นวัตกรรม กับ การกางหลาง
ยินดีที่รู้จักกับ วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei ค่ะ ครั้งนี้ขออนุญาตต่อยอดกับคำกล่าวที่ว่า
“คิดทำนวัตกรรมต้องคิด กางหลาง คิดไม่เหมือนเพื่อน ก็เกิดนวัตกรรม”
กางหลาง พจนานุกรมภาษาไทยท้องถิ่นภาคใต้ (http://www.kontaiclub.com) ได้ให้ความหมายไว้ว่า เกเร แต่ถ้ามองอีกนัยยะหนึ่ง
กางหลาง คือ แปลกเพื่อน (มีความคิด..การกระทำ..ไม่เหมือนคนอื่นๆ) ซึ่งหลักการคิดของคำว่า “กางหลาง” เหมือนกับหลักการคิดในการพัฒนานวัตกรรม ก็คือ “การคิดนอกกรอบ”
ปราโมทย์ เตชะสุพัฒน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซิเมนต์ เครือซิเมนต์ไทย (SCG Cement) กล่าวว่า“การที่จะเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมได้ จะต้องมี Inno - People คือส่งเสริมให้คนกล้าคิด พร้อมที่จะเสาะแสวงหาความรู้ใหม่ๆ ขณะเดียวกันก็ต้อง Open Mind เปิดใจกว้างที่จะรับความคิดเห็นที่แตกต่าง ส่งเสริมให้คิดนอกกรอบ คิดอย่างที่ไม่เคยมีใครคิดมาก่อน”
การคิดนอกกรอบ (Lateral Thinking) สู่...นวัตกรรม (Innovation)
การคิดนอกกรอบ เป็นแนวทางเพื่อสร้างสรรค์และพัฒนาผลงานชิ้นใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา หากไม่เกิดแนวความคิดนอกกรอบแล้ว ในโลกก็คงจะไม่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างที่เป็นอยู่
คนสมัยก่อน เชื่อว่าโลกแบน แต่โคลัมบัสไม่เชื่อตามนั้น เขาจึงออกเดินทางรอบโลกเพื่อพิสูจน์ คนในสมัยนั้นจึงไม่กล้าล่องเรือไกลๆ เพราะกลัวตกโลกตาย แต่เพราะความกล้าคิดนอกกรอบของโคลัมบัสทำให้ทราบว่า มีผืนดินใหญ่ที่ยังไม่มีการค้นพบ ปัจจุบันก็คือทวีปอเมริกานั่นเอง
การคิดนอกกรอบ เป็นแนวทางเบื้องต้น ในการพัฒนาสังคมให้ก้าวหน้าต่อไปได้ เพราะการคิดนอกกรอบเป็นพลังขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีที่สิ้นสุด
สมองของคนคิดนอกกรอบที่ต่างจากคนทั่วไป 3 ด้าน คือ (พีรพร ชอบชื่น, 2553)
• การรับรู้ (perception)
• การตอบสนองต่อความกลัว (fear response)
• ความฉลาดทางสังคม (social intelligence)
การรับรู้ เป็นผลผลิตของสมองและเป็นหัวใจของการคิดนอกกรอบ การรับรู้สิ่งแปลกใหม่ทำให้กระบวนการรับรู้หลุดจากประสบการณ์เดิม การเปิดรับสิ่งแปลกใหม่อย่างเต็มใจจึงเป็นประตูแรกในการคิดต่าง แต่ยังมีความกลัวเป็นอุปสรรคขัดขวาง
ความกลัว-ตัวการที่หยุดยั้งการกระทำความกลัวความไม่แน่นอนและความกลัวในการถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะ เป็นกำแพงด่านที่ 2 แต่ถึงนักคิดนอกกรอบสามารถเอาชนะกับดักของการรับรู้และความกลัวได้แล้ว ยังไม่อาจเป็นคนคิดนอกกรอบที่ประสบความสำเร็จได้ ตราบใดที่ยังไม่สามารถขายความคิดให้คนอื่นๆ ยอมรับ ซึ่งเป็นที่มาของความฉลาดทางสังคม
นักคิดนอกกรอบหลายคนขาด ความฉลาดทางสังคม (social intelligence) เขาไม่สามารถทำให้คนอื่นเชื่อในความคิดของเขาได้ ขาดการสร้างสัมพันธ์อันดีกับผู้อื่น นักคิดนอกกรอบที่จะประสบความสำเร็จไม่เพียงยืนหยัดในความคิดเพียงอย่างเดียว การสร้างความคุ้นเคย (familiarity) และการสร้างชื่อเสียง (reputation) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่ต้องคำนึงถึง
ดังนั้น คนที่ชอบกลางหลาง...อาจจะเป็นผู้พัฒนานวััตกรรมที่ทำให้โลกตะลึงก็อาจจะเป็นไปได้ นะ..พี่น้อง
เอกสารอ้างอิง
พีรพร ชอบชื่น. ต้นแบบนักคิดนวัตกรรม. วารสารร่มพฤกษ์ปีที่ 28 ฉบับที่ 2 กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2553.
