ลูกชาย : จำได้ครับ...เอ่อ...ฟังดูแล้วเหมือนระบบทุนนิยมไม่ดีเลยนะครับ แต่ตอนนี้ผมก็เห็นทุกหมู่บ้านใช้อยู่นี่ครับพ่อ
พ่อดี : จริง ๆ แล้วระบบทุนนิยมหรือลัทธิบริโภคนิยมก็เป็นอีกแนวทางเลือกหนึ่งของหลักวิชาทางเศรษฐศาสตร์จากกระแสของหมู่บ้านตะวันตก ที่ได้รับความนิยมอาจจะเป็นเพราะว่า อีกขั้วอำนาจหนึ่งล่มสลายไปแล้ว และที่สำคัญมันเป็นระบบที่ส่งเสริมและสอดรับกับความต้องการของมนุษย์ที่มีไม่สิ้นสุดได้อย่างลงตัว มันก็เหมือนกับเป็นการปั่นและกระตุ้นกิเลสของคนทั่วไป และที่สำคัญอีกประการหมู่บ้านมหาอำนาจได้กำหนดกรอบของหมู่บ้านต่าง ๆ ให้เดินตามระบบนี้ ที่เริ่มชัดเจนก็ตั้งแต่การล่มสลายของหมู่บ้านหมีขาวจนมาถึงเด่นชัดขึ้น ก็คือ ฉันทมติแห่งหมู่บ้านอินทรี (Eagle Moobaan Consensus) *
ลูกชาย : ฉันทมติแห่งหมู่บ้านอินทรี!... มันคืออะไรครับ
พ่อดี: หัวใจหลักของฉันทมตินี้ก็คือ พยายามทำให้ทุก ๆ หมู่บ้านเปิดเสรีทุกอย่างของภาคเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นการเงิน การค้า ซึ่งก็เป็นสาเหตุให้หมู่บ้านอินทรีเข้ามาควบคุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจของหมู่บ้านอื่น ๆ ได้ตามที่ลูกเห็นโดยในหมู่บ้านรอบ ๆ ของเรานี่ก็เหมือนกันที่ชัดเจนก็หมู่บ้านลอดช่องล้วนเป็นผลมาจากฉันทมตินี้
ลูกชาย : นี่คือสงครามรูปแบบใหม่ที่พ่อเคยบอกไว้ใช่ไหมครับ
พ่อดี : นี่หล่ะคือสงครามทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะว่าไปแล้วจุดเริ่มต้นก็คล้าย ๆ กับสงครามของการเมือง ที่มีความเห็นแตกต่างกันของสองขั้วมหาอำนาจ
ลูกชาย : ผมจำไม่ค่อยได้แล้วว่าการเกิดของระบบเศรษฐกิจตามแนวความคิดของสำนักต่าง ๆ มันมีความเป็นมาอย่างไรครับ
พ่อดี : การติดต่อของมนุษย์ในสมัยก่อนจะเป็นการติดต่อหรือแลกเปลี่ยนสิ่งของกันแบบง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน เริ่มตั้งแต่การแลกเปลี่ยนระหว่างสินค้ากับสินค้าจนพัฒนาเรื่อย ๆ มาเป็นมีสื่อกลางแลกเปลี่ยน คือ "เงิน" แต่ปัจจุบันคนส่วนมากยังเข้าใจความหมายและหน้าที่ของเงินไม่ถูกต้อง หรือเข้าใจแต่ต้องการนำไปสร้างผลประโยชน์ให้กับกลุ่มและพรรคพวกของตนเองมากกว่าจึงทำให้เงินมีความหมายและหน้าที่บิดเบือนจากที่มันควรจะเป็น แล้วลูกหละเข้าใจว่ายังไง
ลูกชาย : เงิน ก็คือ สื่อกลางการแลกเปลี่ยน มีลักษณะเฉพาะที่ใครเห็นแล้วก็รู้ว่าเป็นเงินมั้งครับ เอ่อ...แล้วมุมมองของพ่อเกี่ยวกับเงินเป็นแบบไหนครับ
พ่อดี : เงินในความหมายของพ่อคือ อะไรก็ได้ที่คนกลุ่มหนึ่งเห็นพ้องต้องกันว่าจะใช้ให้มันทำหน้าที่ของมันก็คือ สื่อกลางแลกเปลี่ยน การวัดมูลค่าและการรักษามูลค่า ดังนั้น เงินก็คือ “ข้อตกลงร่วมกัน”
