ได้ยินคุณครูบ่นเสมอว่า นักเรียนตอนเรียนระดับประถม ลายมือสวย ว่านอนสอนง่าย แต่พอขึ้นระดับมัธยมกลับมีพฤติกรรมที่ตรงกันข้าม ถ้าคำกล่าวนี้เป็นจริงก็เท่ากับว่ายิ่งเรียนสูงยิ่งแย่ลงอย่างนั้นหรือเปล่า
    วันนี้(29 ก.ค.)เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติทำให้นึกถึงการใช้ภาษาไทยของเด็กและเยาวชน ทั้งด้านการอ่าน การเขียน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดในการเรียนรู้ และถ้ามีพื้นฐานความรู้ภาษาอื่นเพิ่มขึ้นอีกก็จะสร้างโอกาสการเข้าถึงความรู้ได้กว้างขวางลึกซึ้งยิ่งขึ้น 
 ปัญหาจากการอ่านไม่คล่องเขียนไม่คล่องกลายเป็นปัญหาสำคัญของเยาวชนขณะนี้ ยกตัวอย่างผลกระทบที่เป็นรูปธรรมคือผลการสอบโอเน็ตของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ตกต่ำทั่วประเทศ 
สาเหตุสำคัญน่าจะเกิดจากการที่นักเรียนอ่านไม่คล่อง เขียนไม่คล่องและตีความโจทย์ปัญหาไม่แตก รวมทั้งไม่ศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพียงพอ เลยตอบข้อสอบไม่ได้ 
แม้เทคโนโลยีจะมีประโยชน์ อำนวยความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ได้อย่างกว้างขวาง แต่ถ้านักเรียนใช้อย่างไม่เหมาะสม ก็อาจส่งผลกระทบให้เยาวชน มีนิสัยเกียจคร้านที่จะเขียน จะคิดเลข เพราะมีตัวช่วยที่สะดวกรวดเร็วอยู่แล้วคือคอมพิวเตอร์ เครื่องคิดเลข ฯลฯ เลยทำให้สมองที่ไม่ได้ถูกใช้อีกด้านฝ่อไป รวมทั้งเกิดผลข้างเคียงต่างๆตามมา เช่น เขียนหนังสือไม่เป็นตัว คิดอะไรแบบง่ายๆ ไม่รอบคอบ(มักง่าย) ใจร้อน ใช้ภาษาไม่สร้างสรรค์ แยกตนเองไปมีชีวิตอยู่ในโลกของเวทีเสมือนจนทำให้การปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นมีน้อยลงฯลฯ 
ผมได้ยินคุณครูบ่นเสมอว่า นักเรียนตอนเรียนระดับประถม ลายมือสวย ว่านอนสอนง่าย แต่พอขึ้นระดับมัธยมกลับมีพฤติกรรมที่ตรงกันข้าม ถ้าคำกล่าวนี้เป็นจริงก็เท่ากับว่ายิ่งเรียนสูงยิ่งแย่ลงอย่างนั้นหรือเปล่า และนอกจากการเปลี่ยนแปลงของวัยที่มากขึ้นและวิธีการจัดการเรียนการสอนที่เปลี่ยนไปแล้ว เทคโนโลยีก็มีส่วนทำให้เป็นเช่นนั้นหรือไม่