วันพฤหัสบดี ที่ 16 สิงหาคม 2555

กราบสวััสดีค่ะครู     

วันนี้เป็นวันที่ระลึกถึงครั้งหนึ่งที่ครูเคยเอ่ยกับหนูว่า

"เราเป็นคนขี้เกียจทำงานเราเลยได้ทำงานมากกว่าคนอื่น"

หนูมองย้อนเข้ามาที่ตนเอง หนูก็มีขี้เกียจทำงานแต่พอเล็งเห็นว่าอะไรเป็นประโยชน์ก็กระโดดลงไปทำแบบทั้งตัวเหมือนรูปแบบการกระโดดลงไปทำงานแบบนี้ได้ต้นแบบมาจากครูแบบเด๊ะๆเลยเจ้าค่ะ   

  เช้านี้ตื่นขึ้นมาตีห้ากราบพระทำวัตรเช้า แล้วก็เปลี่ยนชุดออกไปวิ่ง เริ่มเข้าใจกับตนเองชัดขึ้นว่า การวิ่งออกกำลังกายคือจุดหนึ่งของการชาร์ทพลังชีวิต ให้มีพละกำลังทั้งทางร่างกายและจิตใจ การวิ่งที่นี่เป็นการวิ่งขึ้นลงเขาตามธรรมชาติของทางใต้ ระลึกถึงครูที่เล่าถึงการวิ่งของครูที่สงขลา การวิ่งเหมือนมีเรื่องราวฟุ้งขึ้นมา ช่วงนี้ใจหนูคลุกฝุ่นกับงานไม่ค่อยยอมปล่อยเจ้าค่ะ ทำงานเหมือนจะไม่มีชีวิตอยู่แล้วคำถามของครูก็ดีดขึ้นมาว่า

"ทำด้วยธรรมหรือกิเลส"

บางทีก็เป็นธรรม บางทีก็้ป็นกิเลสเจ้าค่ะ แต่เข้าใจประโยคที่ครูเคยแปะที่ Facebook ขึ้นมาบ้างเจ้าค่ะว่า"จงเบิกบานในการรับใช้เพื่อนมนุษย์"ถ้าเราเบิกบาน คนที่เราเข้าไปทำงานด้วยก็คลายทุกข์ไม่ใช่เราเก่ง แต่เพราะไม่ได้ไปเพิ่มทุกจ์ให้เขาก็เท่านั้นเจ้าค่ะเช้านี้ผู้จัดพาออกไปนอกสถานที่แต่เช้าบอกว่าพาไปดูปลาโลมาสีชมพู ใจหนูโน๊ตงานไว้ในใจยังรู้สึกกังวลเจ้าค่ะ ลงเรื่อง ณ ท่าประทับ ระหว่างอยู่ในเรือได้รับโอกาสจาก ป้าลำยองช่วยนำทางและบรรยายหนูเลือกนั่งเงียบๆ ณ ห้วเรือ หายใจระลึกถึงการเดินทางมาทะเลพร้อมกับครูและโบโซ่ เหมือนหูมีครูร่วม้ดินทางตลอดเวลาระลึกขึ้นมาก็รู้สึกชื่นใจเจ้าค่ะมารู้ทีหลังนอกจากดูปลาโลมาสีชมพูก็ได้โอกาสแวะเกาะนุ้ยสักการะหลวงพ่อทวด กับตำนานเหยียบน้ำทะเลจืดป้าลำยองเล่าว่า"ครั้งหนึ่งหลวงพ่อทวดล่องเรื่อสำเภามาที่เกาะนี้ เหล่าลูกศิษย์ไม่มีมีน้ำจืดทานท่านจึงเหยียบลงได้บ่อน้ำจืด"เป็นที่มาที่เรียกขานท่านว่า

"หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด"

ตอนกลางคืนน้ำทะเลจะท่วมบ่อนี้แต่ตอนเช้าน้ำทะเลลดบ่อนี้ก็จะยังเป็นน้ำจืดเพราะตาน้ำอยู่ใต้ดินเป็นความมหัศจรรย์บ่อนี้เป็นที่พึ่งของชาวบ้านที่อาศัยในทะเลในอดีตมาตักไปเป็นน้ำกินน้ำใช้ขึ้นไปสักการะอธิษฐานจิต

"ขอให้ลูกมีจิตใจอ่อนน้อม ไม่หยาบกระด้าง ใไห้ไดเห็นธรรมที่พระตถาคตได้เห็นแล้ว"