ปราโมทย์ เตชะสุพัฒน์กุล. คิดนอกกรอบ เพื่อก้าวสู้การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม. สืบค้นได้จาก http://www.constructionandproperty.net/talk_detail.php?a_id=54. เมื่อวันที่ 26 กรกฏาคม 2555.
ขอบคุณอาจารย์ ที่ต่อยอดความคิด"กางหลาง" ที่ความหมาย คือเกเร ซึ่งไม่สร้างสรรค์ แต่หากนำความเกเรมาสร้างสรรค์ได้ ก็จะเป็นอะไรที่แปลกใหม่ คนชาวบ้าน ทำนวัติกรรมหลายอย่าง ไม่ว่าเป็นเครื่องมือทางอาชีพ หรืออาหารการกิน
ขอชวนคุยอีก สองคำที่ผมใช้ในเวทีชาวบ้าน ใช้แล้วโดนใจ แต่อาจไม่ถูกต้องตามความหมายทางวิชาการ คือ
คำว่า บูรณาการ....ผมบอกให้ชาวบ้านเข้าใจ ว่า บูรณาการ ก็คือการ พลอยกัน หุ้นกัน คนริมเขาริมป่ามีส้มมวง คนนามีปลา โอน คนเลมีเกลือ เขา ป่านาเล เอาปลามาต้มส้มใส่เกลือ คือบูรณาการแบบชาวบ้าน
อีกคำคือ"ยอน"ในความว่า ยุแยงตะแคงรั่วให้คนผิดใจกัน
แต่"ยอน"วันนี้เอามาใช้ในความหมายให้กำลังใจ ยุให้ทำดี ....แยบ เยี่ยน ยอ ยอน เยี่ยม คือการให้กำลังใจคนร่วมงานในชุมชน
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/495380(บูรณาการคือการพลอยเพื่อน
และ โดยคำว่า แยบที่นี้ครับhttp://www.gotoknow.org/blogs/posts/227978?
ด้วยศรัทธาและคารวะต่ออาจารย์ ยินดีร่วม ลปรร กันครับ
กางหลาง คือ คิดนอกกรอบ ...รู้จักภาษาใต้อีกหนึ่งคำแล้วค่ะ
เห็นด้วยกับ วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei ค่ะ กับคำกล่าวที่ว่า "คนชาวบ้าน ทำนวัตกรรมหลายอย่าง ไม่ว่าเป็นเครื่องมือทางอาชีพ หรืออาหารการกิน" เพราะสิ่งต่างๆ เหล่านั้นที่ชาวบ้านคิดและสร้างขึ้น ได้สามารถอธิบายถึงองค์ประกอบของนวัตกรรมได้ว่า นอกจากเป็น สิ่งใหม่แล้ว ยังต้องเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ และมีประโยชน์ในเชิงธุรกิจ (สร้างเงิน สร้างรายได้) หรือเชิงสังคม (สร้างคุณค่า)