ชีวิตที่พอเพียง: ๑๖๒๕. บันทึกตามัว (๑๐) กลับบ้าน

 

          วันศุกร์ที่ ๒๐ ก.ค. ๕๕วันที่ ๑๗ ของอาการและวันที่ ๕ ในโรงพยาบาลซึ่งเป็นวันสุดท้ายเมื่อคืนผมเข้านอนเวลา ๒๑ น. และตั้งนาฬิกาปลุก ๕.๐๐ น. อย่างเคย    พอตีห้าครึ่งพยาบาลก็มาวัดความดันโลหิต  อุณหภูมิ  และจับชีพจร    แล้วเริ่มหยอดตาเวลา ๖ น. เพื่อขยายม่านตาสำหรับตรวจตาทั้งสองข้าง    เขาหยอดทุกๆ นาที รวม ๔ ครั้ง     และพบว่าม่านตาขยายดี    

          ๗ น. เศษ พยาบาลมาตามผมไปตรวจที่ห้องตรวจเยื้องห้องพักของผม   โดย อ. หมอโสมนัสมารออยู่แล้วพร้อมกับเฟลโล่ว์และแพทย์ประจำบ้านหลายคน   ท่านตรวจทั้งสองตา ด้วยเครื่อง slit lamp (ที่เข้าใจว่ามีช่องให้ เฟลโล่ว์ ดูพร้อมกันด้วย เพื่อการเรียนรู้)และบอกว่าตาขวาที่ผ่าตัดเรียบร้อยดี   จะกลับบ้านวันนี้เลยก็ได้    ส่วนตาซ้ายที่ผมว่ามี floater และวงแดงนั้น ตรวจแล้วไม่มีอะไรผิดปกติเลย  

 

          สายหน่อย อ. หมอณัฐวุฒิ มาเยี่ยมเพื่อส่งกลับบ้าน   ท่านพูดแบบคนคุยสนุกว่าต้องบริการผมให้เต็มที่   ผมบอกว่าที่ได้รับบริการมานี้ถือว่าดีเยี่ยม   มีตัวชี้วัดคือพอเปิดตาก็มองเห็นเมียสวยอย่างเดิมแล้ว    ท่านบอกว่าต่อไปต้องขอยืมมุขนี้ไปใช้    ว่าผลการผ่าตัดตาดูที่เห็นเมียสวยเหมือนเดิม 

 

          ประมาณ ๑๐ น. อ. หมอปรีดา มาลาสิทธิ์มาเยี่ยมพร้อม อ. วิม   และคุยอยู่ชั่วโมงเศษๆ เรื่อง Rim Chao Phya Research Forum เมื่อวาน   และการพัฒนาระบบต่างๆ ในโรงเรียนแพทย์และในมหาวิทยาลัย   เพื่อการพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยระดับโลกอย่างแท้จริง   อ. หมอปรีดา เอา iPod ที่มี audiobooks มากมายมาให้ยืม   และเอา HDD ที่ผมฝากไปขอ copy หนังสารคดี BBC ดีๆ มาคืนให้ด้วย   ผมจะมีเครื่องบันเทิงและประเทืองปัญญาไปพร้อมกันระหว่างพักฟื้นที่บ้าน

 

          สาวน้อยไปจ่ายเงินค่าบริการส่วนที่เกินสิทธิหมื่นกว่าบาท   เมื่อไปจ่ายเขามีส่วนลดให้ศิษย์เก่า เหลือต้องจ่ายจริงๆ เพียงหกพันกว่าเท่านั้น   ผมบอกตัวเองว่า ค่ารักษาพยาบาลที่ผมได้รับนั้น ส่วนใหญ่ได้จากสวัสดิการรักษาพยาบาลในฐานะข้าราชการบำนาญ   อีกส่วนหนึ่งทาง รพ. ศิริราชลดให้ในฐานะศิษย์เก่า   ทั้งหมดนั้นจริงๆ แล้วมาจากเงินภาษีของราษฎรนั่นเอง ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม   ผมขอระลึกถึงคุณูปการจากสังคมต่อตัวผมไว้ ณ ที่นี้

