค์กร จึงจะทำให้องค์กรนั้นพัฒนาแบบก้าวกระโดด

4. ผู้จัดการจงเป็นผู้นำแต่อย่าจัดการ  ในการพัฒนาองค์กรนั้นผู้จัดการที่ดีจะต้องเป็นเสมือนผู้ควบคุมทิศทางขององค์กร องค์กรจะประสบความสำเร็จหรือความล้มเหลวก็ขึ้นอยู่กับผู้จัดการและพนักงานในองค์กรดังนั้นการที่ผู้จัดการลงไปล้วงลูกในการทำงานของพนักงานอาจจะทำให้พนักงานไม่ สามารถปฏิบัติงานได้เต็มที่หรือแม้แต่หากผู้จัดการขององค์กรมีการมอบหมายลงไปแล้วแต่ไปครอบงำแนวคิดและวิธีปฏิบัติของพนักงานก็จะทำให้พนักงานในองค์กรไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่เต็มกำลังความสามารถส่งผลต่อพนักงานในองค์กรดังนั้นผู้จัดการที่เก่งจะต้องให้ความไว้วางใจ ในการทำงานของพนักงานให้ความคิดและอิสระในการทำงานอย่างเต็มที่เต็มความสามารถ

5. ผู้จัดการจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีขององค์กร   ผู้จัดการยุคใหม่จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งในเรื่องของการทำงาน การทุ่มเทในการทำงาน การสร้างสมดุลของชีวิต รวมทั้งการมีศีลธรรมอันดี ผู้จัดการที่ดีจะต้องเป็นแบบอย่างให้กับพนักงานขององค์กร หรือเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม ผู้นำขององค์กรหรือผู้จัดการเปรียบเสมือนภาพลักษณ์หรือหน้าตาของแผนก หากภาพลักษณ์ของผู้นำหรือผู้จัดการไม่ดีก็จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแผนกและภาพลักษณ์ขององค์กรทันที

6. ผู้จัดการที่ดี  จะต้องรู้จักชมเชยลูกน้อง  ผู้จัดการยุคใหม่จะต้องรู้จักชมเชยลูกน้องหรือพนักงานขององค์กร  ข้อนี้มีความสำคัญเป็นอันมากในการชมเชยลูกน้องหรือพนักงานขององค์กรนั้นอาจจะชมเชยในที่ประชุมหรือแม้กระทั่งประกาศชมเชยในรูปแบบของการให้รางวัลประจำปี  ซึ่งจะเป็นการสร้างแรงกระตุ้นในการทำงาน ทำให้พนักงานขององค์กรมีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน

7. ผู้จัดการยุคใหม่จะต้องยึดหลักธรรมมา   ภิบาลในการบริหารจัดการ ในการบริหารองค์กรในปัจจุบันนั้นผู้จัดการจะต้องบริหารจัดการโดยยึดหลักธรรมาภิบาลคือเน้นการบริหารโดยยึดหลักแห่งความโปร่งใส ผู้นำองค์กรหลายต่อหลายคนที่มีความสามารถในการบริหารองค์กรแต่ขาดหลักของความโปร่งใสก็ไม่สามารถบริหารองค์กรต่อไปได้

8. ผู้จัดการยุคใหม่จะต้องบริหารจัดการแบบบูรณาการ  ผู้จัดการยุคใหม่จะต้องเน้นกระบวนการบริหารแบบบูรณาการ  หากมีการบริหารแบบบูรณาการนั้นก็จะสามารถแก้ไขปัญหาขององค์กรแบบภาพรวมได้  ทำให้สามารถเชื่อมโยงทุกปัญหาและการแก้ไขปัญหานั้น  เป็นรูปแบบการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ  ซึ่งคุณสมบัติข้อนี้ของผู้จัดการมีความสำคัญเป็นอันมาก องค์กรที่ผู้จัดการมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการมักจะได้เปรียบในเรื่องของศักภาพในการแข่งขันและการแก้ไขปัญหาขององค์กร

9. ผู้จัดการยุคใหม่ต้องรู้จักการสร้างความสมดุลของชีวิต ผู้จัดการยุคใหม่จะต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการเวลา สามารถสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตครอบครัว และชีวิตของการทำงาน ผู้นำบางคนประสบความสำเร็จในชีวิตการงานแต่ล้มเหลวในชีวิตครอบครัว และจะการันตีได้อย่างไรว่าประสบความสำเร็จในชีวิต

จากที่กล่าวมาข้างต้นพอจะเห็นวิธีการ  รูปแบบและคุณสมบัติของผู้จัดการสมัยใหม่  หากผู้จัดการสมัยใหม่สามารถนำแนวคิดนี้ไปปรับใช้ในการทำงาน  การบริหารงาน  หรือการบริหารองค์กรผู้เขียนมีความเชื่อว่าองค์กรของท่านจะประสบความสำเร็จและเป็นองค์กรที่สามารถขับเคลื่อนองค์กรด้วยแรงศัทธาของพนักงานในองค์กร  การเพิ่มมูลค่าให้กับพนักงานในองค์กร การเพิ่มสวัสดิการ การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกับพนักงาน จะเป็นหนทางขององค์กรที่ประสบความสำเร็จแบบยั่งยืนได้


 

เอกสารอ้างอิง

เสรี  วงษ์มณฑา  , เอกสารประกอบการสอน : ปรัชญาและการจัดการธุรกิจ : มหาวิทยาลัยนเรศวร  ศูนย์วิทย บริการกรุงเทพมหานคร ,2555

 

หมายเลขบันทึก: 500915เขียนเมื่อ 2 กันยายน 2012 00:27 น. ()แก้ไขเมื่อ 2 กันยายน 2012 00:27 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี