ไม่ว่าจะเป็นแผนการเรียนรู้แบบบูรณาการ หรือแผนการเรียนรู้รายวิชา ต่างก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย, จ.พระนครศรีอยุธยา ประชุมลดจำนวนวิชาเลือกแล้ว เริ่มใช้ 2/55, เรื่องน่าสนใจในการดำเนินงาน กศน.ปี งปม.56 จากเว็บบล็อก ผอ.ดิศกุล, ต้องระบุตำแหน่งในป้ายชื่อที่ติดเครื่องแบบพนักงานราชการด้วย, พิจารณาเอาเองว่าจัดแฟ้มรับประเมินอย่างไรดีที่สุด, กำหนดการสอบ e-Exam ภาค 1/55 ระหว่าง 3-30 ก.ย.55, กลุ่มแผนงานบอกว่าจะแจ้งแนวทางการจ่ายเงินเดือนครู ศรช. บรรณารักษ์อัตราจ้าง ฯลฯ ตั้งแต่ ต.ค.55 ตามวุฒิปริญญาตรี 9,140 บาท
สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 8 เรื่อง ดังนี้
1. วันที่ 25 ส.ค.55 ผมได้แสดงความคิดเห็นเรื่องแผนการสอน ( แผนการจัดการเรียนรู้ ) แบบบูรณาการ ไว้ในเฟซบุ๊ค กลุ่มครูนอกระบบ ดังนี้
ถ้าแต่ละอำเภอ แต่ละกลุ่ม เปิดวิชาต่างกัน ก็จะใช้แผนการสอนแบบบูรณาการด้วยกันไม่ได้ แผนการสอนแบบบูรณาการคือ การนำเนื้อหาของวิชาต่างๆที่นักศึกษากลุ่มนั้น ระดับนั้น ลงทะเบียนเรียนเหมือนกัน มารวมกัน ( บูรณาการ ) ให้เป็นเรื่อง ๆ ( หน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการ ) ใน 1 หน่วย มีหลายวิชาผสมกันอยู่ เพื่อจะได้ไม่ต้องแยกพบกลุ่มหลายรายวิชา
เช่น กลุ่ม ก. ภาค 2/55 มีวิชาระดับ ม.ต้น 5 วิชา คือ วิชา A B C D E ก็บูรณาการ 5 วิชานี้ แต่ กลุ่ม ข. มี 6 วิชาคือ A C D F G H ถ้านำแผนการสอนแบบบูรณาการของ กลุ่ม ก. ไปใช่ในกลุ่ม ข. ก็จะเกินในบางวิชา ขาดในบางวิชา
เรื่องแผนการสอนหรือแผนการเรียนรู้แบบบูรณาการนี้ น่าจะอบรมวิธีการทำแผนการสอนแบบบูรณาการ แล้วให้แต่ละอำเภอหรือแต่ละกลุ่ม ไปจัดทำแผนการสอนแบบบูรณาการเอง อบรมครั้งเดียว กลับไปทำได้ทุกภาคเรียน ( ถ้าอบรมเพื่อทำแผนฯของภาคเรียนนั้นออกมาเลย ก็ต้องอบรมกันทุกภาคเรียน ) จ.พระนครศรีอยุธยา เคยรวมกันทำแผนการเรียนรู้แบบบูรณาการอย่างนี้ไม่ต่ำกว่า 2 ภาคเรียนแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นแผนการสอนแบบบูรณาการ หรือแผนการสอนแบบรายวิชา ต่างก็มีข้อดีข้อเสีย
ข้อเสียของแผนการสอนแบบบูรณาการคือ
