ถ้าปัจจุบันนี้ไม่มีเทคโนโลยี การทำงานต่างๆของหน่วยงานก็จะล่าช้าเเละไม่ทันต่อความต้องการของประชาชน

ปัจจุบันนี้ ประเทศไทยของเรามีการพัฒนา e-government ในระดับหนึ่ง โดยที่หน่วยงานต่างๆของภาครัฐ เขาจะมีการสร้างเว็บไซต์ในระดับกรม เเละกระทรวงครบถ้วน  โดยการตรวจสอบเเละมีการประเมินผลเบื้องต้นของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศเเละการสื่อสารพบว่าเว็บไซต์ส่วนใหญ่ของทางราชการมีข้อมูลให้บริการต่อประชาชน  มีความสวยงามเเต่ยังขาดการดูเเลรักษา

    อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ของส่วนราชการสองถึงสามหน่วย  ที่ให้บริการระดับ 3 คือ มีการทำธุรกิจที่เคยต้องเดินทางไปหน่วยงานราชการมาบรรจุลงในบริการผ่านเว็บไซต์  ได้เเก่ ระบบ e-revenue เพื่อชำระภาษีประเภทต่างๆ  ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตของกรมสรรพากร  เเละเว็บไซต์ Khonthai.com ของกรมการปกครอง  เพื่อให้บริการด้านงานทะเบียนในรูปแบบต่างๆ  ระบบทะเบียนราษฎรของกรมการปกครองยังได้เชื่อมต่อกับหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐ 53 หน่วยงานในการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลทะเบียนกลางร่วมกัน เช่น สำนักงานตำรวจเเห่งชาติ สถานพยาบาลในโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ทบวงมหาวิทยาลัย กรมบังคับคดี เเละกรมการกำลังสำรองทหารบก กระทรวงกลาโหม เป็นต้น  ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความพร้อมต่อการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเเละการสื่อสารนั้น สำนักงาน ก.พ. ได้พัฒนาระบบการฝึกอบรมข้าราชการทางไกล หรือ e-learning  ขึ้น ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้ข้าราชการมีความสนใจเเละทักษะทางเทคโนโลยีสูงขึ้น ( www.did.go.th)

      ข้าพเจ้าคิดว่าเทคโนโลยีสมัยนี้เป็นสิ่งจำเป็นอีกอย่างหนึ่งที่หน่วยงานต่างๆจำเป็นจะต้องใช้ อย่างเช่น ที่ว่าการอำเภอก็จะมีการใช้เทคโนโลยีในการเปลี่ยนชื่อสกุล จดทะเบียนสมรส เป็นต้น เพื่อความสะดวกเเละความรวดเร็วในการให้บริการเเก่ประชาชน เเละภายในหน่วยงานต่างๆ จะต้องมีผู้เชียวชาญที่มีความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีต่างๆด้วยเช่นกัน ดังนั้นถ้าปัจจุบันนี้ไม่มีเทคโนโลยี การทำงานต่างๆของหน่วยงานก็จะล่าช้าเเละไม่ทันต่อความต้องการของประชาชน