พลาดเพราะใช้รหัสเดียวกัน...

     ปัจจุบัน การใช้ชีวิตในสังคมสะดวกสบายและง่ายดายโดยเฉพาะเรื่องเงินๆทองๆ   หลายธนาคารก็มีบริการหลากหลายรูปแบบ   โดยเฉพาะบัตรพลาสติกที่ใช้แทนการพกเงินสด ไม่ว่าจะเป็น บัตรเครดิต  บัตรเดบิต  หรือแม้แต่บัตรเอทีเอ็ม  ซึ่งทุกท่านก็คงมีติดตัวกัน  โดยเฉพาะผู้ที่รับเงินเดือนผ่านธนาคาร นัยว่ามันสะดวกสบายดี รูดปรื๊ดๆ ไม่ต้องเสียเวลาไปติดต่อที่ธนาคาร บางท่านหลายต่อหลายปีก็ไม่เคยนำสมุดไปปรับยอดบัญชีเลย  เราก็เช่นกัน
     หลังจากที่ตรากตรำทำงาน เก็บหอมรอมริบผ่อนรถ ผ่อนบ้านจนหมดหนี้หมดสินพอจะมีเงินติดบัญชีอยู่บ้าง  ก็ทำให้รู้สึกครึ้มอกครึ้มใจ    ข่าวเกี่ยวกับการลักลอบปลอมแปลงบัตรพลาสติก การติดกล้องแอบดูรหัสหมายเลขจากผู้ถอนเงิน  ได้สื่อถึงประชาชนเป็นระยะๆ ดังนั้นเราต้องช่วยตนเองเป็นอันดับแรก
     วัวหายแล้วล้อมคอก คงไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ในกรณีเช่นนี้  เราจึงมีบัญชีเสียสองธนาคารบัตรเอทีเอ็มก็เช่นกัน พกตั้งสองใบแน่ะ แต่รหัสเดียวกันนะ จะได้ไม่ต้องใช้สมองมากในการจดจำ สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจำเป็นต้องใช้เงิน กดบัตรดูแล้วพอมีเหลืออยู่บ้าง จึงกดมาใช้เท่าที่จำเป็นเพราะไม่นิยมพกเงินจำนวนมากๆ ติดตัว
     ช่วงต้นสัปดาห์จำเป็นต้องใช้เงินอีก  จึงไปกดอีกครั้ง ตายละเงินจ๋าหนีไปไหนล่ะ  จำนวนไม่น้อยทีเดียว   มากกว่าการกดครั้งก่อนตั้งห้าเท่าตัว ใครนะมาช่วยเราใช้เงิน บัตรเอทีเอ็มก็อยู่กับเราตลอดนี่  ไม่ได้การละติดต่อธนาคารสาขาใกล้บ้านดีกว่าบางทีจะพบความสว่างบ้าง  แต่ก็ไม่เป็นดังที่คิด จึงต้องติดต่อสาขาที่เป็นเจ้าของบัญชี
     พนักงานก็ให้การต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี  ข้อมูลที่มีของธนาคารก็ตรวจพบเช่นเดียวกับที่เราบอกกล่าวมา เห็นทีจะต้องติดต่อสำนักงานใหญ่แล้วล่ะค่ะ หากพบความผิดพลาดจริงก็ให้แจ้งเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อสอบสวนดำเนินคดีต่อไป บางทีอาจจะได้รับเงินคืน
     ก่อนลุกออกจากเคาท์เตอร์ พนักงานคนใหม่เข้ามาขอดูใบสลิปอีกครั้ง พี่ครับข้อมูลก็เป็นไปตามที่พี่บอกทุกประการ   แต่.....หมายเลขบัญชีธนาคารมันไม่ใช่ของเอทีเอ็มใบนี้นี่ครับ!!! ความระลึกได้เริ่มกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ใช่แล้วใบสลิปที่ใช้เป็นหลักฐานต้องเป็นบัญชีของอีกธนาคาร ซึ่งมียอดเงินแตกต่างกัน แต่มีหมายเลขรหัสตรงกัน  เมื่อไปกดที่ตู้และมีใบสลิปของธนาคารนี้เป็นหลักฐาน ก็เลยดูเหมือนว่าเงินหายไปจากบัญชี แท้ที่จริงเป็นความสับสนและเข้าใจผิดของเรานี่เอง แต่ไม่เป็นไรคิดเสียว่าผิดเป็นครูก็แล้วกัน แต่ในสถานการณ์เช่นนี้อยากบอกว่า...ครูเป็นคนผิดเองค่ะ!!!