ทุกคนมีสิทธิกำหนดกำหนดตัดสินใจดำเนินชีวิต แต่ใช่ว่าการตัดสินใจจะเป็นเป็นสิทธิเด็ดขาดโดยสิ้นเชิง ยังต้องอาศัยสิทธิครอบครัว สิทธิพี่ร่วมท้องน้องร่วมแม่มาประกอบการตัดสินใจ

        ขณะที่นั่งประชุมเรื่องการปรับระดับชั้นเงินเดือนลูกจ้างอยู่ที่พัทยา  แม่บ้านภรรยาก็โทรมาแจ้งข่าวว่า ลูกชายคนสุดท้องน้องเพื่อน จะสมัครไปเป็นทหารพรานที่ยะลา  ให้รีบกลับมาทัดทานห้ามปราม ก็ได้บอกภรรยาไปว่าให้ใจเย็นๆ  เรื่องบางเรื่องการแสดงความเห็นในการตัดสินใจ  ต้องได้นั่งคุยนั่งพูด  นั่งมองหน้า หากใช้การเจรจาทางโทรศัพท์   อยากที่จะจับอารมณ์ความรู้สึกได้    

 

      ครอบครัวผู้เขียนเป็นครอบครัวง่ายๆ มีประชาธิปไตยในครัวเรือนสูง มีการสมานฉันท์ ปรองดองดี ทุกเรื่องราวที่ต้องตัดสินใจร่วมกัน เราจะมีการประชุมลงมติ  อย่างที่ ตอนผู้เขียนจะไปเรียน ป.โท ก็ใช้การประชุมลงมติเสียงส่วนใหญ่ถูกล็อบบี้โดยแม่บ้าน ผู้เขียนเป็นประธานมักงดใช้สิทธิ์  งดออกเสียง

 

     เกี่ยวกับลูกชายคนนี้มีเรื่องให้แม่บ้านกังวลแคร์ต่อความสึกต่อคนข้างบ้านตั้งแต่เมื่อครั้งยังเรียนมัธยม ที่ผมมักถูกกดดันด้วยผลการเรียนของลูกชาย  ด้วยว่าคนข้างบ้านมักเอาผลงานใบเกรดของลูกมาอวดมาดูกัน แล้วโม้ข่มกัน ผมมักถูกแม่บ้านกดดันด้วยว่าไม่สนใจสอนลูกชายให้เรียนสอบได้เกรดดีๆ  

 

   จนกระทั่งเด็กทั้งสองจบ มัธยมต้น แยกย้ายกันไปเรียนต่อวิทยาลัยเทค ลูกเพื่อนบ้านไปเรียนเทคนิคนครศรีธรรมราช ลูกชายผมไปเรียนเทคนิคยะลา จบปีแรกเขาก็เอาผลสอบมาคุยกัน ลูกชายผมยังไดเกรดสองต้นๆนิดๆ แต่ลูกเขาได้ สามกว่า พอผ่านปีที่สอง เขาก็เอาผลสอบมาดูกันอีก  ลูกเขาได้เกรด สามจุดสอง ส่วนลูกผม  ผมดูเกรดเทอมแรกบวกกับเกรดเทอมสอง รวมกันแล้วทั้งปีเกือบสี่เต็ม จึงคุยทับ"ว่าลูกชายผมไปเรียน ยะลาเขาสนใจ ปีนี้ได้เกรดสามจุดแปด" จากนั้นเป็นต้นมาเขาไม่เคยพูดเรื่องเกรดการเรียนของลูกมาให้แม่บ้านผมฟังสักคำ

 

   โดนกุศโบาย รวมเกรดทั้งปี ลดการกดดันทั้งพ่อทั้งลูก  ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ในเรื่องลูกชายจะไปเป็นทหารพราน แม่บ้านรับไม่ได้ อายคนข้างบ้าน ส่งลูกให้เรียนจบ วิศวะโทรคมนาคม แต่จะไปเป็นทหารพราน รับไม่ได้ๆ  

 

    ผู้เขียนสอบสวนทวนความถามเหตุผลกลไกในความคิดเรื่องทหารพราน ก็ได้ข้อมูลคำตอบจากลูกชายว่า ทำงานเป็นออกแบบติดตั้งก๊าซ NGV ให้กับปั๊มมาทั่วในกรุงเทพก็หลายปีไม่มีความสุข  เบื่องานลาออกมาอยู่บ้าน ด้วยเหตุผลทำงานแล้วไม่เป็นสุข จึงอยากทำอะไรๆ ที่เป็นสุขเป็นประโยชน์ จึงอยากสมัครไปเป็นทหารพราน ที่คิดว่าน่าพบสุขนิรันดร์

 

    ผู้เขียนได้เปิดเวทีประชาธิปไตยครัวเรือน มีมติเอกฉันท์  หนี่งต่อสี่ไม่อนุญาติให้ไปเป็นทหารพราน  ประธานงดออกเสียง

 

    ก่อนปิดประชุมประธานให้โอวาสในการใช้ชีวิต ของแต่ละคน ในความเป็นครอบครัว ทุกคนมีสิทธิกำหนดตัดสินใจในการดำเนินชีวิต  แต่ใช่ว่าการตัดสินใจในบางเรื่องจะเป็นสิทธิเด็ดขาดโดยสิ้นเชิง เพราะยังมีสิทธิของครอบครัว  พี่ร่วมท้อง น้องร่วมแม่ อยู่ในแต่ละคนที่ต้องมาพิจจารนา หาทางออกบอกทางถูกเป็นการประกอบในการเลือกทางเดินของชีวิต ก่อนปิดประชุมประชาธิปไตยครัวเรือน