แล้วก็เดินทางกลับเรือลำที่นั่งไม่เห็นปลาโลมาเห็นเพียงหินพับผ้าที่เป็นชั้นๆ ซึ่งดูจะเป็นลักษณะเป็นหินที่แตกเป็นชั้นๆทวางทับกันใจระลึกถึงกิเลสในใจเวลาที่ถูกกระเทาะแล้วผุกร่อนออกก็คงคล้่ายเช่นนี้ แม้กิเลสในใจจะยังแน่นดั่งขุนเขาแต่เชื่อว่า ค่อยๆกระเทาะก็ต้องเบาบางและหมดไปสักวันกลับออกมาทีมงานพาไปแวะทานข้าวริมหาดที่ เขาพรายดำทริปนี้กินไม่ขาดเจ้าค่ะครู เมื่อเช้าหนูกว่าจะวิ่งเสร็จก็หกโมงอาบน้ำทำดีท๊อกไม่ได้ทานข้าวเช้า มาทาน 11 โมงก็ดูไม่กระทบเท่าไหร่ ทานเสร็จหนูได้โอกาสกระซิบพี่ๆที่นำทีมว่า จะขอเรียนปรึษาสัมภาษณ์ทำเรื่องเล่าภาพรวม cms ตั้งใจสรุปโครงการทั้งประเทศแบบที่คนเข้าถึงได้ ซึ่งท่านก็ยินดีและเห็นด้วยกับการชวนคุยสบายๆริมทะเล พอได้เจอพี่ๆใจเดียวกันก็ดูจะลื่นคล่องเจ้าค่ะครูเรารวมกันนั่งประชุมเรื่องงาน Monograph. ก่อน แล้วแดดเริ่มร้อนจึงย้ายไปใกล้ทะเลมากขึ้น มีพื้นที่มาก พอหาที่นั่งไม่ได้หนูจึงหลบมานอกวงตอนนั้นเห็นใจตนเองที่มันน้อยใจวูบหนึ่งแผ่วๆค่ะครูเหมือนปรมกฎการณ์ที่มันเรียกร้องความสนใจ เห็นธรรมชาติตรงนี้จองใจก็รู้สึกอ่อนใจ จึงจับมันนั่งลงกับพื้นปูนเท้าเหยียบลงทะเล กับแค่ที่นั่งมันก็ไม่วายแสดงความเป็นตัวตน หนูปฏิเสธไม่ได้ว่าใจมีความรู้สึกรังเกียจตนเองมาแว๊บหนึ่ง ศีลข้อหนึ่งด่างพร้อยแต่พอพี่เริ่มพูดก็ให้หนูนำเสนอไอเดียแล้วก็สะท้อนภาพถึงแผนงานที่ทีมได้ปรึกษากันมาหนูนำเสนอด้วยพลังทั้งหมดที่มี รู้สึกดีที่ได้มีโอกาสพอพูดจบหันมองเห็นทั้งแววตาเชิงชืื่นชม เชิงต่อต้าน เชิงขัดแย้ง ใจปรากฏความรู้สึกทุกข์ เหมือนจะหมดแรงขึ้นมา ระลึกถึงครูมาเป็นกำลังใจขึ้นมาว่า"พี่เคยทุกข์ให้เห็นไหม"ซึ่งคำตอบของหนูคือ "ไม่เจ้าค่ะ"เมื่อหนูมีครูเป็นแม่แบบ ก็ต้องสู้ๆอดทนส่งแววตาพี่ต้อยให้ช่วยคลี่ พอเริ่มืำความเข้าใจรับรู้ว่า ได้ใจมีแนวร่วม พอหนูก้าวผ่านความคาดหวังว่าจะได้ทั้งหมด แล้วก็มองเห็นความงามที่หลายคนชูมือขึ้ยมาช่วยทุกคนรู้ว่างานนี้คือ งานใหม่ที่ในกรมไม่เคยมีใครริเริ่มการออกมาทำนั่นคือ ใจที่มีจิตอาสาอย่างแท้จริงส่วนพี่ๆผู้บริหารเราเลือกที่จะให้น้องๆสัมภาษณ์แล้วก็เรียบเรียงแล้วก็ให้ท่านดูอีกทีพออกมามีหลายคนเลยที่หนูเองต้องอดทนรับผิดชอบทำรู้สึกเลยค่ะว่า งานนี้ไม่ได้ทำเพราะอยากดูดีแต่เป็นการทำด้วยใจที่ปรารถนารับใช้เพื่อนมนุษย์และให้งานออกมาดีทีี่สุดเท่าที่กำลังตนเองยังมีความงามแบบนี้ในใจได้มาจากครูแท้ๆเลยเจ้าค่ะ ครูเป็นคนนำพาให้ทำ ชี้ให้ได้เห็นว่าแท้ที่จริงทุกคนมีมุมนี้อยู่ที่รู้จักที่จะหยิบมาใช้ประโยชน์เป็นหรือไม่คุยไปฝนก็ตก