ปัญหาเทคโนโลยีการศึกษาไทย

 

 

ปัญหาเทคโนโลยีการศึกษาไทย

           ถ้าพูดถึงการศึกษาไทยแล้ว ในความคิดเห็นของผู้เขียนมีความคิดเห็นว่า ในบางครั้งพวกเราเหมือนเดินหลงทาง เริ่มตั้งแต่เรื่องการปฏิรูปการศึกษามาแล้ว เพราะทำให้เห็นว่าการปฏิรูปการศึกษานั้นเป็นการแก้ผิดจุด มีหลายประเด็นที่ผู้เขียนไม่สามารถออกความคิดเห็น ณ ที่นี้ได้ สิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญของการปฏิรูปการศึกษานั่นคือ "การแก้ปัญหาที่การเรียนการสอน + สื่อที่ใช้ในการเรียนการสอน + คุณภาพของนักเรียน" มากกว่าสิ่งอื่น ๆ ทำอย่างไรที่จะทำให้เด็กไทยในอนาคตมีความฉลาดทั้งทางด้านอารมณ์และความเก่ง + ความมีคุณธรรมประจำใจควบคู่กันไปได้...หันมาเน้นที่ความสุขของครอบครัว + โรงเรียนมากกว่าที่จะสอนให้เด็กไทยเน้นที่การแข่งขันกันในอนาคต...โดยใช้ชีวิตในวัยเรียนได้อย่างมีความสุข...เพราะสิ่งนี้จะเป็นพื้นฐานหรือภูมิคุ้มกันที่ดีต่อชีวิตในวัยของการทำงานและอยู่ร่วมกันในสังคมได้...

            เมื่อการปฏิรูปการศึกษายังไม่ได้ผลสำเร็จเท่าที่ควร ปัญหาตามมา ก็คือ เรื่อง เทคโนโลยีการศึกษาที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาไทยอีก...แต่ในความคิดเห็นของผู้เขียนมีความคิดว่า...สมควรแล้วที่จะมีการเรียนการสอนเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีการศึกษามาใช้กับเด็กไทย...อย่าลืมว่า!!! อะไรก็ตามที่เราเริ่มต้นในตอนแรก ๆ มักถูกการต่อต้าน...แต่ต้องถามต่อว่า แล้วในอนาคตเด็กไทยจะเป็นหรือไม่กับการใช้เทคโนโลยี...ถ้าเด็กไทยสามารถทำเป็น + รู้เรื่องเทคโนโลยี ก็ควรที่จะต้องนำเทคโนโลยีมาใช้กับการศึกษา เพราะในอนาคตประเทศไทยไม่ใช่เป็นประเทศที่อยู่คนเดียว เรายังต้องอยู่กับสังคมประเทศรอบบ้านและการสู่สากลในอนาคต เราจึงจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีมาใช้กับการศึกษาไทย

                แต่ปัญหาที่จะตามมานั้น ต้องพึงระวังในเรื่อง "การหัดอ่าน หัดเขียนของเด็กไทย แต่ถ้าเราสามารถปรับหลักสูตรในการหัดเขียน หัดอ่านมาอยู่บนกระดานของเทคโนโลยีได้แล้วละก็ บอกได้เลยว่า "เด็กไทยในอนาคตต้องเก่งเทคโนโลยีกันอย่างแน่นอน"...สิ่งสำคัญ ต้องค่อย ๆ ทำ ค่อยเป็นค่อยไป แต่สิ่งหนึ่งที่จะเป็นปัญหา นั่นคือ กำลังของงบประมาณในการจัดซื้อของภาครัฐมีมากพอหรือไม่ รวมถึงความรู้ + ความสามารถในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีของครูผู้สอน + ความรู้จากพ่อ - แม่ ครอบครัว มีมากพอแล้วหรือยัง...ในช่วงแรก อาจมีปัญหากันบ้าง...แต่ถ้าเมื่อไม่ลองปรับเปลี่ยนแล้วใครจะไปรู้ได้ล่ะว่า...ในอนาคตเด็กไทยจะเก่งเรื่องเทคโนโลยี...เพราะโลกปัจจุบันเป็นโลกของเทคโนโลยีจริง ๆ...แม้แต่ชีวิตของการทำงาน ใครที่ทำงานด้วยการใช้เทคโนโลยีแล้วจะทำให้เห็นว่าได้เปรียบคนที่ไม่สามารถใช้เทคโนโลยีได้...

                เนื่องจากในอนาคต ภาพของการแข่งขันของเด็กไทยเป็นเรื่องที่ต้องน่าจับตามองดูเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นเรื่องที่ต้องมาต่อยอดของการทำงานไม่ว่าภาครัฐหรือเอกชน...ใครมีความเก่งในด้านของเทคโนโลยีด้วยแล้วก็เหมือนว่า มีชัยไปเกือบครึ่งแล้ว เพราะเขาคนนั้นสามารถเรียนรู้ได้อย่างมากมายกับชีวิตในวัยทำงาน ซึ่งมีอายุร่วม 30 - 40 ปีทีเดียว...แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง นั่นคือ หลักสูตรที่ใช้สอนเด็กไทยนั้น ควรเป็นเรื่องที่สามารถทำให้เด็กหัดเขียนได้อย่างถูกต้อง...เราควรต้องอาจคิดปรับเปลี่ยนจากการเขียนกระดานชนวนมาเขียนบน I - Pad หรือ Tablet กันดูบ้าง...ถึงแม้ว่าทุนที่ใช้อาจสูง แต่เพื่อการศึกษา บางครั้ง เราก็ต้องยอมลงทุน ๆ แต่ได้ผลคุ้มในอนาคตกับเรื่องของ "การพัฒนาการศึกษาไทย"...

                   ช่วงนี้ มีเรื่องของการเปลี่ยนแปลงเข้ามามีผลต่อคนไทยมากมายจริง ๆ ถ้าการเปลี่ยนแปลงแบบนี้แล้วมีผลดีในอนาคตเราคนไทยก็ควรที่จะปรับเปลี่ยน...แม้แต่ครูผู้สอนไม่ว่าระดับใด ๆ ก็ควรปรับเปลี่ยนบริบทของตนเองให้เข้ากับยุค สมัยที่มีการพัฒนาขึ้น...มิใช่ว่า เราวิ่งตามเทคโนโลยี แต่เราสามารถปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีที่ช่วยพวกเราและมีประโยชน์ต่อพวกเราในอนาคตมากขึ้นต่างหาก...(การคิดให้คิดบวกและเป็นประโยชน์ต่อคนไทยต่อประเทศไทยให้มากที่สุด แล้วจะทำให้เกิดผลดีต่อส่วนรวมและทุก ๆ คนในโลกของอนาคต)...