ประวัติฤคเวท

ประวัติฤคเวค

 

     ฤคเวทเป็นคัมภีร์ที่ประกอบด้วยโคลงกลอนทางศาสนารวม  ๑๐  เล่ม  มีบทโคลงรวมอยู่ประมาณ  ๑,๐๒๘  บท  (มีมนต์หรือโศลก ๑,๐๑๗ บท   มี วาลขิลยะ  หรือ  สรรเสริญเพิ่มเติมอีก ๑๑ บท  รวมเป็น  ๑,๐๒๘ บท) ท่องจำสืบ ๆ  กันมาหลายชั่วอายุคน   เริ่มมีการเขียนบันทึกประมาณศตวรรษที่  ๘   ส่วนมากเป็นคำสวดแสดงประวัติศาสตร์มนุษยโลก  เทวโลก  การสดุดีเทพเจ้าทั้งหลาย  มี อายุรเวท  หรือ วิชาแพทยศาสตร์   เป็น  อุปเวท  คือ ความรู้ที่รวมอยู่ในคัมภีร์[๑]   (แต่ละคัมภีร์)  และฤคเวทยังเป็นพื้นฐานของเวทอื่น ๆ เป็นบทร้อยกรองตามลักษณะของฉันท์ต่าง ๆ เป็นบทสวดสรรเสริญเทพเจ้า  อาทิ  อัคนิเทพ  โสมเทพ  มรุตเทพ  อินทรเทพ  วรุณเทพ  และมีเรื่องราวอื่น ๆ คือ เรื่อวการแต่งงาน  ปรัชญาบางส่วน  พิธีศพ  บทเพลงเกี่ยวกับเวทมนตร์คาถาและเรื่องโลก ๆ ด้วย[๒] 

 

       คัมภีร์ฤคเวทแบ่งออกเป็น  ๒  วิธี  คือ

       ๑. วิธีที่เรียกว่าแบบ “มณฺฑล”  วิธีนี้ได้แบ่งฤคเวทออกเป็น  ๑๐ มัณฑละ  มัณฑละหนึ่ง ๆ แบ่งออกเป็นสูกตะ  ซึ่งรวมทั้งสิ้นใน  ๑๐ มัณฑละมี  ๑,๐๑๗ สูกตะ  และเมื่อรวมกับสูกตะของวาลขิลยะอีก  ๑๑ สูกตะ  เป็น  ๑,๐๒๘ สูกตะ  บางสูกตะมีมันตระจำนวนน้อย บางสูกตะมีมันตระจำนวนมาก  จำนวนมันตระทั้งหมดในทุกสูกตะมี  ๑๐,๕๕๒ มันตระ

 

       ๒. วิธีที่เรียกว่าแบบ “อษฺฏก”  วิธีนี้ได้แบ่งฤคเวทออกเป็น  ๘ อัษฏกะ  อัษฏกะหนึ่ง ๆ แบ่งเป็นสูกตะ  ซึ่งรวมทั้งสิ้น  ๑,๐๑๗ สูกตะ  และยังแบบ่งเป็นวรรคฤจะ (มันตระ) และอักษระ

 

       อย่างไรก็ดี  เมื่อกล่าวถึงฤคเวทแล้ว  นิยมเรียกกันทั่วไปว่า  มัณฑละ

 

       เทพเจ้าในฤคเวท

          เทพเจ้าหรือเทวดาในฤคเวท  ที่กล่าวถึงกันเสมอ ๆ นั้นมี  ๓๓ องค์  ดังจำนวนที่ปรากฏอยู่ในฤค. ๑.๔๕.๒  แต่ในมันตระหนึ่งในฤค. ๓.๙.๙  ได้บอกจำนวนเทพเจ้าไว้ถึง  ๓,๓๓๙ องค์  อย่างไรก็ดี  เทพเจ้าจะมีจำนวนมากน้อยเท่าไรก็ตาม  ในจำนวนเหล่านั้นนักปราชญ์ได้แบ่งไว้เป็น  ๓ กลุ่ม  ตามฐานะของเทพเจ้าเหล่านั้น  เทพเจ้าทั้ง  ๓ กลุ่ม มีดังนี้

