หญิงพิการที่ประกอบอาชีพสุจริตเย็บผ้า ค้าขายของชำเล็กๆน้อยๆเพื่อดำรงชีพ ใครจะคิดบ้างว่า วันหนึ่งหญิงผู้นี้จะกลายเป็นเป้าหมายของผู้ไม่หวังดี ความมีน้ำใจ ความเอื้ออาทรที่เธอมีให้กับผู้คนกลับกลายเป็นภัยร้ายที่เข้ามาคุกคามครั้งแล้วครั้งเล่า เธอเฝ้าถามว่าเมื่อใดไฟใต้นี้จะหมดลงหรือจะรอให้เธอหมดลม

ชีวิตป้ามอ

ป้ามอ (นามสมมติ)สาวโสดอายุ 54 ปี ชาวไทยพุทธ เป็นคนนราธิวาสโดยกำเนิด มีบรรพบุรุษที่เป็นคนนราธิวาสทั้งฝ่ายพ่อและฝ่ายแม่  ป้ามอมีความพิการที่เกิดจากโรคโปลิโอที่ขาข้างซ้าย แต่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ เดิมป้ามอเป็นช่างเย็บเสื้อผ้าประจำหมู่บ้าน แต่เมื่ออายุมากขึ้นสายตาไม่ค่อยดี พ่อของป้ามอจึงต่อเติมบ้านเพื่อเป็นร้านค้าเล็กๆให้กับลูกสาว ซึ่งบ้านของป้ามอมีทำเลที่เหมาะกับการค้าขายเพราะอยู่หัวมุมระหว่างหมู่บ้านและถนนใหญ่สายเอเชีย ร้านค้าของชำเล็กๆจึงเกิดขึ้นโดยมีป้ามอหญิงพิการเป็นเจ้าของ ร้านของป้ามอขายดีมาก โดยเฉพาะน้ำและเครื่องดื่ม นอกจากนี้ร้านของป้ามอยังมีสินค้าพื้นเมืองของชาวบ้านในหมู่บ้านที่ราคาถูกมาฝากวางจำหน่ายเป็นประจำ ซึ่งป้ามอไม่เคยเก็บค่าฝากขายแม้แต่บาทเดียว จึงมีผู้คนที่เดินทางระหว่างอำเภอผ่านเข้าออกหมู่บ้านแวะซื้อสินค้าของป้ามอทั้งรถโดยสารและรถส่วนตัว

การค้าขายของป้ามอเป็นชีวิตที่กำลังไปด้วยดี เมื่อแม่ป่วย การค้าขายสามารถทำให้ป้ามอได้ดูแลแม่ ดูแลหลานๆเล็กๆ พร้อมกับการค้าขายจนกระทั่งแม่เสียชีวิตภายใต้การดูแลของป้ามอ นอกจากนี้บ้านของป้ามอยังเป็นศูนย์รวมของผู้คนที่มารอรถประจำทาง มาขายของพื้นเมือง มาพูดคุยกับเจ้าของร้านที่มีอัธยาศัยอันดีเสมอๆทั้งไทยพุทธ มุสลิม ป้ามอมีความสุขกับชีวิตแม่ค้านี้มากมายและ คิดว่าร้านค้านี้จะเป็นอาชีพที่เหมาะกับชีวิตบั้นปลาเป็นแน่แท้ ป้ามอติดตามข่าวสถานการณ์ความไสงบเป็นประจำ ทั้งจากข่าวและตำรวจที่มาแวะเวียนซื้อของที่ร้าน ก่อนหน้านี้เองในหมู่บ้านแห่งนี้เคยมีเหตุการณ์สามีภรรยาถูกยิงเสียชีวิตขณะที่เฝ้าสวนผลไม้ ซึ่งคือน้าและน้าสะใภ้ของป้ามอนั่นเอง