เป็นงานเขียนใน"วิทยาจารย์"(คุรุสภา)นิตยสารที่ไม่ไ้ด้วางจำหน่ายในท้องตลาด ขอนำมาเผยแพร่ครับ อาจจะเป็นประโยชน์ทางการศึกษาบ้างไม่มากก็น้อย-(ขอสละสิทธิ์ในการรับรางวัลใดๆ ครับเพราะเป็นงานที่พิมพ์เผยแพร่แล้ว--ปณิธิ)
บันทึกถึงดวงดาว 17
กระท่อมดาริกา
น้องดาวที่รัก
หลายปีมาแล้ว พี่เคยเขียนกลอนชิ้นหนึ่งในทำนองว่ามีใครคนหนึ่งนำทารกมาทิ้งไว้ในถังขยะ พอมีคนมาพบก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ โดยส่วนใหญ่ก็คาดเดากันว่าทารกนี้คงมีแม่วัยรุ่นใจแตก ไม่ยอมเรียนหนังสือ มีคนรักหรือคบผู้ชายไม่เลือกหน้า มีเพศสัมพันธ์แล้วไม่รู้จักป้องกัน สุดท้ายพอท้องและคลอดลูกออกมาก็แก้ปัญหาโดยแอบนำมาทิ้งไว้ในถังขยะ....บทสรุปของเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องนี้ก็คือ “แม่ใจยักษ์”แต่ในกลอนที่เขียน พี่จบอีกแบบหนึ่งว่า เราจะโทษผู้หญิงฝ่ายเดียวคงไม่ยุติธรรมนัก...แล้วฝ่ายชายล่ะ ไปอยู่ซะที่ไหน สองวรรคสุดท้ายพี่จึงเขียนว่า
“...หากเราด่าว่าหญิงแม่ใจยักษ์
ชายก็จักพ่อใจมารสถานเดียว”
ที่เล่ามายืดยาวเพียงอยากจะขอให้น้องดาวลองนึกดูว่า นักเรียนชายหญิงของเรามีพฤติกรรมทางเพศที่เสี่ยงจะเป็น “แม่ใจยักษ์” หรือ “พ่อใจมาร” บ้างหรือเปล่า ถ้ามีแล้วเราจะทำอย่างไร
“ทำอย่างไร” นั่นหมายถึง จะแก้ปัญหาและป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้
เรื่องแก้ปัญหานั้น เป็นทางออกที่พอจะทำได้หลาย ๆ ทาง แต่พี่คิดว่าเรามาป้องกันกันก่อนดีไหม เพื่อไม่ให้นักเรียนหญิงของเรา “ต้องตั้งท้องในวัยเรียนหรือก่อนวัยอันควร” และเพื่อให้นักเรียนชายหญิงตระหนักในเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องที่ยังไม่เหมาะสม เสี่ยงต่ออนาคตและเสี่ยงต่ออะไร ๆ อีกมากมาย น้องดาว ลองดูกิจกรรม “ป้องกัน” ที่พี่ลองให้นักเรียนพี่ทำดูนะ
กิจกรรม “อย่าให้ความรักทำลายชีวิต”
พี่สร้างใบงาน โดยคัดลอกภาพจากอินเทอร์เนต แล้วมาดัดแปลงให้เข้ากับเนื้อหาสาระในรายวิชาภาษาไทย คือการเขียน แต่เรื่องที่เขียนนี้ พี่เน้นเรื่อง “การตั้งท้องและการทำแท้ง”
พี่กำหนดให้นักเรียนสมมุติตัวเองว่าเป็นทารก แล้วเขียนความรู้สึกตั้งแต่อายุ 4 สัปดาห์เป็นต้นไปจนถึงใกล้คลอดแต่ถูกทำแท้งเสียก่อน ว่าชีวิตน้อย ๆ นั้น มีความรู้สึกเช่นไร น้องดาวอาจสงสัยว่าพี่มีจุดประสงค์ใด
จุดประสงค์ของพี่ มี 3 ข้อ คือ
1. ฝึกนักเรียนเขียนเรื่องจากจินตนาการ
2. สำคัญมาก คือ ปลูกฝังให้นักเรียนรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา และจุดประกายความคิดว่า “การทำแท้งก็คือการทำลายชีวิต” ดังนั้น ถ้านักเรียนไม่อยากทำแท้ง ก็อย่าท้องหรือไม่ทำให้คนอื่นท้อง การที่จะไม่ท้องก็คือต้องไม่ข้องเกี่ยวหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ยั่วยุกามารมณ์ และรู้จักหักห้ามใจ มุ่งหน้าเรียนเพื่ออนาคตเพื่อพ่อแม่หรือบุคคลอันเป็นที่รัก
3. ให้นักเรียนชายรู้จักคุณค่าของนักเรียนหญิง และนักเรียนหญิงรู้จักคุณค่าของตนเองไม่ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามคำหวานหรือความลุ่มหลงจนอาจประสบปัญหาถึงกับต้อง “ทำแท้ง”
สำหรับกิจกรรมนี้ น้องดาวอาจจะ “บูรณาการ” ให้เข้ากับเนื้อหารายวิชาอื่น ๆ ก็ได้นะเช่น สุขศึกษา วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศิลปะ ทั้งนี้อาจเชิญวิทยากรในท้องถิ่น เช่น พยาบาล หรือบุคลากรจากโรงพยาบาลศูนย์สุขภาพชุมชน มาให้ความรู้เกี่ยวกับเพศศึกษาก็ยังได้ แล้วแต่จะ “ต่อยอด” ไปในทิศทางใดแต่สุดท้ายก็เป็นการป้องกันมากกว่าการแก้ปัญหาโดยอาศัยกิจกรรมการเรียนการสอนในรายวิชาภาษาไทยเป็นหลัก น้องดาว ลองดูตัวอย่างงานของนักเรียนพี่นะ

(ผลงาน เด็กหญิงกรรณิการ์ สงสัย ชั้น ม.3)

(ผลงาน เด็กชายชนาธิป สีเหลือง ชั้น ม.3)
โดยภาพรวมของเนื้อหาที่นักเรียนเขียนมักเป็นไปในทำนองเดียวกัน คือดีใจที่จะได้เกิดมา / ไม่อยากให้แม่ทำแท้ง / เสียใจที่ไม่ได้คลอดออกมา...
น้องดาวอ่านตัวอย่างงานเขียนที่นักเรียนเขียนความรู้สึกเมื่อรู้ว่าจะถูกทำแท้งก็ได้ (อาจมีคำที่นักเรียนสะกดผิด “ครู” ก็ต้องแก้ไขให้นักเรียนรู้คำที่ถูกต้องด้วยนะ)
-
งานเขียนของ เด็กหญิงกรรณิการ์ สีเหลือง ชั้น ม.3
- (อายุ 4 สัปดาห์) “แม่ หนูจะเป็นตัวแล้วนะ แม่อย่าทำแท้งนะคะ”
- (อายุ 20 สัปดาห์) “ร่างกายหนูจะครบแล้ว อย่าทำแท้งหนูนะ หนูอยากลืมตามามองโลก”
-
งานเขียนของ เด็กชายชนาธิป สีเหลือง ชั้น ม.3
- (อายุ 20 สัปดาห์) “หนูมีความรู้สึกถึงแม่ และมีหูได้ยินแม่พูด อย่าเอาหนูออกเลย”
- (อายุ 32 สัปดาห์) “ตอนนี้ผมอยากจะคลานเล่นแล้ว อย่าเอาหนูออกเลย”
-
งานเขียนของ เด็กชายอภิวัฒน์ สุทธิโต ชั้น ม.3
- (อายุ 9 สัปดาห์) “แม่จ๋า สงสารหนู หนูใกล้จะเกิดเป็นลูกของแม่แล้ว”
- (อายุ 36 สัปดาห์) “แม่ครับ หนูอยากเห็นหน้าพ่อและแม่จังเลย”
อ่านความรู้สึกของนักเรียนแล้ว น้องดาวคิดเห็นอย่างไรบ้าง พี่ก็ได้แต่หวังว่า ความรู้สึกต่าง ๆ ที่นักเรียนได้บรรยายมา จะซึมลึกลงในดวงใจดวงน้อย ๆ ของเขาและนักเรียนคนอื่น ๆ ที่ได้อ่านผลงานทั้งหมดที่พี่นำไปติดแสดงที่บอร์ด อาจช่วยสะกิดเตือนใจให้นักเรียนหญิงชายได้ระมัดระวัง ป้องกันตนเอง ไม่ชิงสุกก่อนห่าม อันจะนำไปสู่ปัญหาอีกมากมายให้ตนเอง ให้โรงเรียน ให้ครอบครัว และสุดท้ายกลายเป็นปัญหาของสังคมจนแทบจะหาทางออกกันไม่ได้แล้วในปัจจุบัน
ฝากความหวังให้น้องดาวช่วยนำกิจกรรมนี้ไปให้นักเรียนทำด้วยนะ เรามาช่วยกันสร้างกำแพงเหล็กปกป้องดาวดวงน้อย ๆ ให้เติบใหญ่เป็นดาวดวงโต ส่องแสงสุกใสระยิบระยับในวันข้างหน้าอย่างงดงามน่าชื่นชมต่อไปนะจ๊ะ...
ถ้าเราทำได้ นั่นแสดงว่า “พ่อใจมาร กับแม่ใจยักษ์” คงมีจำนวนลดลง และที่สำคัญข่าวคราวเรื่องนำทารกไปทิ้งถังขยะหรือการแอบทำแท้งก็คงเบาบางลงบ้างละนะ
รักและคิดถึง
พี่ดิน
……………………………………………………………….…………