หน้าฝนเป็นอีกหน้าหนึ่งที่มีบรรยากาศที่สวยงาม เห็นต้นข้าวเขียว พลิ้วไหวไปตามแรงลม ไม่นานคงออกรวงและแก่พร้อมเกี่ยวกินได้

เดินทางมาไกลแล้วยังไม่ถึงที่ที่จะได้นั่งกินข้าวได้เลย เพราะฝนเริ่มอ่อย ๆ ลงมา ถ้านั่งกินระหว่างทางคงไม่ดีแน่ ต้องการกระท่อมน้อยปลายนาหรือปลายไร่แวะหลบฝนเพื่อกินข้าวก่อนแล้ว พวกเราต้องรีบเดินกันเชียวแหละ


ผ่านกระท่อมกลางทุ่งนาหลังนี้ คงไม่สามารถจุพวกเราได้แน่เลย มากันตั้งแยะ ต้องเดินต่อไปอีกนิดดีกว่า น้อง ๆ จำได้ว่ามีกระท่อมอีกที่ของชาวบ้านอยู่ไม่ไกลจากนี้แล้ว


แวะถ่ายรูปพิธีกรรมอย่างหนึ่ง เหลือไว้แต่หลักฐานการบูชาพระแม่โพสพ น่าเสียดายจัง พี่ ๆ หลายคนอยากเห็นตอนเขาทำพิธีกรรม แต่ไม่ได้เห็น ....ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ แม้จะไม่ได้เห็น น้อง ๆ จัดให้ไปเลย เล่าให้ฟังทุกฉาก เหมือนได้อยู่ในสถานการณ์จริง ๆ เลยค่ะ

กระท่อมหลังไกล ๆ โน่นแหละ ที่พวกเราจะแวะพักกินข้าวเที่ยงกัน แต่แหม ต้องขึ้นเนินอีกไกลเลยนะค่ะ พี่ ๆ หมดแรง เข่าอ่อน ก้าวขาไม่ออกแล้วนะเนี่ย แต่น้อง ๆ แรงเยอะวิ่งขึ้นเนินได้อย่างหายห่วงเสียจริง


นั่งรอพี่ ๆ เมื่อไหร่จะมาถึงเสียที น้อง ๆ มี้ำใจมาก ไม่ยอมหลบเข้าไปในกระท่อม เพราะรอให้พี่ ๆ เข้าไปหลบฝน น้อง ๆ บอกว่า "พวกหนูแข็งแรงค่ะ ตากฝนแค่นี้สบายมาก"  พี่ ๆ ซึ้งใจจริง ๆ แต่ก็ยอมไม่ได้หรอก คงไม่ดีถ้าให้พี่หลบฝนแต่น้อง ๆ ตากฝน สุดท้ายก็ชวนน้องเข้ามาหลบฝนข้างในด้วยกัน และกินข้าว ไข่ต้ม น้ำพริก และมาม่า (ต้มกินกันเลย) ที่เตรียมไว้อย่างเอร็ดอร่อย


ออกไปเรียนนอกห้องครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การได้แลกเปลี่ยนความรู้เท่านั้นค่ะ พี่ ๆ และน้อง ๆ ทุกคนได้รู้จัก คุ้นเคย และสนิทกันมากขึ้น ท่สำคัญคือ ได้ผักจากผืนป่า ริมห้วย ทุ่งนา ทุ่งไร่ ติดไม้ติดมือกลับมากินที่บ้านด้วยค่ะ  รับรองว่าผักปลอดสารพิษแน่นอน

 

ขอบคุณน้อง ๆ ทุกคนนะค่ะ พี่ ๆ จาก กทม.จะกลับมาเยี่ยมอีกนะ (พี่ ๆ ฝากมาอีกทีค่ะ)