3        ใช่ + 3ไม่  สู่ความ  “ใหม่”  อย่างมีคุณค่า

          การคิดริเริ่มโครงการพัฒนานวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้ในพื้นที่จังหวัดที่ประสบอุทกภัยนั้นททครู  อาจารย์  หลายโรงเรียนเผชิญกับข้อจำกัดหลายอย่าง  เพราะความเสียหายจากน้ำท่วม  รวมทั้งข้อมูลสารนิเทศของโรงเรียนถูกทำลายแต่สิ่งเหล่านี้คงไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการคิดค้น สร้างสรรค์โครงการที่ดีมากนัก  หากหลักคิดในการพัฒนาโครงการตั้งอยู่บนความชัดเจนและยึดมั่นในแก่นสาระสำคัญบางประการ  ซึ่งสามารถนำมาประมวลได้ดังนี้  โดยสรุปแบบสั้นๆ  ได้ว่า  “ 3 ใช่  และ 3 ใช่” 3 ใช่ หรือ อีกนัยหนึ่งคือ  หลักการ  3 ภูมิ คืออะไร ?  พื้นฐานก่อนลงมือเขียนโครงการนั้นควรมองในเรื่องของประเด็นของประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนเป็นหลัก  ฉะนั้นควรใช้หลักการ “3 ภูมิ”  ซึ่งประกอบไปด้วย

1.  ภูมิธรรม  คือ  ครู  อาจารย์  และผู้บริหาร  ควรพิจารณาเจตนาที่ดีแก่เด็กเกิดประโยชน์สูงสุแก่นักเรียน  ไม่ใช่ทำโครงการเพราะเราอยากทำโดยเน้นที่  “คุณธรรม”  “ความเป็นครู”มีความโปร่งใสในการบริหารจัดการ  เงิน  งบประมาณต่างๆ

2.  ภูมิรู้  คือ  มีความรู้  หรือ  มีองค์ความรู้ในเรื่องที่จะเขียนโครงการนั้นๆ  รวมทั้งอาจมีประสบการณ์ในเรื่องที่จะเขียนโครงการนั้นๆ  ทั้งผู้รับผิดชอบโครงการและทีมงานในการดำเนินโครงการ

3.  ภูมิปัญญา  คือ  ครูอาจารย์รู้จักนำภูมิปัญญาในพื้นที่/ท้องถิ่นของโรงเรียนมาใช้ให้เกิดประโยชน์หรือมีบูรณาการ  ภูมิปัญญาชาวบ้านเข้ามาใช้ในการผลิตนวัตกรรม  สร้างองค์ความรู้นั้นไปขยายผลหรือนำไปใช้เมื่อเกิดวิกฤตในครั้งต่อไป  ซึ่งทำให้กิดความยั่งยืนแก่ชุมชนสังคมได้ในอนาคต

ดังนั้นทั้ง  3  ภูมิ  จะเป็นหลักคิดพื้นฐานในการเขียนโครงการครั้งต่อไปและทำให้โครงการน่าสนใจ    ส่วน  3  ไม่  มาจาก  “ปัญหา 3 จ.”

3 จ.  ที่ว่านี้  คือปัยหาที่ขัดขวางความคิดและการนก้าวไปสู่การออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่ดีมีคุณภาพ  นั่น  คือ

1.  ปัญหาการจัดการ  ได้แก่

*  การเน้นการจัดการอบรม  แล้วจบโครงการโดยไม่ได้มีการพัฒนา  หรือมีการปฏิบัติการต่อ

*  การจัดนิทรรศการ  โดยหลังจากนั้นก็เป็นขยะของสังคมโรงเรียนเมื่อเสร็จงาน

*  จัดให้มีการศึกษาดูงาน  แล้วไม่มีการพัฒนาต่อยอด  ในขณะเดียวกันกลับเป็นการลอกแบบมาจากที่อื่นโดยไม่มีอัตลักษณ์ของตนเอง

2.  ปัญหาการจ้าง  คือ  โรงเรียนใช้วิธีการข้าง  เช่น  จ้างวิทยากรภายนอก  จ้างบุคคลภายนอกมาทำ  หรือดำเนินโครงการโดยขาดการนำภูมิความรู้และภูมิปัญญาในท้องถิ่นมาพัฒนาแบบบูรณาแก่เด็กและเยาวชนในท้องถิ่น  ทำให้สิ้เปลืองและเสียงบประมาณโดยไม่จำเป็น

3.  ปัญหาการจ่าย  คือ  ผู้ดำเนินโครงการหรือครูมีการใช่จ่ายจะเกินความเป็นจริงในหลายประเด็น  เช่น  จ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงผุ้เข้าร่วมประชุม  จ่ายค่ารถปรับโอกาส  เป็นต้น

3  ใช่  และ  3  ไม่  ที่ได้ประมวลมานี้  ขอฝากข้อเตือนใจถึงคุณครูที่มุ่งออกแบบโครงการเพื่อสร้างการเรียนรู้เพื่อให้เยาวชนของเราเตรียมพร้อมเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการปกป้องครอบครัว  ชุมชนและสังคมของเราให้รอดพ้นจากความสูญเสียจากภัยพิบัติที่ว่ากันว่าจะเดินหน้ามาเยือนอย่างต่อเนื่องไปอีกหลายสิบปีข้างหน้านี้  ( ชัยวัฒน์   ประสงค์สร้าง, น. 39-41