1) อาจมีบางเนื้อหาที่ควรนำมาพบกลุ่ม ( ยากง่ายปานกลาง ) แต่ไม่สามารถนำมาบูรณาการลงไปในหน่วยการเรียนรู้ใด อาจต้องแยกเนื้อหานั้นไปพบกลุ่มต่างหากอีกเพื่อให้ได้พบกลุ่มในเนื้อหานั้น
2) การบูรณาการ ไม่ได้ทำให้เนื้อหาที่ควรพบกลุ่ม ลดลง ( นอกจากจะทำใจว่า พบกลุ่มเฉพาะหน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการที่ทำได้นี่แหละ เนื้อหาอื่นให้นักศึกษาเรียนด้วยตนเอง ซึ่งถ้าทำใจได้แบบนี้ การพบกลุ่มเป็นรายวิชาก็ย่อมทำใจพบกลุ่มเฉพาะบางเรื่องบางรายวิชาได้เช่นกัน )
3) การบูรณาการรวมทั้งจังหวัด จะต้องเลือกเนื้อหาที่ยากง่ายปานกลางมาบูรณาการโดยครู ขัดกับหลักการที่ให้นักศึกษาร่วมวิเคราะห์เนื้อหาว่าเนื้อหาไหนควรพบกลุ่ม
4) การพบกลุ่มตามหน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการ ยากที่จะเน้นย้ำให้สอดคล้องกับการสอบปลายภาคที่ยังแยกสอบเป็นรายวิชา
5) ตามหลักการแล้วการเรียนรู้แบบบูรณาการเหมาะกับระดับประถม ยิ่งเรียนสูงขึ้นยิ่งควรแยกเรียนให้ลึกซึ้งลงไปในแต่ละด้าน จะเห็นว่า ระดับอนุปริญญา จะเหลือวิชาเอก กับวิชาโทอีก 2 วิชา พอถึงระดับปริญญาตรี วิชาโทจะเหลือวิชาเดียว พอระดับปริญญาโทไม่มีวิชาโทแล้ว พอถึงระดับปริญญาเอก แม้แต่วิชาเอกก็เป็นเพียงวิชาเล็ก ๆ แคบ ๆ แต่เรียนให้ลึกซึ้งในเรื่องนั้น ๆ
6) การบูรณาการให้เป็นหน่วยการเรียนนั้น เสียเวลา ( ใช้เวลาภาคเรียนละประมาณ 3-4 วัน )
2. วันที่ 28 ส.ค.55 ท่าน ผอ.สนง.กศน.จ.นนทบุรี ( ผอ.ดิศกุล ) ได้บันทึกเรื่องที่น่าสนใจไว้ในเว็บบล็อกของท่าน ว่า
28 ส.ค. การประชุมชี้แจงมาตรฐาน กศน.และเกณฑ์การพิจารณาปี 2555 ที่ปรับใหม่และแนวทางการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม ที่โรงแรมเวล อ.เมือง จ.นครปฐม จากการรับฟังจากนายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการ กศน.ในการเปิดการประชุมมีเรื่องที่น่าสนใจดังนี้
1) ใน ต.ค.55 นี้จะโอนเงินฝึกอาชีพให้เพื่อประสานการการจัดจาก ส.ส. เขตละ 5 แสน บาท
2) ทุกอำเภอให้ส่ง SAR ภายใน 8 ต.ค.55
3) กิจกรรมกพช.นักศึกษาใน100 ชม. ให้ไปพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม 50 ชม.พาไปเข้าวัด
4) โครงการบ้านหนังสือ นสพ.หมู่บ้านละ 3 ฉบับ และ นิตยสาร2-3 ฉบับ ตั้งเจ้าของบ้านเป็นอาสาสมัครกศน.
