สวนมะนาวหลายสวนที่ใช้ระบบวิธีการดูแลแบบเก่า คือยังมีการใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงเต็มรูปแบบในการดูแลรักษาสวน ส่งผลทำให้สภาพพื้นดินและระบบนิเวศน์ภายในสวนเสื่อมโทรม ดินตาย มีการสะสมคอปเปอร์จากการฉีดพ่นเพื่อกำจัดโรคแคงเกอร์มาเป็นระยะเวลานาน คอปเปอร์สะสมอยู่ในดินมากขึ้นทุกปีๆ เมื่อมะนาวอ่อนแอสารพิษในดินก็จะส่งผลทำลายระบบรากและลำต้นจนแสดงอาการออกมาให้เจ้าของสวนสังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจน จากใบแก่ที่เหี่ยวเฉาใบอ่อนเล็กแคบ ช่อใหม่ไม่ยืดดูแล้วห่อเหี่ยวซีดเซียวไปทั้งสวน
การที่สวนมะนาวแสดงอาการไม่ตอบสนองต่อการดูแลบำรุงรักษาเพราะเกิดจากดินที่เสื่อมโทรม ถ้าต้องการรื้อฟื้นบูรณะใหม่ก็ต้องเริ่มกันที่ “ดิน” เป็นอันดับต้นๆ โดยการใช้หินแร่ภูเขาไฟ “พูมิช” “พูมิชซัลเฟอร์” หรือ “สเม็คโตไทต์” หว่านรอบทรงพุ่มให้ทั่วโคนต้นและอาจจะเลยออกมานอกทรงพุ่มบ้างเล็กน้อย โดยประมาณก็ใช้กันอยู่ที่ 20 -40 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อให้ ซี.อี.ซี. (C.E.C. = Catch Ion Exchange Capacity) จากกลุ่มของหินแร่ภูเขาไฟช่วยทำลายและจับสารพิษที่ตกค้างในดินให้จืดจางลง หลังจากนั้นรากใหม่ของมะนาวที่แตกออกมาก็สามารถที่จะเจริญเติบโตได้ ไม่ถูกทำลายให้ระคายเคืองจากปุ๋ย ยา เคมีหรือสารทองแดง (คอปเปอร์)
ทางใบไม่ควรให้อาหารหรือฮอร์โมนตามปรกติ อาจจะต้องโด๊ปกันเป็นกรณีพิเศษด้วยการใช้ อาหารที่สามารถให้มะนาวนำไปใช้ได้ทันทีด้วยสูตรอาหารจานด่วนที่ประกอบไปด้วย ยูเรีย 46-0-0 20 กรัม, โพแทสเซียมฮิวเมท 10 กรัม, ไข่ไก่ 1 ฟอง ต่อน้ำ 20 ลิตร ทำการตอกไข่ให้แตกเอาแต่ของเหลวด้านใน ส่วนเปลือกให้ทิ้งไป กวนละลายให้เข้ากัน แล้วนำไปฉีดพ่นต้นมะนาวที่ทรุดโทรมอ่อนแอ ทำการฉีดอย่างนี้ไปเพียงสองสามครั้งๆ ทุก ๆ 7 วัน ต้นมะนาวจะห่างหายจากอาการทรุดโทรมกลับมามีน้ำมีนวลชวนให้จิตใจเจ้าของสวนที่รักต้นมะนาวจริงๆ กระฉับกระเฉงกระชุ่มกระชวยมีกำลังใจในการปรับปรุงสวนด้วยแนวทางแบบปลอดสารพิษหรืออินทรีย์ได้ต่อไปอย่างยั่งยืน
มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com
555 ขอบคุณครับ