เรื่องสั้นเพื่อสังคม จาก"ธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลก

 

 

ผมคิดไม่เหมือนเพื่อน
แรงผลักจาก "วัฒน์ วรรลยางกูล"

          "มีความคิดแตกต่าง  แต่อยู่ร่วมกันได้" นี่คือประโยคหนึ่งที่  "วัฒน์  วรรลยางกูล"  นักเขียนชื่อดังพูดเมื่อ วันที่ 15 มีนาคม 2555  ในรายการที่นี่ตอบโจทย์ ของ Thai PBS  ผมฟังด้วยความสนใจจนจบรายการ  ได้อะไรดี ๆ หลายอย่าง ที่ผมใช้หัวเรื่องว่า "ผมคิดไม่เหมือนเพื่อนแรงผลักจากวัฒน์  วรรลยางกูล" ก็เพราะแนวคิดของผมเรื่องของ "ธรรมชาติธรรม"   เป็นเรื่องที่อยู่ในลัี่กษณะเข้าทำนอง  "มีความคิดแตกต่าง แต่อยู่ร่วมกันได้"

          ด้วยแนวคิดของ "ธรรมชาติธรรม" สวนทางกับแนวคิดของสังคมปัจจุบันโดยสิ้นเชิง ทุกรัฐบาลในโลกนี้ล้วนมุ่งมั่นแข่ขันด้านธุรกิจ  มุ่งแสวงหาทรัพย์สินเงินทองอย่างเดียว   ไม่คิดจะถอยหลังสู่ความพอเพียง  แม้ความวุ่นวาย ความเดือนร้อนต่างของโลก ของมวลมนุษยชาติล้วนเป็นเหตุจากการแข่งขันด้านธุรกิจ ต่างรู้แจ้งเห็นจริงกันชัดเจน แต่ก็ยังผลักดันการแย่งประโยชน์ที่เกินความจำเป็นอย่างไม่จบสิ้นเท่าที่ผมพอทราบข่าวมาก็เห็นมีประเทศภูฏานที่ยังส่งเสริมการเป็นอยู่แบบเก่า ๆ หรือมีประเทศอื่นบางก็ไม่ทราบข้อมูลตรงนี้  จากแนวคิดของ  "ธรรมชาติธรรม"   ขอสนับสนุนประเทศภูฏานอย่างเต็มที่ นี่ผมไม่ได้มีแนวคิดเหมือนประเทศภูฏาน แต่ประเทศภูฏานคิดเหมือนผมต่างหาก ก็เพราะ "ผมไม่ได้คิดเหมือนเพื่อน"

         แนวคิดที่ผิดจากสังคมจนสุดขั้วอย่างนี้ดูแล้วเป็นเรื่องที่ไร้สาระอย่างยิ่ง  ก็ขอติง หรืออ้อนวอนไว้ก่อนว่า  แม้ความคิดจะต่างกันขอให้อยู่ร่วมกันกันได้ก่อน อย่างน้อยสักช่วงระยะหนึ่งอาจจะหันหน้ามาพูดคุย   ซักถาม  สืบความหาเหตุผลซึ่งกันและกัน เหตุผลบางช่วงบางจังหวะอาจจะเหมาะสม อาจจะเห็นสมควรขึ้นมาก็ได้  ทุกอย่างมันไม่ใช่ของเสียหายหากเพื่อความสันติสุขที่เกิดกับมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง ข้อคิดข้อเขียนที่เกิดจากแนวคิดของผมโปรดได้รับการวิเคราะห์ด้วยเป็นพระคุณยิ่ง โอกาสนี้ขอขอบพระคุณ " วัฒน์ วรรลยางกูล" ที่พูดประโยคที่สะกิดใจผมครับ

          ขอฝากข้อคิดเห็นส่วนหนึ่งจากหน้าเว็บไซต์ "ข้อคิดข้อเขียนเกี่ยวกับ ธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลก"

ข้อคิดข้อเขียนเกี่ยวกับ ธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลก

ข้อคิดข้อเขียนแต่ละเรื่องเป็นการนำเสนอข้อเท็จจริงที่ได้พบเห็นในสังคม มาจาระไนให้ท่านทราบเหตุผล สาเหตุ ข้อเท็จจริง แนวทางคิดแก้ไข เพื่อให้ท่านได้เป็นข้อมูลส่วนหนึ่งใช้ประกอบวิจารณญาณเรื่องนี้
เพื่อการสนับสนุน และให้ข้อคิดเห็นร่วมกันต่อไป
ข้อคิดข้อเขียนส่วนหนึ่งเป็นการนำเสนอแนวคิดใหม่ของกระผมเอง
ตรงจุดนี้เองที่กระผมเปิดกว้างให้ท่านได้นำเสนอข้อคิดของท่าน เพื่อติติง หรือเสริม สนับสนุน ตามความเห็นของท่าน
โดยเปิดกว้างให้ท่านที่มีความรัก และห่วงใยช่วย แก้ไข แนะนำ ส่งเสริมกันให้เต็มความปรารถนา
เราต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่า คนเราทุกคนเมื่อเราไม่เห็นว่าสิ่งใดดีกว่า เราก็ยังคง
ยึดสิ่งที่เรามีอยู่ไว้ก่อน ข้อสำคัญสิ่งที่ท่านจะเห็นว่าดีกว่านั้นบางครั้งมันยังบดบังปัญญาของเรา
อะไรคือต้นเหตุบดบังปัญญาของเรา อาจจะมีหลายสาเหตุ เช่น ไม่ทราบข้อมูลใหม่ รับข้อมูลที่ผิด(ข้อมูลบิดเบือน)
ฝังจิตฝังใจว่าสิ่งนี้ดีที่สุด (คนประเภทถือทิฐิ ดื้อดัน ไม่มีเหตุผล)
ด้วยเหตุนี้การทำใจให้กว้าง และรับฟังเหตุผลจึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่จะเป็นพื้นฐานในการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น
กระผมเชื่อเหลือเกินว่าทุกท่านคงทราบประวัติของพระพุทธเจ้าดี "พระพุทธเจ้าตรัสรู้ด้วยตนเอง" คำว่าตรัสรู้
หมายถึงรู้แจ้ง โดยปริยายหมายความว่า รู้เอาเองว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
คำว่าตรัสรู้ใช้กับพระพุทธเจ้า
ถ้าเราทั่ว ๆ ไปน่าจะใช้ว่า "รู้เอาเอง"
และหากเราได้ศึกษาแนวคิดแนวปฏิบัติของพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงชี้นำให้พุทธศาสนิกรู้ด้วยตัวเองดีที่สุด
หากใครที่มีความคิดความอ่านในแนวนั้น ถือว่าเป็น คนมีธรรมะในตัว
นี่คือสิ่งที่พระองค์ปรารถนา

ธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลก เป็นแนวทางที่จะนำท่านอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขที่แท้จริง และยั่งยืน

ธรรมชาติธรรมน้อมนำโลกใบนี้
ยกให้แด่น้องพี่มวลมนุษยชาติ
อยู่เคียงข้างอย่างจริงใจนัยหนึ่งทาส
มิคลาคลาดคอยครองปกป้องภัย

หากเข้าใจตัวฉันกันสักนิด
ทุกชีวิตแผ่นปฐพีนี้สุกใส
ใช่ฉันอ้อนร่อนคำนำปลอบใจ
จากดวงฤทัยจริงแท้มิแปลเอย