ในสมัยที่ชลัญจบทำงานใหม่ๆจากพยาบาลเทคนิค(พยาบาล 2 ปี ) เมื่อปี 2537 นั้นได้ไปบรรจุข้าราชการ ที่สถานีอนามัย  ที่ขอบอกว่าห่างไกลความเจริญ   มั๊กมาก   ถนนจากอำเภอเข้าไป 15 กม.นั้นเป็นทางดิน 12 กม. ทางคอนกรีตแบบฟังๆ อีก 3 กม.  โถ!  พระเจ้าช่างทำได้ กับ “สาวสวยผู้บอบบางที่แสนจะอ่อนหวาน เรียบร้อยน่ารักอย่างเรา” ( ประโยคนี้เป็นประโยคโกหกค่ะ)  แต่กระนั้นชลัญก็ใช้ชีวิตยู่เกือบ 5 ปีล่ะไป๊  นี่ถ้าไม่อกหักจากเจน ไม่ย้ายนะนี่ ( ใครไม่รู้ว่าเจนเป็นใครดูบันทึกนี้ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/489982)

            วิชากุลสตรีที่แสนจะเพียบพร้อม ที่แม่เฝ้าอบรมบ่มนิสัยที่ชลัญมักไม่เอาใจใส่  กลับเที่ยวเล่นทโมน กับพี่ชาย ได้วิชามากมาย เห็นมั๊ยแม่ได้เอามาใช้ประโยชน์เต็มที่เลย  เข้าไปอยู่ใหม่ๆ  ภาคภูมิใจมากๆ  เป็นหมออนามัยที่สวยที่สุดในตำบลเพราะมีอยู่คนเดียว  ข่าวการมาปรากฏตัวที่สถานีอนามัยแห่งนี้ของชลัญ กระจายอย่างรวดเร็ว  ใครๆก็อยากเห็นหน้าหมออนามัย คนสวย แต่ผิดคาดเขาดันลือไกลว่าหมอใหม่เป็นทอม เฮ้ย ....เซ็ง  ทั้งตำรวจ  ปลัด ครู  เวียนเข้ามาดูว่าจะใช่เนื้อคู่ที่หลวงส่งมาให้มั๊ยหนอ ทุกคนต่างผิดหวัง เปลี่ยนใจจากจีบกลายมาเป็นเพื่อน มีตำรวจมาสอนยิงปืน ตอนเย็นๆ  เท่ห์ชะมัด  กลายเป็นเพื่อนซี้ปึกชื่อตำรวจป้อม มีพ่อเป็นตำรวจชื่อพ่อรงค์ ซึ่งพ่อถูกใจชลัญนักจนขอผูกเป็นลูก ทั้งที่ในตอนแรกกะจะให้เป็นสะใภ้ แต่พ่อก็เปลี่ยนใจเพราะเห็นแล้วท่า ไปไม่รอด

            การใช้ชีวิตที่สถานีอนามัยนั้น โห! ให้ตายทำกับหญิงได้  หน้าแล้งไม่มีน้ำใช้ ต้องไปเข็ญน้ำมาจากหมู่บ้านใกล้ๆ ห่าง 2 กม.  ไม่เป็นไรได้ใจชลัญ มันเป็นข้ออ้างในการไม่อาบน้ำได้อย่างดีเยี่ยม ..55.. ที่อนามัยตั้งท้ายหมู่บ้าน    มีหนองน้ำขนาดใหญ่  ที่ตลอดการมีน้ำในหนองน้ำไม่เคยใสเลย  ถ้าตักมาใส่แก้ววางคู่กับกาแฟที่ชงไว้หอมกรุ่นพร้อมคอฟฟี่เมต  หากไม่ดมกลิ่นคุณจะแยกไม่ออกเลยว่าถ้วยไหน กาแฟ  ถ้วยไหนน้ำในหนอง ชีวิตต้องพึ่งพาสารส้ม แม่ต้องขนสารส้มไปไว้เป็นกระสอบๆ คิดดูว่าผิวอันบอบบางของหญิงจะระคายแค่ไหน  ทำได้บุญวาสนาชลัญธร...  แต่พอหน้าแล้ง เห็นแต่รอยแตกระแหง น้ำสักหยดไม่มี เดินข้ามหนองน้ำได้สบาย

  

รูปเมื่อครั้งจบพยาบาลเทคนิค ( 2 ปี ) เดี๋ยวไม่เชื่อว่าแต่ก่อนก็งามคือกัน อิ อิ

            เริ่มต้นชีวิตที่ สถานีอนามัย ในครั้งนั้น ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งยิ่งใหญ่  จากลูกสาวคนเล็กที่มีแต่คนเอาใจ กลับกลายมาเป็นนักรบหญิงที่ต้องแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ  เพื่อไม่ให้ใครมารังแกได้  แต่สุดท้ายก็ได้ใจชาวบ้านมาเต็มๆ 

มาดหมออนามัย  ในสมัยก่อน

 

            อาหารนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงมากในชีวิต  ที่นั่นพูดภาษาอีสาน (เว้าลาวคั๊กๆ) กินข้าวเหนียวเป็นอาหารหลัก  ซึ่งชลัญไม่คุ้นเอาซะเลย  แต่สุดท้ายต้องหลงกลิ่นอายข้าวเหนียว เพราะไม่มีอะไรจะกิน    

            ที่สถานีอนามัยมีเจ้าหน้าที่ 3 คน เป็นชาย สอง และหญิง 1 คือ ชลัญธร  รวมเป็นสาม ลูกจ้าง  มีภารโรง มาเปิดกวาดถูอนามัยตอนเช้า แล้วก็กลับ เย็นหมออนามัยปิดเอง หลังจากเขาเปิดให้แล้ว ต่อไปทุกสิ่งอย่างหมออนามัยทำเอง บางครั้งเราต้องเป็นภารโรงเองเพราะพี่แกไม่ว่างต้องไปทำนา  มีบ้านพัก 2 หลัง  หลังหนึ่งเป็นบ้านไม้แบบโบราณมีใต้ถุนสูง ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านผีสิงยังไงไม่รู้  ถูกทิ้งไว้ให้รกร้างแบบไม่มีใครอยู่นานแล้ว ต้นไม้รกครึ้มรอบบ้าน  อีกหลังครึ่งไม้ครึ่งปูน อันนี้ค่อยยังชั่วหน่อย  แต่ดัน สร้างติดกับต้นไม้ใหญ่ อยู่โดดๆ  ให้ความรู้สึกวังเวงพิกล   จึงตกลงใจเลือกหลังนี้  เอาล่ะว้า ผีกะชลัญใครจะน่ากลัวกว่ากัน ( ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกัน “กลัวชลัญว่ะ” )  พี่สองคนมีบ้านอยู่ในอำเภอ  เช้ามาทำงานเช้าสุด 9 โมงเช้า อีกคนตามใจฉันเวลาราชการตั้งแต่ 08.00-16.00 น. เข้าตอนไหน ก็ใช่เวลาราชการ  ตอนกลับ  ต้องก่อน 16.00 น.เดี๋ยวไปรับลูกรับเมียไม่ทัน เอ้า..เข้าใจคนมีภาระ ครอบครัวสำคัญเสมอ  ชลัญตายอยู่อนามัยช่างหัวแก

            เกริ่นนำหมอใหม่แค่นี้ก่อนล่ะกัน  แล้วรออ่านชีวิตมันส์ ๆ ของชลัญตอนต่อไป สนุกมากๆ ขอบอก 

 

ชลัญธร  ตรียมณีรัตน์