ส้มตำ หรือ ตำส้ม

 

 

สมัยผมเป็นเด็ก   อยู่ จ. ปราจีนฯ   เราเรียกอาหารชนิดหนึ่งว่า  ตำส้ม  แต่พอเข้ามาเรียนที่ กรุงเทพ  เขาเรียกกันว่า ส้มตำ   ทำให้เด็กบ้านนอกอย่างเราสับสนมาก แต่ก็ดจร.เรียก ส้มตำไปกะเขาด้วย    

 

 

ต่อมาได้สังสรรค์กับพวกอีสาน  ก็เห็นว่าเขาเรียกกันว่า ตำส้ม เป็นส่วนใหญ่    หรือนี่เป็นหลักฐานว่า พวกกรุงเทพ ดจร. เสียเอง 

 

 

ทำให้ผมคิดมานาน 40 กว่าปีว่า มันน่าจะเป็น ตำส้ม มากกว่าส้มตำนะ   เพราะหลักภาษาไทยเดิมเรานั้น ชื่ออาหารมักเรียกด้วย คำกิริยานำคำนาม  เช่น แกงส้ม  (ไม่ใช่ส้มแกง)    ผัดคะน้า   (ไม่ใช่คะน้าผัด)    ต้มจืด (ไม่ใช่จืดต้ม)    ยำปลาดุกฟู   ลาบเป็ด ต้มเปรต  ต้มพะโล้ อ่อมมะระ  

 

 

ยกเว้น  ข้าวต้ม  ทำไมไม่เรียกต้มข้าวหนอ และ  กล้วยบวชชี  (ไม่ใช่ บวชชีกล้วย) 

 

 

(น่ามีนักภาษาศาสตร์ประมวลคำเรียกชื่ออาหารไทยว่า ขึ้นต้นด้วยนาม กับ ด้วย กิริยา อันไหนมากกว่ากันเท่าไร) 

 

 

อีกทั้งส้มตำนั้น ไม่เห็นมีส้มสักกลีบ   แสดงว่าส้มนี้เป็นคำอีสาน แปลว่า เปรี้ยวนั้นเอง   เป็นหลักฐานว่า ส้มตำนี้มีต้นตำรับมาจากอีสานเป็นแน่  เดิมเขาเรียกว่า “ตำส้ม”    คือเอาผักมาตำใส่ปลาร้าให้นัว   ผักยอดนิยมน่าเป็น ถั่วฝักยาว  จากนั้นก็จะใส่อะไรที่ส้มๆ เข้าไป  เช่น มะเขือเทศ หรือ มะอึก  หรือ มะกอก    ก็เลยเรียกว่า ตำส้ม  นั่นแล  

 

คนกรุงเอามาดัดให้เป็น มะละกอ   ปรับรสให้หวานมันขึ้นด้วยการใส่ถั่วและน้ำตาล (พร้อมตัดปลาร้าออก แล้วใส่กุ้งแห้งแทน)     สมัยผมเป็นเด็กนิยมรสหวานมันแบบ ๒ ต่อด้วยการใช้ “ขนมถั่วตัด”   ซึ่งแทนได้ทั้งถั่วและน้ำตาลในคราวเดียวกัน 

 

...คนถางทาง (๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๕)