ใครกัน คือ ผู้ที่ให้ชีวิตแก่เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ และผู้ที่ให้ชีวิต ย่อมมีค่าเหนือสิ่งอื่นใดในโลกนี้ แล้วใครกันคือผู้ให้ ถ้าไม่ใช่ “แม่”

           "แม่" คำสั้นๆ แต่มีความหมายยิ่งใหญ่ที่สุด ในชีวิตของคนเป็นลูก ที่จะหาสิ่งอื่นใดมาเปรียบได้ แม่ในความหมายทั่วไปคือผู้ให้กำเนิด แต่แม่ในความรู้สึกของข้าพเจ้าไม่ได้เป็นเพียงผู้ที่ให้กำเนิดเท่านั้น แต่แม่ คือ ผู้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่ลูก ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และในวันที่ลูกได้ลืมตาดูโลก จนกระทั่งถึงวันที่แม่ต้องหมดเรี่ยวแรง ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แม่ก็ยังเฝ้ารักและดูแลลูก ในฐานะของผู้ให้เสมอมา อาจเปรียบได้ว่า ความรักที่แม่มอบให้แก่ลูก เป็นความบริสุทธิ์ที่ไม่มีเงื่อนไขใดๆเลย

           ตั้งแต่ข้าพเจ้าจำความได้ ข้าพเจ้ามีแม่ที่คอยเป็นผู้เสียสละ และเป็นผู้ให้ตลอดมา ไม่ว่าข้าพเจ้าจะอยากได้สิ่งไหน ต้องการสิ่งใด แม่ก็พยายามหามาให้จนได้ ถึงแม้จะต้องแลกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย ลำบาก แค่ไหน แม่ก็ยอมทำให้ทุกอย่าง เพื่อความสุขสบายของลูก แม่ได้คอยเลี้ยงดู เอาใจใส่ ให้ความรักความอบอุ่นแก่ข้าพเจ้า อย่างไม่เคยขาดตกบกพร่อง แม่ยังเป็นครูคนแรกที่คอยสั่งสอน อบรม บ่มนิสัยให้ข้าพเจ้าเป็นคนดี รู้จักคิด รู้จักทำ สอนให้เป็นคนพูดจาไพเราะ อ่อนหวาน ทุกวันนี้แม่ข้าพเจ้า ยังทำหน้าที่ เป็นผู้ให้ที่ยังเหนื่อยอยู่มาก ก็คงไม่ต่างกับแม่คนอื่นๆ ที่หวังให้ลูกได้เรียนสูงๆ เพื่อที่จะมีงานทำดีๆ หาเลี้ยงชีพได้อย่างมั่นคง แม่จึงต้องดิ้นรน เพื่อที่จะส่งข้าพเจ้าได้เรียนอย่างไม่ขัดสน สิ่งนี้จึงเป็นแรงผลักดันให้ข้าพเจ้ามาถึงจุดนี้ได้ ถึงแม้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ แต่ข้าพเจ้าก็ไม่เคยคิดที่จะย่อท้อ และจะทำให้ดีที่สุด  ในบางครั้งการที่ต้องห่างไกลบ้าน ห่างไกลความรัก ความอบอุ่นจากพ่อแม่ ก็ทำให้เกิดความหวั่นเกรงต่อปัญหาและอุปสรรคอยู่บ้าง  แต่สิ่งที่คอยเป็นแรงบันดาลใจ ในการต่อสู้กับปัญหาของข้าพเจ้าคือ คำพูดและคำสั่งสอนของแม่ ที่ได้ยินทุกครั้งเมื่อกลับถึงบ้าน แม้กระทั่งในเวลาที่ทำกับข้าวร่วมกัน ทานข้าวร่วมกัน หรือแม้แต่เวลาดูทีวีก่อนเข้านอน แม่ก็จะยกตัวอย่างที่ดีมาเล่าให้ฟังเสมอ และในช่วงเวลาที่มีโอกาสได้ไปเที่ยว หรือไหนมาไหนด้วยกัน แม่ก็จะชอบเล่าประสบการณ์ต่างๆให้ฟัง มีทั้งเรื่องที่สนุก ตลกขบขำ และให้ประโยชน์ แง่คิดมากมาย ช่วงเวลาเหล่านี้ทำให้ข้าพเจ้ามีความสุขมาก แม่บอกเสมอว่า เวลาที่มีปัญหาก็ต้องเล่าให้แม่ฟัง อย่าเก็บไว้คนเดียว ทำให้ข้าพเจ้ากล้าที่จะพูดกับแม่ได้ทุกๆเรื่อง ทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี แม่เป็นผู้ที่คอยให้คำปรึกษา คอยชี้แนะ ให้กำลังใจแก่ข้าพเจ้ามาโดยตลอด ถึงแม้ข้าพเจ้าจะมาใช้ชีวิตนักศึกษาที่ห่างไกลจากบ้าน อยู่ในสังคมที่กว้างขึ้น แต่ข้าพเจ้าก็ไม่เคยรู้สึกว่าแม่ จะอยู่ไกลห่างตัวข้าพเจ้าเลยสักครั้ง และสิ่งสำคัญที่แม่จะคอยกระตุ้นเตือนให้คิดเสมอว่า " ข้าพเจ้าเป็นความหวัง และความภาคภูมิใจของแม่ " ข้าพเจ้าคิดว่า คำพูดที่แม่พูดมานั้น ทำให้ข้าพเจ้าไม่กล้าคิดจะทำในสิ่งที่ไม่ดี เพราะกลัวจะบันทอนความรู้สึกและความภาคภูมิใจของแม่เอง สิ่งเหล่านั้นจึงเป็นเกาะที่คอยป้องกัน ไม่ให้ข้าพเจ้ากระทำในสิ่งที่ไม่ดี หรือออกนอกลู่นอกทาง

             ข้าพเจ้าดีใจ และภาคภูมิใจมากที่ได้เกิดมาเป็นลูกแม่ ได้มีช่วงดีๆ   ของชีวิตในการตอบแทนพระคุณของแม่ สักวันหนึ่งข้าพเจ้าจะต้องเป็นผู้ที่ให้อะไรกับแม่บ้าง เพื่อตอบแทนพระคุณท่าน อาจจะเป็นการสร้างความภาคภูมิใจ ความสุขใจ สุขกายแก่ท่าน หรือให้ความรัก ความห่วงใยแก่ท่านอย่างที่ท่านเคยให้ ดูแลท่านในยามแก่เฒ่า หรือไม่สบาย ข้าพเจ้าคิดเสมอว่า ตัวเองโชคดีกว่าคนอื่นอีกหลายคน ที่เขาไม่มีแม่ ไม่มีโอกาสที่จะตอบแทนพระคุณของแม่เลย

                         สตรีใด ไหนเล่า เท่าเธอนี้      เป็นผู้ที่ ลูกทุกคน บ่นรู้จัก

               เป็นผู้ที่ มีพระคุณ การุณนัก      เป็นผู้ที่ สร้างความรัก สอนความดี

               เป็นผู้ที่ คอยสั่งสอน เอาใจใส่     คอยห่วงใย เราทุกคน จนวันนี้

               เปรียบแสงทอง สว่างล้ำ นำชีวี     เธอคนนี้ คือ "แม่" ของเราเอง

ขอขอบคุณบทกลอนที่มีความหมายดีๆจาก  http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=wit-76&date=12-08-2009&group=2&gblog=7