" ผีฟ้า "

                                                  ผีฟ้า

             หากกล่าวว่า ผี คือ สิ่งเลวร้าย วิญญาณคนตาย หรือตัวแทนความน่ากลัวต่างๆบนโลกใบนี้ ก็คงจะไม่ใช่ความหมาย ของ ผีฟ้า ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้วิเศษรักษาคนป่วยในแถบอีสานของประเทศไทย เพราะผีฟ้าที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ เป็นคนอีสานธรรมดาที่ผ่านกระบวนการทางสังคม ทำให้เกิดสถานะใหม่ขึ้นมา เรียกกันว่า ผีฟ้า

              ผีฟ้า คือ คำเรียก เทวดา ของชาวไทยในภาคเหนือ และภาคอีสาน เป็นการบูชาแบบพื้นบ้านที่มีการนับถือผีกันคนที่เป็นร่างทรงของผีฟ้าจะสืบทอดกันจากรุ่นสู่รุ่นในลูกๆ ที่เป็นผู้หญิง เมื่อมีคนที่เจ็บไข้ได้ป่วย ชาวบ้านมักนำมาให้ผีฟ้าเสี่ยงทาย และช่วยรักษา ผีฟ้าจึงเป็นประเพณีอีกอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อในเรื่องของไสยศาสตร์ และการทรงเจ้าเข้าผีของสังคมดั้งเดิมของคนไทย
              ผีฟ้า หรือ เรียกเต็มว่า หมอลำผีฟ้า (ลำคือการร้องเพลง) คือ บุคคลที่เปรียบได้เป็นผู้รักษา ทำหน้าที่รักษาผู้ป่วยในหมู่บ้านผ่านพิธีกรรมเฉพาะของผีฟ้า ทำให้ชุมชนเกิดความร่มเย็นเป็นสุข ผีฟ้า และ หมอลำผีฟ้า เป็นคำเรียกคนกลุ่มพื้นวัฒนธรรมล้านช้าง กลุ่มอีสาน และ กลุ่มลาว แต่ถ้าเป็นผู้ไทจะเรียกกันว่า ผีหมอ สำหรับคนพื้นบ้านอีสานจะเรียกว่า ผีฟ้าผีแถน เพราะคนอีสานเชื่อว่า แถน คือผู้สร้างสรรพสิ่ง ผู้สร้างสรรพชีวิต
               การเข้าสู่สถานการณ์เป็นผีฟ้า ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถจะเป็นผีฟ้าได้ อาจเรียกได้ว่าการเป็นผีฟ้าของใครก็ตามขึ้นอยู่กับความบังเอิญ หลังจากนั้น การประพฤติปฏิบัติตน และความสามารถเฉพาะตน จะทำให้ ผีฟ้า คนนั้นเป็นที่เคารพนับถือของคนในหมู่บ้าน การเข้าสู่สถานะของผีฟ้ามีอยู่หลายวิธี เช่น เกิดการเจ็บป่วยโดยไม่รู้สาเหตุ จนกระทั่งมี สัญญาณ มาบอกให้รับเป็นผีฟ้า หรืออาจจะมีคนมาบอกให้รับเป็นผีฟ้าแล้วจะหายจากโรคภัยไข้เจ็บ คำอธิบายนี้สอดคล้องกับความเชื่อในภาคกลางที่เกี่ยวข้องกับร่างทรงที่พบว่าเป็นอะไรต่างๆ นานาโดยไม่รู้สาเหตุ หรือ ผีฟ้าใหญ่ ซึ่งนิยมเรียกกันว่า แม่ครู หรือ แม่เมือง จะเป็นผู้คัดเลือก ซึ่งก็อาจใช้วิธีการคัดเลือกโดยผี หรือร่างทรง บางทีผีฟ้าก็สืบทอดผ่านลูกสาว ผ่านการกระบวนการขัดเกลาทางสังคมโดยระบบครอบครัว