5) เงินรายหัวปีงบประมาณหน้า 1 ต.ค.55. กศน.อำเภอจะได้รับเป็น 2เท่าของที่เคยได้ ขอให้นำมาพัฒนาอาคารสถานที่ให้ดูดีให้รองรับการประเมินด้วย
6) ให้ผอ.กศน.จังหวัดไปตรวจติดตามกำกับในพื้นที่ให้ความใส่ใจในการประกันคุณภาพ การศึกษา โดย ผอ.กศน.อำเภอก็ต้องให้ความสำคัญ ต้องช่วยกันให้ผ่านการประเมิน เพราะจะมีผบกระทบต่อการขอเป็นหน่วยงานหลักของกระทรวงศึกษาธิการหากมีสถาน ศึกษาตกเป็นจำนวนมาก
3. วันที่ 28-29 ส.ค.55 ผมไปเป็นวิทยากรการประชุมเชิงปฏิบัติการลดรายวิชาเลือก กศ.ขั้นพื้นฐาน ของ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่โรงแรมมวกเหล็กฮอลิเดย์อินน์ จ.สระบุรี มีการรวมวิชาเลือกหลายวิชาเป็นวิชาเดียว เมื่อได้วิชาเลือกตลอดหลักสูตรในแต่ละระดับที่มีไม่มากเกินไปแล้ว ได้จัดทั้งรายวิชาบังคับและรายวิชาเลือกลงแผนการลงทะเบียนเรียนตลอดหลักสูตร 4 ภาคเรียน จากนั้นกำหนดว่าอำเภอใดจะออกข้อสอบปลายภาควิชาใด รวมทั้งจัดทำปฏิทินปฏิบัติงานตลอดภาคเรียน
ผมเป็นวิทยากรเรื่อง “การลดจำนวนวิชาเลือกด้วยการรวมวิชาเลือก และวิธีออกรหัสวิชาเลือก” โดยได้จัดทำเอกสารไปประกอบด้วย ใครสนใจเอกสาร ดาวน์โหลดได้ที่ http://ahph9thi.gotoknow.org/assets/media/files/000/829/778/original_pluss.doc

4. วันที่ 30 ส.ค.55 คุณ chuthaporn แชทถามผมว่า ป้ายชื่อติดเครื่องแบบพนักงานราชการเขียนอย่างไร
ผมตอบว่า บรรทัดบนเขียน ชื่อ สกุล โดยไม่ต้องมีคำนำหน้านาม บรรทัดล่างเขียนตำแหน่ง เช่น ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน ครู กศน.ตำบล โดยไม่ต้องมีคำว่าตำแหน่ง และไม่ต้องมีตราเสมาบนป้ายชื่อ
( เรื่องป้ายชื่อนี้ มีรายละเอียดกำหนดอยู่ในระเบียบข้อ 4.8 มีลิ้งค์ตัวระเบียบอยู่ในข้อ 6 ที่ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/499140 )
<h4> </h4>
5. เช้าวันที่ 31 ส.ค.55 มีการพูดคุยกันในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบ ว่าจะจัดแฟ้มเตรียมรับการประเมินภายนอกอย่างไร ซึ่งทั้งท่านเลขาธิการ กศน. และท่าน ผอ.กลุ่มพัฒนา กศน. แนะนำให้จัดตาม 12 ตัวบ่งชี้ของ สมศ.เลย บางท่านบอกว่า จัดแบบประเมินภายในก็ได้ แล้วแต่สถานศึกษา โดยเวลา สมศ. ดูและให้คะแนน ท่านก็จะให้คะแนนตามตัวบ่งชี้ของ สมศ.เอง ผมได้ร่วมเสนอความคิดเห็นดังนี้
“ ไม่มีระเบียบหลักเกณฑ์กำหนดให้จัดแฟ้มครับ ฉะนั้นจะไม่จัดก็ได้ หรือจะจัดแบบไหนก็ไม่ผิดทั้งนั้น การ จัดแฟ้มนี้ผมคิดว่า เป็นการ "ช่วยผู้รับการประเมิน" มากกว่าช่วยผู้มาประเมิน คือช่วยให้ผู้รับการประเมินเตรียมความพร้อมได้ตรงกับที่เขาจะประเมินและหา เอกสารข้อมูลได้ง่ายและเร็ว
จัดแบบ 12 ตบช. ก็ตรงที่เขาจะประเมินมากที่สุด
แต่ถ้าจัดแบบ SAR ปี 55 ( 26 ตัวบ่งชี้ ) ก็คลุม 12 ตัวบ่งชี้ประมาณ 70 % นะ ( เวลาทำ SAR ปี 55 ควรดู 12 ตัวบ่งชี้ของ สมศ. และทำให้สอดคล้องกับ สมศ.เลย จะได้ตรงทั้งภายในและสอดคล้องกับภายนอกไม่น้อยกว่า 95 % )
