ชีวิตหนูตั้งแต่เริ่มพยายามออกจากทุกข์โดยการภาวนา

ก็มีครูเข้ามาเมตตาชี้นำเสมอมาทราบไหมค่ะ 4 ปีแล้ว

ที่ท่านเมตตาอดทนสอนหนูเริ่มต้นที่ต้นทุนที่ติดลบด้วย

"ใจที่ีิริษยาครู"

อยากได้ในสิ่งที่ท่านได้โดยไม่คิดจะเพียรเอง

ช่างเหมือนขโมยที่จ้องจะ งัดแงะขโมยสมบัติของเศรษฐีที่ขนขวายหาทรัพย์มาอย่างสุจริตและยากลำบาก

ส่วนจิตหนูเป็นแค่หัวขโมยที่คอยด่อมๆมองๆ

และตีสนิท

แต่ท่านมีเมตตากับหนูมาก

ฝึกหนู พัฒนาหนูจากโจรกระจอก ให้รู้จักทำมาหาเลี้ยงตนเองเป็น

โดยวิถีแห่งการภาวนาที่ครูสั่งสมมา
ณ วันนี้ 4 ปีผ่านไป รู้สึกดีใจมากที่ครูเอ่ยว่า

"สอบผ่านเรื่องศรัทธา"

สารภาพแบบโง่ๆตรงๆ หนูไม่ทราบเลยว่าตนเองสอบผ่านแต่รู้สึกกับตนเองว่า

"จะตั้งใจเชื่อฟังครู ปฏิบัติตามคำสั่งท่านให้ได้มากที่สุด"

หากยังไม่ได้ก็จะพิจารณาว่า ติดขัดอะไร ขาดอะไร ที่จะทำให้ปฏิบัติตามท่านได้อย่างบริบูรณ์ หมดจด
วันนี้ครูชี้เพิ่มเติมว่า

"หนูมีจุดอ่อนที่ตั้งคำถามไม่เป็น"

เช่นก่อนหน้านี้หนูตั้งคำถามว่า

"ทำไมหนูไม่ศรัทธาในครู"

คำตอบที่ได้ออกมาเป็นเชิงลบทั้งนั้นยิ่งค้นเจอยิ่งเต็มได้ความขั่วแต่จิตใจไม่เข้มแข็งพอที่จะยอมรับได้ ก็จะท้อ
ครูบอกลองใหม่ลองตั้งประมาณว่า

"ทำอย่างไรจึงจะศรัทธาในครูมากขึ้น"

คำตอบที่ออกมาก็จะเชิงบวก
อะไรทำให้ยังมี่นคงอยู่กับครู
เหมือนเสียงที่อยู่ข้างในลึกๆ เชื่อมั่นว่่าครูเท่านั้นที่จะนำพาหนูเดินออกพ้นจากความทุกข์ได้และที่ผ่านๆมาก็พ้นทุกข์ทีละน้อยได้เพราะความช่วยเหลือจากครูวันนี้หนูมีพลังหลังจากได้ฟังธรรมจากครูหนูทราบว่าครูเหนื่อยมาก แต่ก็ยังเมตตายื่นมือมาช่วยหนูหนูจะตอบแทนครูให้ดีที่สุดเต็มที่เต็มกำลังเจ้าค่ะ
ณ สนามบินขอนแก่น. 19 ส.ค. 55