               ความสัมพันธ์ของผีฟ้าและคนในชุมชน ผู้ที่เป็นใหญ่ในผีฟ้าสำนักใดๆ หรือในชุมชนใดๆ จะเรียกกันว่า แม่ครู หรือ แม่เมือง สำหรับลูกศิษย์จะเรียกกันว่า ลูกคาย ลูกลม หรือ ลูกเทียน โดยคนที่มารับการรักษาจะถือว่าเป็นศิษย์ของผีฟ้า เมื่อเป็นลูกศิษย์แล้วจะต้องมาร่วม เลี้ยงข่วง ทุกปี ถ้าหากมาไม่ได้ ด้วยเหตุใดก็ตาม ลูกศิษย์คนนั้นจะต้องฝากเครื่องบูชา เช่น มะพร้าว ข้าวสาร น้ำตาล ไปให้แม่ครู หรือ แม่เมือง การกระทำเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นความสัมพันธ์แบบเครือญาติ ในทาง มานุษยวิทยาเรียกว่า ญาติเทียม หรือ ญาติสมมติ

             องค์ประกอบและคุณสมบัติของผีฟ้า ผีฟ้า มีขนบธรรมเนียมการปฏิบัติอย่างเป็นขั้นตอนและแบบแผน โดย ผีฟ้าจะต้องมีหิ้งบูชา ไว้สำหรับกล่าวบูชาเวลาจะไปรักษา หรือ เลี้ยงข่วง ที่หิ้งจะมี เครื่องคาย ซึ่งก็คือเงินที่ใส่ในขันเพื่อบูชาครู โดย เครื่องคายยังมีเครื่องประกอบหลายอย่าง คือ ดอกไม้ กับเทียน โดยจะใช้แบบ ขันห้า หรือ ขันแปด ( ดอกไม้ 5 คู่ เทียน 5 คู่ หรือ ดอกไม้ 8 คู่ เทียน 8 คู่ ) นอกจากนี้ยังมีเทียนขี้ผึ้งโดยใช้ฝ้ายผูกกับหลักหรือตะปู ขันน้ำหอม เทียนแผ่น และเทียนขี้ผึ้ง
             เครื่องแต่งกายของผีฟ้า ตามปกติแล้วก็จะแต่งตามสบาย แต่ถ้าเป็นกลุ่มชาติพันธุ์เฉพาะเช่นผู้ไท จะมีการแต่งตัวเป็นพิเศษและอลังการ ถือได้ว่าเป็นเครื่องแต่งกายในโอกาสพิเศษ ดนตรี จะใช้ แคนเก้า (แคน9คู่) ซึ่งเป็นแคนใหญ่สุด เสียงทุ้มกังวาน ถ้าเป็นผู้ไทจะใช้ปี่ ที่เรียกกันว่า ปี่โหรง (ปี่หลวง หรือ ปี่ใหญ่) ที่สำคัญ ผีฟ้า รวมถึงลูกศิษย์และญาติผู้ป่วย จะต้องปฏิบัติตาม ขะลำ (ข้อห้าม) ที่สำคัญคือ ห้ามกินอาหารและน้ำบนเรือนศพ ไม่กินสัตว์ที่ตายเอง ไม่กินอาหารเดนคน ห้ามเดินลอดใต้ถุนห้องน้ำ (อันนี้น่าจะเพิ่งเริ่มเพราะเรือนอีสานเก่าไม่มีห้องน้ำและห้องครัว) ห้ามเดินลอดไม้ค้ำเครือกล้วย ห้ามรอดราวตากผ้า ห้ามพูดคำหยาบ และ ห้ามเดินลอดเส้นหนังควายหนังวัว 

