สรุปการสัมมนา ในมุมมอง "นโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ จีน เเละอินเดีย : นัยต่อไทย"

ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ได้มองเป็น 4 ประเด็น

1. ต้องเรียนรู้งานวิจัยนี้ แล้วนำมาเป็น Value ให้กับประเทศของเรา ซึ่งงานนี้ต้องใช้ทฤษฎี 3 ต.

ตัวละครที่สำคัญที่สุด คือ นักการเมือง ที่เขาจะต้องเข้าใจและเห็นประโยชน์ของงานวิจัยนี้ แล้วนำไปสู่การนำไปปรับใช้ให้เกิด Value 3 ตัว คือ

1) Value added

- การได้ความรู้มากขึ้น

-ประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น มีจุดแข็งที่ทำงานต่อเนื่อง งานวิจัยนำเข้าสู่ครม. แล้วนำไปทำต่อ แต่ประเทศไทยยังไม่ได้มีการทำแบบนั้น

2) Value Creation

- เรื่อง Green Economy ควรให้การไฟฟ้า 3 แห่ง ร่วมมือกันทำเรื่องนี้ เพราะกระทรวงอุตสาหกรรมคงทำไม่สำเร็จหากไม่ได้รับความร่วมมือ

- ผู้นำของประเทศต้องมีนโยบายที่เป็นระยะยาว

-ประเทศอินเดียเก่ง เพราะเน้นเรื่องทุนมนุษย์

- Paradox คือ โลกาภิวัตน์+อาเซียนแต่คุณภาพของคนไทยยังอ่อนมาก

3) Value Diversity เรียนรู้งานวิจัยครั้งนี้เกี่ยวกับประเทศอื่นๆแล้วนำไปสร้าง Value จากความหลากหลายให้ได้

2. ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 กล่าวถึงเรื่องที่สำคัญ  คือ

            1) เราต้องเป็น Life Long Learning

            2) เราต้องเป็น Creative Economy

            - อยากให้เป็น Research ที่มีการนำไปสู่การทำอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้าง 3 v

            - ทุกภาคส่วนทีเกี่ยวข้องในวันนี้ ต้องร่วมมือกันว่าต่อไปเราควรทำอะไร

            - BOI ต้องศึกษาเงื่อนไขของการ Transfer Technology ด้วยไม่ใช่แค่

                        - ลดภาษี

สรุปประโยชน์ที่ได้จากวันนี้

1. เพื่อนำไปใช้

2. บทเรียนที่ดี และ ไม่ดี ของทั้ง 3 ประเทศ

3. ประเทศไทยอยู่ตรงไหน  และช่องว่างเรื่อง Green & Health อยู่ตรงไหน ซึ่งPhilip Kotler  พูดเรื่องนวัตกรรมการตลาด ที่เกี่ยวกับทุนมนุษย์ไว้

- อนาคตผู้นำของประทศจีน ต้องเจอกับปัญหาเหล่านี้ ทั้งเรื่องประชาธิปไตยในประเทศ ความเหลื่อมล้ำภายในประเทศ  ปัญหาโลกร้อน และปัญหาต่างๆของประเทศจีน

- ประเทศไทยในอนาคต มูลค่าจริงๆคืออะไร ต้องเอา Wisdom และความรักชาติเข้ามาช่วยด้วย ซึ่งในปัจจุบันคนไทยขาดคุณธรรม จริยธรรม  และขาดระเบียบวินัย

- ประเทศจีน มีปัญหา คือ บ้าทุนนิยม ไม่มีความสุขในการทำงาน ต้องใช้ระบบเศรษฐกิจพอเพียง