          ๑. เทพเจ้าในสวรรค์  อาทิ  วรุณเทพ  มิตรเทพ  สูรยเทพ  สวิตฤเทพ  ปูษันเทพ  อัศวินเทพ  อุษาเทพี  และราตรีเทพี

          ๒. เทพเจ้าในอากาศ  อาทิ  อินทรเทพ  รุทรเทพ  มรุตเทพ  วายุเทพ  และปรชันยเทพ

          ๓. เทพเจ้าบนแผ่นดิน  อาทิ  ปฤถวีเทพ  อัคนิเทพ  และโสมเทพ

 

      มันตระในฤคเวท

          มันตระในฤคเวทแต่ละมันตระนั้น  จะมีขึ้นได้ก็เพราะมีฤษีเป็นผู้แต่งขึ้น  หรือหากจะเชื่ออย่างชาวอินเดียโบราณ  ซึ่งถือกันว่า  มันตระมีขึ้นเพราะการเปิดเผยของเทพเจ้า  กล่าวคือ  เทพเจ้าได้เปิดเผยแก่ฤษี และแล้วฤษีทั้งหลายได้นำมาเปิดเผย  ทำให้ปรากฏอีกทอดหนึ่ง  อย่างไรก็ตามเมื่อกล่าวโดยสรุปแล้ว  มันตระหนึ่ง ๆ  ก็ต้องมีผู้แต่งขึ้นมา  ผู้แต่งเหล่านั้นเรียกว่า ฤษี ดังนั้นมันตระหนึ่ง ๆ จะบ่งบอกสิ่งต่อไปนี้ในเวลาเดียวกันด้วย  คือ

(๑)       ฤษี  ผู้เป็นเจ้าของมันตระ กล่าวคือ  มันตระนั้นผู้แต่งคือใคร

(๒)       ฉันท์ กล่าวคือ  มันตระนั้นเป็นฉันท์อะไร

(๓)       เทพเจ้า หรือ เรื่องราว กล่าวคือ  มันตระนั้นเป็นคำสรรเสริญเทพเจ้าองค์ใด หรือเป็นเรื่องอะไร

 

        พราหมณะของฤคเวท 

            พราหมณะของฤคเวทได้อธิบายถึงพิธีกรรมต่าง ๆ ของ “โหตา”  พระผู้สวดมันตระจากฤคเวทในพิธีประกอบยัญต่าง ๆ

           พราหมณะที่สำคัญซึ่งเป็นของฤคเวทมี  ๒  พราหมณะ คือ

 

(๑)       ไอตเรยพราหมณะ  มี  ๔๐  อัธยายะ หรือบท  แบ่งออกเป็นปัญจกะ  ๘  ปัญจกะ แต่  ๑๐ บทสุดท้ายรวบรวมขึ้นภายหลัง   พราหมณะนี้ชื่อตามผู้แต่งว่า มหิทาสไอตเรยอีกชื่อหนึ่ง  บางทรรศนะว่า  ที่ว่าผู้แต่งนั้น  ที่จริงน่าจะเป็นเพียงผู้รวบรวมเท่านั้น  พราหมณะนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ  พิธีบูชาด้วยน้ำโสม  พิธีบูชาไฟ (อคฺนิโหตฺร)  และพิธีการสร้างอำนาจความศักดิ์สิทธิ์ให้เกิดมีแก่พระราชา  (ราชสูย)  ไอตเรยพราหมณะนี้  เมื่อเทียบกับเกาษีตกีพราหมณะแล้ว  พราหมณะนี้ เก่าแก่กว่า และขนาดใหญ่หว่าพราหมณะอย่างที่สอง

 

(๒)       เกาษีตกีพราหมณะ หรือศางฺขายนพราหมณะ  มี  ๓๐ อัธยายะ หรือบท  เนื้อหา ในอัธยายะที่  ๑ - ๖ เกี่ยวกับการบูชาด้วยอาหาร (การวางกองไฟอันศักดิ์สิทธิ์  การบูชาไฟ  การบวงสรวงประจำฤดู )  ตั้งแต่อัธยายะที่ ๗ - ๓๐  มีเนื้อหาเกี่ยวกับการบูชาด้วยน้ำโสม