ลูกชาย : “ข้อตกลงร่วมกัน” งั้นหรือครับ...สมมติว่าคนในกลุ่ม ๆ หนึ่งตกลงจะใช้น้ำเป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยน ดังนั้นน้ำก็ถือว่าเป็นเงินใช่ไหมครับ
พ่อดี : ใช่ลูก แต่น้ำต้องทำหน้าที่ในการวัดมูลค่า คือเปรียบเทียบมูลค่าในการแลกเปลี่ยน เช่น น้ำ ๑ ขวดแลกกับประปลาดุก ๑ ตัว เป็นต้น และน้ำยังจะต้องรักษามูลค่าของตัวมันเองด้วย
ลูกชาย : เอ่อพ่อครับ...แล้วการเก็งกำไรใช่หน้าที่ของเงินไหมครับ
พ่อดี : การเก็งกำไรพ่อไม่ถือว่าเป็นหน้าที่ที่แท้จริงของเงิน แต่พ่อถือว่าเป็นหน้าที่เที่ยมที่แอบแฝง (ผลประโยชน์) เพราะเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นจากคนที่มีอำนาจที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวหรือเรียกว่า กิเลส
ลูกชาย : แต่การเก็งกำไรก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดแรงจูงใจในการเลือกใช้เงิน หรือถือเงินไว้กับตัวเอง ตามแนวความคิดของสำนักเศรษฐศาสตร์ทางตะวันตกนี่ครับ
พ่อดี : เรื่องนั้นพ่อเห็นด้วยลูก แต่ว่าถ้าเราเปิดให้มีการเก็งกำไรโดยเสรีแล้ว ผลประโยชน์ก็จะตกอยู่กับกลุ่มที่มีอำนาจเพียงไม่กี่กลุ่มเท่านั้นประชาชนส่วนใหญ่ก็ได้รับผลกระทบกันไปหมดเหมือนกับตอนที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจของหมู่บ้านปี พ.ศ. ๒๕๔๐ คนที่ได้รับประโยชน์คือ กลุ่มกองทุนเฮดฟันด์ของหมู่บ้านอื่น และมีกลุ่มนักธุรกิจบางคน (ในส่วนรัฐบาลและฝ่ายค้าน) ของหมู่บ้านเราได้รับผลประโยชน์ด้วย ลูกก็จะเห็นได้ว่าคนบางกลุ่ม (ส่วนน้อย) ดีขึ้น แต่คนส่วนใหญ่เลวลงทั้งทางตรงและทางอ้อมโดยที่คนส่วนใหญ่ของหมู่บ้านไม่ได้ร่วมเล่นเกมส์เศรษฐีนี้ด้วยเลยแต่กลับเป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก ลูกจำไว้อย่างหนึ่งนะ ในการเล่นเกมส์จะมีฝ่ายที่ได้กับฝ่ายที่เสียและฝ่ายที่ได้จะเป็นเพียงคนกลุ่มน้อย ส่วนฝ่ายที่เสียจะเป็นคนกลุ่มใหญ่ของหมู่บ้านและถ้าหากครั้งนั้นไม่มีคนบางกลุ่มที่หวังผลประโยชน์จากวิกฤต เราอาจจะไม่ต้องเข้าโปรแกรมหฤโหดของ กองทุนการเงินระหว่างหมู่บ้าน (Moobaan Monetary Fund—MMF) วิกฤตอาจจะไม่รุนแรงขนาดนั้นก็ได้
ลูกชาย : หมายความว่าอย่างไรครับพ่อ
พ่อดี : เมื่อลอยตัวค่าเงินบาทของหมู่บ้านแล้ว สถานการณ์ตอนนั้นก็บีบบังคับให้หมู่บ้านของเราต้องเข้าโปรแกรม MMF แต่ผู้นำของหมู่บ้านเรา ท่านนายพลในขณะนั้นพยายามดิ้นรนติดต่อขอความช่วยเหลือจากหมู่บ้านแพนด้าซึ่งถือได้ว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดยได้แต่งตั้งคณะทูตลับเดินทางไประหว่างวันที่ ๑๓-๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ ในครั้งนั้นผู้นำหมู่บ้านช้างของเราได้มอบหมายให้ นายพลผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะ นายสุรศักดิ์ (เป็นที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจ) นายสุรินทร์ (ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี) พลโทท่านหนึ่ง (เป็นคณะทำงาน) นายไพศาล (สมาชิกวุฒิสภา/เป็นเจ้าหน้าที่ประสานงานกับหมู่บ้านแพนด้า) นายนิพัทธ (เป็นผู้แทนกระทรวงการคลัง) และนายศิริ (เป็นผู้แทนธนาคารแห่งหมู่บ้านช้าง) ไปเจรจาลับกับหมู่บ้านแพนด้า ซึ่งขณะนั้นพรรคคอมมิวนิสต์หมู่บ้านแพนด้ากำลังประชุมเตรียมการประชุมสมัชชาพรรคที่เป่ยไต้เหอ เพื่อเปลี่ยนแปลงคณะผู้บริหารหมู่บ้านจากนายหลี่เผิงเป็นนายจูหรงจี ในตอนแรกพรรคคอมมิวนิสต์ของหมู่บ้านแพนด้าจึงส่ง พลเอกหลิวหัวชิง ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการกรมการเมืองหรือ Police Bureau มาเจรจาที่บ้านพักรับรองเตี้ยวหยูไถ่ โดยพลเอกหลิวหัวชิงได้แจ้งว่าผู้นำของหมู่บ้านแพนด้ามีความยินดีให้การสนับสนุนช่วยเหลือหมู่บ้านช้างของเรา แต่เนื่องจากว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเงิน ซึ่งพลเอกหลิวหัวชิงไม่มีความชำนาญ จะให้เจรจารายละเอียดในการช่วยเหลือกับผู้ว่าการธนาคารแห่งหมู่บ้านแพนด้า และในวันรุ่งขึ้นจึงมีการประชุมร่วมกันอีกครั้งระหว่างคณะผู้แทนหมู่บ้านช้างของเรากับผู้ว่าการธนาคารแห่งหมู่บ้านแพนด้าและคณะ เนื่องจากวิกฤตการเงินครั้งนั้นรุนแรงและถือว่าเป็นเรื่องใหม่ที่หมู่บ้านแพนด้าไม่มีประสบการณ์จึงให้ฝ่ายหมู่บ้านเล่าสถานการณ์ให้ทราบ และพอทราบสถานการณ์และจำนวนเงินที่ขอความช่วยเหลือจำนวน ๒๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ ผู้ว่าการธนาคารแห่งหมู่บ้านแพนด้าได้แจ้งว่าจะนำเรื่องเสนอฝ่ายอนุมัติให้ดำเนินการและจะแจ้งผลให้ทราบในวันรุ่งขึ้น (ซึ่งเป็นวันเดินทางกลับ) แต่ก่อนจะจากกันมีผู้แทนของหมู่บ้านเราบางคนได้ขอเจรจานอกรอบกับคณะของผู้ว่าการธนาคารแห่งหมู่บ้านแพนด้า โดยที่คณะส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องอะไร ในวันรุ่งขึ้นก่อนเดินทางกลับตัวแทนธนาคารแห่งหมู่บ้านแพนด้าได้แจ้งให้ทราบว่า ทางฝ่ายผู้นำของหมู่บ้านแพนด้าอนุมัติให้การช่วยเหลือตามที่หมู่บ้านช้างของเราร้องขอเต็มจำนวนคือ ๑,๐๐๐ ล้านเหรียญ เป็นเหตุให้หมู่บ้านช้างของเราจำเป็นต้องเข้าโปรแกรม MMF ในที่สุด
ลูกชาย : เอ่อ แล้วที่พ่อบอกว่ามีการเจรจานอกรอบของผู้แทนหมู่บ้านช้างของเราบางคนกับคณะผู้ว่าการธนาคารแห่งหมู่บ้านแพนด้า เกี่ยวข้องกับวิกฤตครั้งนี้ด้วยไหมครับ
พ่อดี : นี่หละถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ครั้งแรกที่หมู่บ้านของเราขอความช่วยเหลือด้วยจำนวนเงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านเหรียญแต่ปรากฏว่าหมู่บ้านแพนด้าให้ความช่วยเหลือแค่ ๑,๐๐๐ ล้านเหรียญ เพราะอะไรลูกรู้หรือเปล่า?