               ขั้นตอนการรักษาของผีฟ้าจะเริ่มจากการ รำเชิญผีฟ้าลง จากนั้นจึงรำส่อง (รำวินิจฉัยโรค) โดยส่องผ่านกระจก ซึ่งผีฟ้าจะบอกว่ามีผีอะไรมาทำผู้ป่วย หรือผู้ป่วย ไปทำอะไรมา ต่อมาถ้ารำส่องแล้วแล้วพบว่า ผีทำ คือผู้ป่วยได้ไปทำอะไรผิดไว้ ผีฟ้าจะทำการรักษาได้โดยใช้พิธี เสี่ยงไข่ ว่าจะหายหรือไม่ โดยการเสี่ยงไข่ให้ตั้งบนพื้น ก่อนที่จะทำการรักษาจะมีการรำเอิ้นขวัญ (เรียกขวัญ) ให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวของผู้ป่วย จากนั้นจึง รำปัว (รำรักษา) และ รำสั่งสอน ซึ่งก็คือ การรำอบรมสั่งสอนผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยไปพร้อมๆกัน สุดท้ายคือ รำส่ง คือการรำส่งแถนกลับคืนฟ้า การรักษาตรงนี้จะมีบางช่วงตอนที่แม่เมือง จะถามคนป่วยว่า “เจ้าจะเป็นอะไร” โดยมีความหมายคือ “เจ้าจะเป็นตัวละครอะไร ในนิทานพื้นบ้านของชาวอีสาน” จากนั้นคนๆนี้จะถูกกำหนดให้เป็นตัวนี้ตลอดไป การกำหนดตัวละครนี้จะถูกนำมาใช้ในอีกครั้งใน พิธีเลี้ยงข่วง ซึ่ง ผู้ป่วยที่เคยถูกรักษานี้จะออกมาร่ายรำเป็นตัวละครนั้นอย่างสนุกสนาน
              การเลี้ยงข่วงผีฟ้าเป็นพิธีกรรมสำคัญอย่างหนึ่งของพวกผีฟ้า ลูกศิษย์ และผู้ป่วยที่เคยมารับการรักษากับผีฟ้า ตามตำนานกล่าวว่า จะเลี้ยงข่วง ในยามดอกไม้บาน โดยฤดูดอกไม้บานจะเริ่มตั้งแต่เดือน 3 – 5 วิธีการเลี้ยงข่วงจะเลี้ยงที่ลานของแม่เมือง เมื่อถึงเวลาของงานเลี้ยงข่วง จะมีการส่งข่าวบอกต่อกัน คนอยู่ไกลมักจะมาก่อนเพื่อมาเตรียมเครื่องพิธี ซึ่งเครื่องสำคัญก็คือดอกจำปา ทำเป็นพวงมาลัยใส่หัวหรือคล้องคอ พอตกตอนบ่ายจะเริ่มพิธีการเลี้ยงข่วงซึ่งเป็นช่วงที่สนุกกันเต็มที่ เพราะลูกศิษย์ และผู้ป่วยที่ผีฟ้าเคยรักษาและถูกสมมติให้เป็นตัวละครจะออกมารำฟ้อน คนไหนรำเหนื่อยก็พัก คนไม่เหนื่อยก็รำไปฟ้อนไป มีความวุ่นวายขวักไขว่ ท่ามกลางเสียงดนตรีที่มาจาก แคน พิณ กลอง และฉาบ ที่ให้อารมณ์และความรู้สึกในเชิงวิงวอน ขอร้อง ต่อแถน ดังนั้นท่ามกลางความสนุกสนานของการเลี้ยงข่วงจึงมีอณูของความขลังศักดิ์สิทธิ์แทรกตัวลงในพิธีกรรมครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ลักษณะการรำจะเป็นการเอื้ออาทร มีการผูกข้อต่อแขน ทำให้เกิดการสัมผัสกันของข้อมือ เป็นการสื่อถึงความอาทรซึ่งกันและกันมีความรู้สึกไปถึงหัวใจ