สักพักแดดก็มาเหมือนเทวดามาพรมน้ำมนต์ให้ริมทะเลลมเย็นใจข้างในหนูเหมือนคลื่นในทะเลที่พัดขึ้นลงเป็นระลอกๆ หมดแรงก็เรียกสติ หมดแรงก็อดทน น้อมใจลงทำงานรับใช้มีพี่บางท่านที่ต้องกลับบ่ายนี้หนูต้องเร่งสัมภาษณ์เพราะอาจจะไม่เจอกันแล้ว ดีใจที่มีพี่พรใจดีให้ยืม iPad ด้วยน้ำใจพี่ นั่งสัมภาษณ์ไปฝนตกท่านก็กางร่มให้ หนูถอดเสื้อมาคลุม iPad เป็นไรที่ต้องบอกว่าน่ารักซะไม่มีในความตั้งใจของทั้งคู่ สัมภาษณ์เสร็จท่านทราบว่าหนังสือที่ทำมีงบน้อยทำได้แค่ 1000 เล่ม ท่านจึงใจดีให้มาเพิ่มอีก 3 แสนเจ้าค่ะ เป็นกำลังใจให้ทีมงาน ถ้าเป็นเมื่อก่อนต้องมีคำว่า "ฉันเก่งขึ้นมาแน่ๆเจ้าค่ะ". แต่ครั้งนี้ต่างไปเป็นความดีใจที่คณะทำงานได้รับการสนับสนุนในการทำงานค่ะพอกลับมาที่พักประมาณหกโมงเย็นขณะทึ่คนส่วนใหญ่เข้าไปพัก ณ ที่พักเพื่อมาประชุมอีกรอบตอนหนึ่งทุ่มหนูเปลี่ยนชุดออกมาสิ่งครั้งนี้วิ่งไกลขึ้นไปสุดเขตโรงแรมแล้วก็วิ่งกลับมาสุดเขตอีกฝั่งหนึ่งขึ้นลงเขาหลายระลอกอาบเหงื่อแล้วรู้สึกสบายไปปั่นจักรยานต่อที่ฟิทเนส มายืดรีแลกร่างกายที่ริมระเบียงวันนี้ริมระเบียงต่างไปค่ะครู เบาะที่เคยวางถูกเอาออกเพราะฝนตกจึงเหลือเพียงแคร่ไม้ที่ก็มีลักษณะชุ่มเหมือนการอุ้มน้ำแต่เช็ดแล้ว หนูนั่งลงยืดผ่อนคลายแล้วก็เข้าห้องพักทำดีท๊อกออกมา พี่ๆร่วมประชุมแล้วหนูพิจารณาควรจะชิงจังหวะสัมภาษณ์ขอข้อมูลพี่ๆไว้ก่อน จึงเชิญพี่ๆมาคุย ยอมรับว่าคุยกับท่านนี้รู้สึกเหนื่อยอาจจะด้วยกำลังของหนูไม่มากพอได้เพียงอดทนแล้วก็ทำเท่าที่ทำได้เจ้าค่ะเสร็จหนึ่งท่านก็เชิญพี่อีกท่านหนึ่งมาสัมภาษณ์ เห็นครั้งนี้ว่าหนูพลาดด้วยเผลอสติและล้าเรียกชื่อท่านผิดๆถูกๆ แล้วห้องประชุมก็เลิกประชุม แต่ละท่านเดินออกม่หลายคนทักทาย พอทราบว่าทำอะไรก็พยักเพยิดเหมือนเข้าใจแล้วก็บอกว่าเสร็จแล้วไปต่อที่งานเลี้ยงนะมีพี่พรเขามาหนูได้โอกาสขอข้อมูลจาก iPad. ท่านก็มีงานที่ต้องส่งพี่ที่หนูกำลังสัมภาษณ์หนูจึงนั่งรอเป็นเพื่อนแบบสบายๆระหว่างรอเหมือนได้พักแลุรีเซตตนเองด้วยค่ะเห็นสายตาและรู้สึกถึงความเกรงใจและใส่ใจที่พี่มองมา หนูตัดใจว่าจะไม่สัมภาษณ์แล้วเพราะรู้สึกว่าท่านคงเหนื่อย ก็ะเอาแบบได้เท่าที่ได้หนูไม่ควรบีบคั้นพอเอ่ยกับท่าน พี่มีเมตตามากค่ะ บอกว่าสัมภาษณ์ไปเถอะหนูจึงเริ่มจากการเล่าภาพรวมที่ระหว่างรอร่าง mind. Map ในกระดาษให้ท่านดูว่าหนูกำลังทำอะไรอยู่และสิ่งที่กำลังทำอยู่เป็นส่วนไหนพอท่านเข้าใจแล้วเลความประทับใจในการเข้าไปพัฒนาแหล่งผลิตแหล่งปลูกสมุนไพรท่านยิ่งเล่ายิ่งมีพลังยิ่งมีความสุข แต่บางคราท่านกฟ้แอบขำแล้วบอกว่าอันนี้ไม่ต้องลงนะ หนูจึงบอกท่านว่า อันนี้แหละค่ะยิ่งต้องลงท่าน ยกคิ้วสูงแล้วบอกว่า

