เมื่อไม่นานมานี้ สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาลำพูน เขต 1 ได้พาผมไปเยี่ยมโรงเรียนวัดศรีบังวัน ซึ่งเป็นโรงเรียนประถมขนาดเล็กที่จิ๋วแต่แจ๋ว อยู่ตำบลริมปิง อำเภอเมืองลำพูน ผอ.ทัศนีย์ บุญมาภิได้เล่าเบื้องหลังความสำเร็จให้ฟัง ผมเห็นว่าเป็นเรื่องเล่าเร้าพลังที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการบริหารได้อย่างเด่นชัด จึงขอนำมาเป็นกรณีศึกษาให้โรงเรียนขนาดเล็กอื่นที่มีบริบทใกล้เคียงกันพอสังเขป

“... เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ก่อนที่ข้าพเจ้า(ผอ.ทัศนีย์)จะเข้ามาเป็นผู้บริหารโรงเรียนนี้ กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และชุมชน เตรียมพร้อมที่จะยุบเลิกโรงเรียนเพื่อนำเด็กไปเรียนรวมกับโรงเรียนอื่นอยู่แล้ว พอข้าพเจ้ามาเป็นผู้บริหารก็ได้รับหนังสือจากสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดลำพูน ให้ยืนยันการรวมโรงเรียน ข้าพเจ้าได้สอบถามความสมัครใจ จากครูในโรงเรียน ต่างก็ยังอยากจะอยู่ที่โรงเรียนนี้ต่อ ส่วนคณะกรรมการสถานศึกษาได้ถามข้าพเจ้าว่า มีความตั้งใจที่จะมาพัฒนาโรงเรียนนี้จริงๆหรือไม่ ไม่ใช่ว่ามาอยู่ปีสองปีแล้วก็ไป เพราะที่ผ่านมาทางราชการส่งแต่ผู้บริหารที่ใกล้เกษียณมาทั้งนั้น ทำให้คุณภาพโรงเรียนตกต่ำ ชาวบ้านจึงส่งลูกหลานไปเรียนในเมืองกันหมด ข้าพเจ้าได้จังหวะที่จะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส จึงตอบไปว่าหากทุกท่านพร้อมที่จะช่วยกันพัฒนาเด็กในหมู่บ้านให้มีคุณภาพทัดเทียมกับโรงเรียนในเมืองข้าพเจ้าก็พร้อม
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ข้าพเจ้าได้ไปทำความรู้จัก และเยี่ยมเยียนผู้นำชุมชน ผู้นำองค์กรท้องถิ่น คณะกรรมการสถานศึกษาทุกคน เพื่อขอคำปรึกษา แล้วนัดประชุมปรึกษาหารือกัน ปรากฏว่าวันนั้นมีผู้เข้าร่วมประชุมตามที่เชิญครบทุกคน ทำให้เกิดกำลังใจ และที่ประชุมต่างมีเป้าหมายตรงกันที่จะร่วมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในทุกด้าน โดยข้าพเจ้าได้ยืนยันที่จะเร่งรัดพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของชุมชนให้ได้ จากนั้นข้าพเจ้ากับคณะครูที่มีกันอยู่ไม่กี่คน ก็เริ่มปฏิรูปหลักสูตร ปฏิรูปกระบวนการจัดการเรียนรู้ และพัฒนาครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ชุมชนต่างเข้ามาสนับสนุนทั้งกำลังกาย ให้กำลังใจ และเสริมกำลังทรัพย์ในบางส่วน เราพัฒนาและประชาสัมพันธ์โรงเรียนไปพร้อมกัน เห็นได้ชัดเจนว่า พอเรามีเป้าหมายที่ตรงกันและมีศรัทธาที่ตรงกันก็สามารถฟันฝ่าอุปสรรคทุกอย่างไปได้จริงๆ จึงเห็นผลสำเร็จเกิดขึ้นอย่างทันตา นักเรียนได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัลพระราชทานโรงเรียนขนาดเล็กระดับจังหวัด ผลการประเมินรอบแรกจาก สมศ. เมื่อ พ.ศ. 2546 ในภาพรวม มีคุณภาพระดับดี ครูได้รับเชิญเป็นวิทยากรระดับจังหวัด โรงเรียนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการปฏิรูปการเรียนรู้ที่คณะครูทั้งในจังหวัด ต่างจังหวัดและต่างประเทศ มาศึกษาดูงานกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้คุณครู คณะกรรมการสถานศึกษาได้ตื่นตัว ทุกฝ่ายมีความภาคภูมิใจในความสำเร็จระดับหนึ่ง ทำให้จำนวนนักเรียนมีเพิ่มขึ้น
หลังจากนั้นก็มีการพัฒนาสถานศึกษาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณราว 5 แสนบาท จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ (สสส. ) มาตั้งแต่ พ.ศ. 2547 – 2550 ส่งผลให้การประเมินภายนอกของ สมศ.รอบที่สอง ใน พ.ศ. 2549 มีผลการประเมินในภาพรวมมีคุณภาพระดับดีมาก