 

            พราหมณะของฤคเวทนี้  กล่าวกันว่าสูญหายไปเสียจำนวนหลายพราหมณะ  พราหมณะที่สูญหายไปได้แก่  ไปนิกพราหมณะ  พหวริชพราหมณะ  อาศาวาลายนพราหมณะ  และคาลวพราหมณะ

 

       อารัณยกะและอุปนิษัทของฤคเวท

       อารัณยกะของฤคเวทมี  ๒ อารัณยกะ  คือ

       (๑)  ไอตเรยอารัณยกะ  เป็นสิ่งที่เพิ่มเติม หรือผนวก หรือภาคผนวกของไอตเรยพราหมณะ  ซึ่งเป็นพราหมณะของฤคเวท  ดัวนั้น  อารัณยกะนี้จึงเป็นอารัณยกะของฤคเวทด้วยมี  ๕  อัธยายะ  ใน  ๕  อัธยายะนั้น  เมื่อกลาวโดยสรุปมีเนื้อหาเกี่ยวกับการบูชาด้วยโสมบ้าง  เกี่ยวกับการให้ความหมายของสังหิตา และบทบ้าง  เป็นต้น

       (๒)  เกาษีตกี  หรือศางฺขายนอารัณยกะ  เป็นส่วนที่เป็นข้อสรุปของเกาษีตกีพราหมณะมี ๑๕  อัธยายะ

 

        อุปนิษัทของฤคเวท  มี  ๒  อุปนิษัท  ได้แก่

        (๑)  ไอตเรย - อุปนิษัท  มี  ๓  อัธยายะสั้น ๆ เมื่อกล่าวโดยสรุปแล้ว  มีเนื้อหาเกี่ยวกับการสร้างโลกมนุษย์ในจักรวาล  พลังในจักรวาล  การที่วิญญาณเข้าสู่ร่างกาย  เป็นต้น

       (๒)  เกาษีตกี - อุปนิษัท  เป็นบทร้อยแก้ว  มี  ๔ อัธยายะ  ยาว ๆ โดยมิได้แบ่งออกเป็นส่วน  หรือตอนใด ๆ อีก  มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่อง  การจุติมาเกิด  และการสิ้นไปตามหลักวิชาอภิปรัชญาปุราณะ  ค่านิยมเรื่องพราหมณะ

 

วัตถุประสงค์ของฤคเวท

๑)    ใช้เป็นบทสวดสรรเสริญเทพเจ้าทั้งหลาย  อาทิ  อัคนิเทพเจ้า และอินทรเทพเจ้าเป็นต้น

๒)    เป็นคัมภีร์ที่กล่าวถึงการสร้างโลกมนุษย์ในจักรวาล  พลังในจักรวาล  การที่วิญญาณเข้าสู่ร่างกาย  เป็นต้น

๓)   เป็นการบูชาด้วยโสมบ้าง  เกี่ยวกับการให้ความหมายของสังหิตา และบทบ้าง  เป็นต้น

 

   

 

บรรณานุกรม

กรุณา - เรืองอุไร  กุศลาสัย, ศาสตราจารย์ .  “ภารตวิทยา”  พิมพ์ครั้งที่ ๔ . กรุงเทพฯ : ศยาม , ๒๕๔๓

จำลอง  สารพัดนึก , ศาสตราจารย์ . “ประวัติวรรณคดีสันสกฤต”  กรุงเทพฯ : รามคำแหง , ๒๕๔๖

ธนากิต , “ตำนานเทพเจ้าและอสูร”  กรุงเทพฯ : ปิรามิค , ๒๕๔๖

 



[๑] ธนากิต. ๒๕๔๖ :หน้า ๑๑

[๒] ศ.ดร.จำลอง  สารพัดนึก.๒๕๔๖: หน้า ๑๐