"เหรอ"

จึงอธิบายต่อว่า

"พี่รู้สึกไหมค่ะ พี่ยิ่งเล่าความประทับใจหน้างาน พี่ก็ยิ่งมีพลัง"

หนูได้ฟังก็รู้สึกดีไปด้วย ความตั้งใจที่ทำหนังสือนี้คือ อยากให้มีการบันทึกความประทับใจในการทำงาน. ความสุขและพลังในการทำงานไว้เพราะเรื่องเหล่านี้ยิ่งได้อ่าน ไม่ว่าใครก็มีความสุขแล้วก็มีพลังที่จะลุกขึ้นมาทำงานหนูไม่คิดว่า สิ่งที่ทำอยู่มันดีที่สุด แต่ ณ ตอนนี้ทำได้แค่ไหนก็ทำไปก่อนค่ะ คนที่ลุกขึ้นมาทำช่วยกันก็เหมือนอาสามาช่วยมากกว่าหน้าที่ค่ะ

"เหมือนท่านเข้าใจและรู้สึกสนุกคึกคักที่ได้เล่าค่ะถ้าเขียนแบบแจกแจงจริงๆนี่คงได้หลายเรื่องเลยค่ะครูแต่หนูก็ตั้งใจว่า จะสัมภาษณ์แล้วก็ส่งข้อมให้พี่อีกท่านหนึ่งเขียน"

สิ่งที่หนูกำลังทำ หนูไม่ได้ต้องการเพียงแค่งานค่ะครู หนูเชื่อว่าเป็นการสร้างคนด้วย และคนที่มาในวิถีแห่งการชูมือมาช่วยกันทำงานเป็นความใสๆของการร่วมแรงรวมใจจริงๆ

"สัมภาษณ์เสร็จแวะไปงานเลี้ยงพี่ๆกำลังคึกคักเจ้่ค่ะหนูนั่งลงสบายๆดื่มน้ำกินเงาะไม่ค่อยอยากลุกขึ้นไปนักแต่พออีกแป๊บพี่ๆมาชวนไปขยับก็ร่วมด้วย แบบใจไม่ดิ้นนั้นร้องเพลงเพลงหนึ่งแล้วก็เลิกงานเลี้ยงได้ข้อคิดอย่างหนึ่งว่า ถ้าเราจดจ่อกับอะไรสักอย่างอย่างจริงจัง ความอยากสนุกคึกคักกับความบันเทิงในใจจะน้องลงเจ้าค่ะเลิกงานเลี้ยงมีคุยเรื่องการเบิกจ่ายต่อกว่าจะเข้าหน้าก็หกทุ่มตาบวมเลยเจ้่าค่ะแล้วหนูก็หมดแรงไหว้พระแต่ไม่ได้อัพยันทึกเจ้่าค่ะวันนี้คะแนนเต็ม 10 ได้ 7 ให้กำลังใจความขยันอึดอดทนแต่หักคะแนนไม่ส่งงานผ่านG2K ตามเวลาเจ้าค่ะ