               หมอลำผีฟ้า จะเป็นผู้หญิงที่มีอายุหรือบางท้องถิ่นจะเป็นผู้หญิงสาว โดยเฉพาะที่จังหวัดเลย และจะต้องสืบเชื้อสายมาจาก กลุ่มหมอลำผีเท่านั้น แต่ที่จริงผีฟ้าสามารถสิงได้ทั้งหญิง ชาย และเด็ก โดยไม่จำกัดอายุ 
               หมอแคน (หมอม้า) จะต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการเป่าแคนมาเป็นอย่างดี เพราะในการประกอบพิธีจะต้องใช้เวลานาน จะต้องมีการเป่าอยู่ตลอดเวลา ส่วนผู้ป่วยนั้น จะต้องแต่งกายตามที่ได้กำหนดไว้ คือ มีผ้าไหมหรือผ้าขาวม้า พาดบ่า มีดอกมะละกอ ซึ่งตัดร้อยเป็นพวงทัดหู ผู้ป่วยนั้นสามารถที่จะฟ้อนรำกับหมอลำได้.. และสิ่งที่สำคัญอีกอย่าง คือ เครื่องคาย เป็นสิ่งที่อัญเชิญครูอาจารย์ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วมาช่วยเหลือ รักษาผู้ป่วย

               ผีฟ้า หรือ ผีแถน นั้นชาวอีสานมีความเชื่อว่าเป็นเทวดามากกว่าเป็นผี ผีฟ้าจึงเป็นผีที่อยู่ระดับสูงกว่าผีชนิด อื่นๆ ส่วนแถนนั้น มีความเชื่อว่าเป็นคำเรียกรวมถึงเทวดา และแถนที่ใหญ่ที่สุดคือ "แถนหลวง" ซึ่งเชื่อว่าเป็นพระอินทร์ ผีฟ้าหรือผีแถนนั้นแต่ละพื้นที่มีการเรียกที่แตกต่างกันไป และมีความเชื่อว่า ผีฟ้า นั้นสามารถที่จะ ดับยุคเข็ญหรือทำลายล้างอุปสรรคทั้งปวงได้ และสามารถที่จะช่วยเหลือมนุษย์ที่เดือดร้อนได้ การที่มนุษย์เกิดการเจ็บป่วยนั้นเนื่องจากไปละเมิดต่อผี การละเมิดต่อบรรพบุรุษ การรักษาต้องมีการเชิญผีฟ้ามาสิงสถิตอยู่ในร่างของคนทรง เรียกว่า "ผีฟ้า นางเทียน" ในการลำผีฟ้าของชาวอีสานนั้นมีองค์ประกอบ ทั้งหมด 4  ส่วนคือ หมอลำผีฟ้า หมอแคน ผู้ป่วย และ เครื่องคาย

คุณค่าผีฟ้า

              การที่ผีฟ้า มี ข้อขะลำ (ข้อห้าม) ที่สำคัญ เช่น ห้ามกินอาหารบนเรือนศพ ไม่กินสัตว์ที่ตายเอง ไม่กินอาหารเหลือเดนจากคน และไม่เดินลอดราวตากผ้าเป็นต้น เหล่านี้ ถือได้ว่า เป็นวิธีการหนึ่งในการควบคุมสังคม หรือพฤติกรรมของคน โดยอีกนัยก็คือ เตือนให้คนมีสติตลอดเวลานั่นเอง เพราะหากผีฟ้าคนใดเกิดทำผิดข้อขะลำ ก็จะกลาย เป็นปอบผีฟ้า ซึ่งเป็นสถานะที่ต่ำต้อย และได้รับการดูถูกจากชาวบ้านในชุมชน และการปรับเปลี่ยนสถานะของคนมาเป็นผีฟ้า ไม่ขึ้นกับสภาพเศรษฐกิจใดๆทั้งสิ้น ถ้าหากคนใดผ่านความเชื่อตรงนี้มาได้ ก็ถือได้ว่าเป็น ผีฟ้า ผู้มีสถานะที่สูงส่งกว่าคนทั่วไป