"นโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ จีน เเละอินเดีย : นัยต่อไทย"
สวัสดีครับชาว Blog
วันนี้ (16 ส.ค.55) ผมในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมส่งเสริมการค้าอาเซียน ได้รับเกียรติจาก สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง เป็นวิทยากรร่วมเสวนา ในหัวข้อ มุมมอง "นโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ จีน เเละอินเดีย : นัยต่อไทย" ผมได้รับเกียรติให้ share ประสบการณ์ในส่วนของประเทศจีน ผมได้เล่าถึงงานที่ผมทำเกี่ยวกับเรื่องพลังงานทดเเทนที่ผมได้ร่วมมือกับจีนมา 3 ปี จะเห็นได้ว่าจีนเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องจึงเน้นเรื่อง Green Economy
นอกจากนั้นยังร่วมด้วย นพ.ดร.จิติศักดิ์ พูนศรีสวัสดิ์ ในส่วนของเกาหลีใต้ และ คุณมั่นพล วงศ์มาศาในส่วนของประเทศอินเดีย โดยมี ดร.พิชญ์ นิตย์เสมอเป็นผู้ดำเนินรายการ ณ โรงเเรมอโนมา
เสวนาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของสัมมนาเวทีสาธารณะ "นโยบายอุตสาหกรรมใหม่ ก้าวไกลในพลวัตโลก"ผมจึงเก็บภาพบรรยายกาศเเละสรุปการเสวนามาให้ติดตามครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
ภาพบรรยายกาศการเสวนา
สรุปการสัมมนา ในมุมมอง "นโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ จีน เเละอินเดีย : นัยต่อไทย"
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ได้มองเป็น 4 ประเด็น
1. ต้องเรียนรู้งานวิจัยนี้ แล้วนำมาเป็น Value ให้กับประเทศของเรา ซึ่งงานนี้ต้องใช้ทฤษฎี 3 ต.
ตัวละครที่สำคัญที่สุด คือ นักการเมือง ที่เขาจะต้องเข้าใจและเห็นประโยชน์ของงานวิจัยนี้ แล้วนำไปสู่การนำไปปรับใช้ให้เกิด Value 3 ตัว คือ
1) Value added
- การได้ความรู้มากขึ้น
-ประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น มีจุดแข็งที่ทำงานต่อเนื่อง งานวิจัยนำเข้าสู่ครม. แล้วนำไปทำต่อ แต่ประเทศไทยยังไม่ได้มีการทำแบบนั้น
2) Value Creation
- เรื่อง Green Economy ควรให้การไฟฟ้า 3 แห่ง ร่วมมือกันทำเรื่องนี้ เพราะกระทรวงอุตสาหกรรมคงทำไม่สำเร็จหากไม่ได้รับความร่วมมือ
- ผู้นำของประเทศต้องมีนโยบายที่เป็นระยะยาว
-ประเทศอินเดียเก่ง เพราะเน้นเรื่องทุนมนุษย์
- Paradox คือ โลกาภิวัตน์+อาเซียนแต่คุณภาพของคนไทยยังอ่อนมาก
3) Value Diversity เรียนรู้งานวิจัยครั้งนี้เกี่ยวกับประเทศอื่นๆแล้วนำไปสร้าง Value จากความหลากหลายให้ได้
2. ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 กล่าวถึงเรื่องที่สำคัญ คือ
1) เราต้องเป็น Life Long Learning
2) เราต้องเป็น Creative Economy
- อยากให้เป็น Research ที่มีการนำไปสู่การทำอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้าง 3 v
- ทุกภาคส่วนทีเกี่ยวข้องในวันนี้ ต้องร่วมมือกันว่าต่อไปเราควรทำอะไร
- BOI ต้องศึกษาเงื่อนไขของการ Transfer Technology ด้วยไม่ใช่แค่
- ลดภาษี
สรุปประโยชน์ที่ได้จากวันนี้
1. เพื่อนำไปใช้
2. บทเรียนที่ดี และ ไม่ดี ของทั้ง 3 ประเทศ
3. ประเทศไทยอยู่ตรงไหน และช่องว่างเรื่อง Green & Health อยู่ตรงไหน ซึ่งPhilip Kotler พูดเรื่องนวัตกรรมการตลาด ที่เกี่ยวกับทุนมนุษย์ไว้
- อนาคตผู้นำของประทศจีน ต้องเจอกับปัญหาเหล่านี้ ทั้งเรื่องประชาธิปไตยในประเทศ ความเหลื่อมล้ำภายในประเทศ ปัญหาโลกร้อน และปัญหาต่างๆของประเทศจีน
- ประเทศไทยในอนาคต มูลค่าจริงๆคืออะไร ต้องเอา Wisdom และความรักชาติเข้ามาช่วยด้วย ซึ่งในปัจจุบันคนไทยขาดคุณธรรม จริยธรรม และขาดระเบียบวินัย
- ประเทศจีน มีปัญหา คือ บ้าทุนนิยม ไม่มีความสุขในการทำงาน ต้องใช้ระบบเศรษฐกิจพอเพียง
มีความเห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ กับการที่ประเทศไทยและทั่วโลก
มีความร่วมมือกันทำให้เกิด Value Creation ในการใช้พลังงานทดแทนจากธรรมชาติ ซึ่งเป็น Green Economy
อันได้แก่การใช้ พลังงานจากแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานชีวมวล ฯลฯ
นอกจากนั้นยังเกิด Value Diversity จากความหลากหลายของแต่ละประเทศ
ซึ่งตรงกับ Sustainable Capital ในทฤษฎี 8K's + 5K's ของท่านอาจารย์ด้วยค่ะ