 

          เวลา ๑๓.๓๐ น. รถมารับกลับบ้าน    หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลและทีมมาเยี่ยม พร้อมกระเช้าผลไม้   และเดินตามมาส่งถึงรถ

 

          ผมกลับมาสังเกตที่บ้าน พบว่าที่เห็น floater และวงแดงที่ตาซ้ายนั้น ไม่มีแล้ว   สันนิษฐานว่าเป็นเงาจากโลหะปิดตา    เมื่อเปิดตาเงาเหล่านั้นก็หายไป    ขณะที่พิมพ์บันทึกนี้ที่บ้านผมเปิดตาทั้งสองตา    จะปิดตาขวาเมื่อนอนเท่านั้น   และห้ามน้ำเข้าตา ๒ สัปดาห์    ผมดีใจที่เวลาสระผมจะได้อ้อนเมีย ให้สระผมให้ ในท่านอนหงาย กันน้ำเข้าตา    รวมทั้งให้เขาหยอดตาให้ด้วย    หมอสั่งยามาหยอด ๒ อย่าง คือ Pred Forte (Prednisolone acetate 1%) หยอด ๑ หยดทุก ๒ ช.ม.   และ Exocin (Ofloxacin 0.3% ophthalmic solution) หยอด ๑ หยด วันละ ๔ ครั้ง   เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน

 

          ผมขอขอบพระคุณท่านที่เอ่ยนามมาทั้งหมด    และที่ไม่ได้เอ่ยนาม แต่เป็นทีมดูแลรักษาพยาบาล   และต่อคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลในภาพรวม   รวมทั้งท่านที่ให้กำลังใจ ส่งดอกไม้ ผลไม้ และของเยี่ยม รวมทั้งส่ง อีเมล์มาให้กำลังใจ

 

          กลับมาบ้าน ผมดูหนัง BBC History ชุด The Normans ได้ความรู้โลกในยุคกลาง ในช่วง ๑๐๐ ปีของ ศตวรรษที่ ๑๑ - ๑๒   ที่ทำให้เกิดการผสมข้ามเผ่าพันธุ์ระหว่างคนเผ่า นอร์มัน กับคนมุสลิมในพื้นที่แถวซิซิลี ไปถึง คอนสแตนติโนเปิล และ เยรูซาเล็ม

 

          ผมกลับมานั่งมองวิวต้นไม้หน้าบ้านด้วยความสดชื่น   ผึ้งรังใหญ่บนต้นแสงจันทร์อพยพไปหมดแล้ว    มีรังเก่าตกลงมา จึงถ่ายรูปเอามาฝาก

 

 

 

วิจารณ์ พานิช

๒๑ ก.ค. ๕๕

 

 

วิวความร่มรื่นมองจากระเบียงหน้าบ้านผม


 

 วิวเดียวกัน ถ่ายเป็นภาพ 1x1  ต่างจากภาพที่แล้วที่เป็นภาพ 16x9


 

 

 รังผึ้งเก่า


 

ภาพขยายของรังผึ้ง


 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (3)

บ้านอาจารย์ร่มรื่นดีนะคะ มีรังผึ้งกลางกรุงด้วย

เขียนเมื่อ 

สื่อสารว่าสายตาอาจารย์กลับมาแจ่มแจ๋วเหมือนภาพที่ซูมรังผึ้งมาให้พวกเราเห็นพอจะได้ไหมคะนี่ อาจารย์ยอดเยี่ยมจริงๆ ถ้ามีโอกาสเป็นคนไข้จะไม่ลืมวิถีปฏิบัติของอาจารย์เอาไปปรับใช้บ้างค่ะ  

เขียนเมื่อ 

ชื่อเรื่อง "บันทึกตามัว" อ่านแล้วรู้สึกขำๆ ค่ะ พออ่านตอนท้ายๆ ของบันทึกอดยิ้มไม่ได้ แหม...ได้โอกาสอ้อน... คุณตากะคุณยาย โรแมนติดค่ะ อิอิ