ในปีการศึกษาต่อๆมา ก็ได้ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมหลักๆ 2 เรื่องคือ 1)พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา โดยอิงมาตรฐานสถานศึกษา และ2)พัฒนาสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ได้ร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางในการแก้ปัญหา และได้ประสานกับหน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ จัดหางบประมาณมาสนับสนุนการจัดการศึกษา โดยปรับปรุงสมรรถนะคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในสภาพใช้การได้ดี ปรับปรุงระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ติดตั้งอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง จัดอบรมให้ความรู้แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้อง ครูและนักเรียนช่วยกันจัดทำสื่อ E – book เพื่อส่งเสริมการอ่าน และส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ผลิตสื่อที่สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ และหลักสูตรสถานศึกษา ตลอดจนสร้างเครื่องมือวัดผลประเมินผล ที่ส่งเสริมกระบวนการคิดที่สามารถพัฒนาผู้เรียนได้ตามศักยภาพ เป็นต้น
ผลที่ปรากฏจากการดำเนินการดังกล่าว โรงเรียนได้รับคัดเลือกจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เป็นโรงเรียนที่มีผลงานซึ่งแสดงถึงวิธีปฏิบัติที่ดี ( Good practice) และได้นำเสนอในงานEducational Innovation Symposiam 2007 From Strategy to Quality of Learners ณ โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ ในปีต่อมากลายเป็น Best practice ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลำพูน เขต 1 ได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนแกนนำในการคัดแยกขยะ เป็นโรงเรียนแกนนำตามโครงการครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็งของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ข้าพเจ้า(ผู้บริหาร)ได้รับรางวัลผู้บริหารเกียรติยศโรงเรียนขนาดเล็ก และได้รับรางวัลผู้บริหารรักการอ่านจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูร้อยละ 50 ได้เลื่อนวิทยฐานะเป็นครูชำนาญการพิเศษ นักเรียน มีผลการสอบ O- NET เพิ่มขึ้นทุกปี ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามมาตรฐานสถานศึกษา และนักเรียนได้รับรางวัลชนะเลิศการสื่อสารภาษาต่างประเทศในที่ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน ให้การสนับสนุนงบประมาณในการจัดการศึกษามากขึ้นกว่าเดิมอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และบัดนี้โรงเรียนได้ผ่านพ้นวิกฤติที่ต้องถูกยุบโดยสิ้นเชิงแล้ว...”
กรณีศึกษาเรื่องเล่าเร้าพลัง : เทคนิคการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กของ ผอ.ทัศนีย์ บุญมาภิ โรงเรียนวัดศรีบังวัน จ.ลำพูน
6 คนชอบ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ดินสอสี · 12 ส.ค. 2555
ผศ.ดร. ทิพยวรรณ นิลทยา · 12 ส.ค. 2555
ชลัญธร · 12 ส.ค. 2555
ผศ.ดร. ทิพยวรรณ นิลทยา · 12 ส.ค. 2555
ลายฟ้า · 12 ส.ค. 2555
อาจารย์ ครับ ผมเป็นแฟนบทความของท่าน ตั้งแต่ครั้ง สปช.(เดิม) จนถึง สพฐ. ดีใจที่เห็นภาพอาจารย์และอ่านบทความที่นี่ เรียนเชิญอาจารย์แวะเยี่ยมโรงเรียนผมบ้าง www.bannongphue.com โรงเรียนเล็ก(มาก)เหมือนกัน ขอบคุณครับ
แวะไปเยี่ยมเว็บโรงเรียนแล้ว น่าจะจิ๋วและแจ๋วเช่นกัน มีโอกาสจะแวุะไปเยี่ยมโรงเรียนครับ ถ้าเป็นแฟนกันจริงคงได้ติดตามบทความทางวารสารวิทยาจารย์ของคุรุสภาทุกฉบับ ผมเป็นคอลัมน์ประจำเขียนทุกฉบับมาร่วม 5 ปีแล้ว