ลูกชาย : เป็นผลมาจากการเจรจานอกรอบนั้นด้วยหรือเปล่าครับ
พ่อดี : ใช่แล้วลูก ซึ่งผู้นำหมู่บ้านช้างของเราได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในภายหลังจึงทำให้ทราบว่า การเจรจานอกรอบหลังจากครั้งแรกที่เจรจาเรียบร้อยแล้วนั้น ปรากฎว่าฝ่ายหมู่บ้านช้างของเราบางคนได้แจ้งแก่ผู้ว่าการธนาคารแห่งหมู่บ้านแพนด้าว่า ความจริงหมู่บ้านช้างของเราไม่มีความจำเป็นต้องยืมเงินเพราะว่ายังมีทุนสำรองเหลือเฟือแต่เมื่อเป็นคำสั่งของผู้นำหมู่บ้านจึงขัดไม่ได้ เพื่อไม่ให้เสียหายแก่คณะจึงขอยืมเพียง ๑,๐๐๐ ล้านเหรียญเท่านั้น ที่สำคัญยังบอกว่าพวกที่มานี้ไม่รู้เรื่องอะไร จึงเป็นผลให้หมู่บ้านแพนด้าให้เรายืมแค่ ๑,๐๐๐ ล้านเหรียญ เป็นสาเหตุให้หมู่บ้านเราเดินเข้าโปรแกรม MMF ในที่สุด
ลูกชาย : แล้วที่พ่อบอกว่ามีนักการเมือง นักธุรกิจได้ผลประโยชน์จากการลอยตัวค่าเงินครั้งนั้น เป็นอย่างไรครับ
พ่อดี: การลดค่าเงินหรือการเปลี่ยนแปลงระบบอัตราแลกเปลี่ยนต้องถือได้ว่าเป็นความลับที่สุด เนื่องจากถ้าหากมีกลุ่มคนภายนอกรู้ล่วงหน้าก็จะเกิดการหาผลประโยชน์โดยการเก็งกำไรและผลเสียหายก็จะเกิดกับเศรษฐกิจของหมู่บ้านอย่างมาก ในสมัยของนายสมหมาย ฮุนตระกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่มีการลดค่าเงินในปี พ.ศ. ๒๕๒๗ แม้ดูว่าจะมีความสามารถในการเก็บความลับได้อย่างดีเยี่ยมแล้วก็ตาม แต่ในครั้งนั้นก็ยังมีคนกลุ่มหนึ่งได้กว้านซื้อเงินเหรียญเก็งกำไรล่วงหน้าก่อนมีการลดค่าเงินเพียง ๑ วัน ซึ่งถือได้ว่าเกิดความเสียหายในระดับหนึ่ง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ หากนับตั้งแต่วันที่ผู้บริหารของธนาคารแห่งหมู่บ้านช้างของเรามีมติเป็นเอกฉันท์ว่าต้องปล่อยค่าเงินลอยตัวหรือเปลี่ยนระบบอัตราแลกเปลี่ยนเป็นระบบลอยตัวภายใต้การจัดการ (Managed Float) ใช้เวลารวม ๑๑ วัน
ลูกชาย : ๑๑ วัน? เห็นพ่อบอกว่าใน พ.ศ. ๒๕๒๗ แค่รู้ล่วงหน้าก่อน ๑ วันก็เกิดการเก็งกำไรแล้ว แต่นี่รู้ล่วงหน้าก่อนตั้ง ๑๑ วัน
พ่อดี: ระยะเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของการดำเนินการแม้กระทั่ง ผู้ว่าการธนาคารแห่งหมู่บ้านช้าง (๑๓ ก.ค. ๒๕๓๙ – ๒๘ ก.ค. ๒๕๔๐) ในขณะนั้นยังเคยกล่าวไว้ว่า “การทำงานในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนต้องเป็นความลับสุดยอด เพราะหากใครรู้เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเพียง ๑-๒ ชั่วโมง ก็สามารถหาผลประโยชน์ได้แล้ว เพราะซื้อขายผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งนั้น ในเรื่องนี้เราได้ศึกษาและกำหนดเลยว่าเจ้าหน้าที่ที่จะศึกษาวางระบบนี้ต้องเป็นความลับสุดยอด ต้องรู้เลยว่ามีใครบ้างและหากรั่วไหลมีกี่คนที่จะต้องรับผิดชอบ”
ลูกชาย : แล้วในระยะเวลา ๑๑วันเกิดอะไรขึ้นครับ
********************************************************************************************************************
*ฉันทมติแห่งหมู่บ้านอินทรี (Eagle Moobaan Consensus) คือ ฉันทมติแห่งวอชิงตัน
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์
มาอ่านทบทวนความทรงจำเมื่อครั้งนั้นค่ะ ตอนนั้นเรียนอยู่ที่อังกฤษ จากหนึ่งปอนด์ต่อสี่สิบบาทเป็นหนึ่งปอนด์ต่อหกสิบบาท
ขอบคุณมากค่ะ
รู้ก่อน 2 - 3 ชม. ==> เป็น มหาเศรษฐี ในพริบตา ยะคะ ถ้ารู้ความลับ ถูกรู้ "รู้ความรับ.,,,รู้แล้วรวบ
ขอบคุณมากกับบมความดีดีนี้นะคะ
ตอนนั้นเรียนอยู่ที่อังกฤษ จากหนึ่งปอนด์ต่อสี่สิบบาทเป็นหนึ่งปอนด์ต่อหกสิบบาท
อืม...ส่วนต่าง ๒๐ บาท...คุณปริมได้กำไรหรือขาดทุนน๊า...(๕๕๕)
ขอบคุณ คุณปริม มากครับที่แวะมาเยี่ยมและให้กำลังใจอยู่เสมอ
ขอบพระคุณ คุณ P'Ple มากนะครับที่แวะมาให้กำลังใจและข้อคิดที่ดี ๆ อยู่เสมอ