แต่ถ้าจัดแฟ้มแบบ 27 ตบช.ตาม SAR ปี 54 จะต่างจากที่ สมศ.จะให้คะแนนตาม 12 ตบช.ของเขาค่อนข้างมาก เช่น ไม่มีเรื่องสุขภาพผู้เรียน ไม่มีเรื่องอัตลักษณ์ ฯลฯ
จะจัดแฟ้มแบบไหน ก็ไม่ผิดทั้งนั้น ใช้ดุลยพินิจพิจารณาเอาเองว่าจะจัดแบบไหนดีที่สุด
( ท่าน ศน.มณีรัตน์ จ.ประจวบฯ ให้ข้อมูลไว้ในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบว่า การดูผลสัมฤทธิ์จากคะแนน N-NET นั้น ถ้าเป็น 55 อำเภอใน 8 จังหวัด ที่ประเมินปลายปี งปม.55 นี้ จะดูคะแนน N-NET ของภาค 2/54 เพียงภาคเรียนเดียว เมื่อไม่มีคะแนนเปรียบเทียบก็จะยกคะแนนพัฒนาการให้ฟรี ส่วนอำเภออื่นที่จะประเมินฯในปี งปม.56 นี้ จะดูคะแนน N-NET ของภาค 2/54 กับ 1/55 และมีการคำนวณคะแนนพัฒนาการ
กลุ่มพัฒนา กศน.บอกว่า "คุยกับ สมศ.แล้ว เขาแจ้งว่า จะทำข้อมูลให้ผู้ประเมินเอง สถานศึกษาไม่ต้องทำข้อมูลให้ ส่วนข้อมูลต่างๆ 3 ปีย้อนหลัง ให้เสนอตามสภาพจริง ว่า 3 ปีสถานศึกษาทำกิจกรรมอะไรบ้าง ที่สอดคล้องกับตัวบ่งชี้ ส่วนข้อมูลสุขภาพผู้เรียน ถ้าอำเภอใดมีข้อมูลปีเดียวก็ใช้ข้อมูลปีเดียว ปีปัจจุบันก็ได้")
6. วันเดียวกัน ( 31 ส.ค. ) ผมคุยกับ อ.พรรณทิพา กลุ่มพัฒนา กศน. ได้ข้อมูลเรื่องการสอบ e-Exam ภาค 1/55 ( แจ้งทุกจังหวัดแล้ว ) ว่า
ถ้ามีนักศึกษาขาดสอบ N-NET แต่จะรีบจบ ให้ติดต่อขอสอบ e-Exam ไปยัง สนง.กศน.จังหวัดที่เป็นจุดสอบ 17 แห่ง ( ดูในข้อ 2 ที่ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/481090 แต่อาจมีบางแห่งรับสอบไม่ได้เพราะปัญหาจากน้ำท่วม ไฟไหม้ นะ ) โดยให้สอบระหว่างวันที่ 3-30 ก.ย.55 ส่วนผลการสอบ N-NET และ NT ที่สอบเมื่อ 26 ส.ค. คงจะประกาศผลไม่เกินวันที่ 30 ก.ย.55 )
7. วันเดียวกัน ( 31 ส.ค. ) ผมถามกลุ่มแผนงาน กศน. ว่าปีงบประมาณ 2556 ซึ่งเริ่มตั้งแต่ ต.ค.55 นี้ จะจ่ายเงินเดือนบุคลากรประเภทต่าง ๆ เช่น ครู ศรช., บรรณารักษ์อัตราจ้าง เท่าไร กลุ่มแผนงานบอกว่าจะแจ้งแนวทางให้จ่ายตามวุฒิปริญญาตรี คือ 9,140 บาท เมื่อได้รับแนวทางก็ทำสัญญาต่อได้เลย ( ผมถามว่าวุฒิปริญญาตรีเขาขึ้นเป็นหมื่นกว่าแล้วไม่ใช่หรือ กลุ่มแผนงานบอกว่าไม่ทราบว่าขึ้นจริงหรือไม่ แต่เตรียมแผนไว้ให้จ่าย 9,140 บาท เพราะถึงแม้อัตราเงินอุดหนุนต่อหัวจะเพิ่มขึ้น แต่เงินอุดหนุนที่ได้รับน้อยกว่าจำนวนนักศึกษาจริง เนื่องจากได้รับจัดสรรเงินอุดหนุนตามยอดนักศึกษาปีก่อน )
ขอบคุณอาจารย์เอกมากเลยค่ะ ที่ให้ความรู้ ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ
มาแสดงความยินดีกับครูหลายๆคน
ที่เงินเดือนยังรับ ๗,๙๔๐ อยู่
คงได้ขึ้นกันทุกคน
โดยเฉพาะครูปวช.ที่ทำงานสำนักงานด้วย
และยังไม่ได้เงินเพิ่มเลย
ขอบคุณอีกครั้งค่ะที่นำข่าวดีๆมาบอก
ยินดีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะครับ
