GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

พลังงานทดแทน ก๊าซ NGV

ก๊าซ NGV คืออะไร NGV ย่อมาจาก? หาคำตอบได้ที่นี่!!!

ก๊าซ NGV คืออะไร                 

ปัจจุบันปัญหาราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อวิถีการดำรงชีวิตของผู้คน ทั้งทางตรงและทางอ้อม นับตั้งแต่ปัญหาราคาค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และราคาสินค้าต่างๆ ปรับราคาสูงขึ้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหาแหล่งพลังงานชนิดใหม่ เพื่อเป็นทางเลือกในการใช้ทดแทนน้ำมัน ก๊าซ NGV ย่อมาจากคำว่า Natural Gas for Vehicles หรือก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในยานยนต์โดยก๊าซ NGV คือก๊าซธรรมชาติที่ถูกบีบอัดจนมีความดันสูงกว่า 3,000 ปอนด์ / ตารางนิ้ว มีคุณสมบัติพิเศษ คือ เบากว่าอากาศ เมื่อเกิดการรั่วไหลก็จะลอยขึ้นด้านบน ต่างจากน้ำมันเบนซิน ดีเซล และก๊าซ LPG ( ก๊าซหุงต้ม) ที่หนักกว่าอากาศ เมื่อเกิดการรั่วของก๊าซ NGV จะมีเสียงดังที่เกิดจากแรงดัน เป็นการเตือนภัยไปในตัว และจะลุกเป็นไฟได้เองเมื่อมีอุณหภูมิสูงถึง 650 องศาเซลเซียส สูงกว่าน้ำมันเบนซินที่จะติดไฟที่อุณหภูมิ 370 องศาเซลเซียส ดีเซล 250 องศาเซลเซียส และก๊าซหุงต้ม 475 องศาเซลเซียส ทำให้ก๊าซ NGV เมื่อเกิดการรั่วและติดไฟจะเกิดอันตรายน้อยกว่า น้ำมันเบนซิน ดีเซล และก๊าซ LPG

                
รวมทั้งก๊าซ NGV มีสัดส่วนของธาตุคาร์บอน น้อยกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น ทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์กว่า และมีปริมาณไอเสียต่ำกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น ดังนั้นก๊าซ NGV จึงถือว่าเป็นเชื้อเพลิงสะอาด ช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศ และการใช้ก๊าซ NGV ยังมีส่วนช่วยลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นการสงวนเงินตราต่างประเทศ เนื่องจากก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงที่ผลิตได้ในประเทศ  

                
รูปแบบเครื่องยนต์ที่ใช้ก๊าซ NGV มี 2 ชนิด คือ เครื่องยนต์ที่ใช้ก๊าซ NGV เป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว ( Dedicated NGV) และเครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงได้สองชนิด โดย
                 1)
เครื่องยนต์ที่ใช้ก๊าซ NGV เป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว เป็นเครื่องยนต์ที่ออกแบบให้ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ โดยมีระบบเผาไหม้เชื้อเพลิงแบบที่ต้องใช้หัวเทียนในการจุดระเบิด จะมีทั้งรถที่ผลิตออกมาจากโรงงานรถยนต์โดยตรง ( OEM) และที่ทำการดัดแปลงเครื่องยนต์ภายหลัง
                 2)
เครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงได้สองชนิด ซึ่งปัจจุบันเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญ ได้แก่
                                 -
เครื่องยนต์ระบบเชื้อเพลิงสองระบบ (Bi-Fuel) เป็นเครื่องยนต์เบนซินที่ติดตั้งอุปกรณ์ใช้ก๊าซ NGV และถังก๊าซเพิ่มเติม สามารถเลือกใช้เชื้อเพลิงได้ทั้งเบนซิน และก๊าซ NGV ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งประมาณ 30,000 บาท
                                 -
เครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงร่วม ( Diesel Dual Fuel) เป็นเครื่องยนต์ดีเซลที่ติดตั้งอุปกรณ์ใช้ก๊าซ NGV โดยน้ำมันดีเซลเป็นตัวจุดระเบิดนำร่อง ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งประมาณ 40,000 บาท  

                
ราคาก๊าซ NGV จำหน่ายในราคาอิงกับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล ที่ระดับราคา 50% ของน้ำมันดีเซล โดยคำนวณเทียบตามค่าความร้อน หรือประมาณ 0.58 บาท ต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร

                
ดังนั้นการใช้ก๊าซ NGV ในการใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะทั้งประหยัดเงินในกระเป๋า และช่วยลดปัญหามลภาวะในอากาศอีกทางหนึ่งด้วย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): itimarsu
หมายเลขบันทึก: 49568
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

อิอิกะลังจะเอารถไปติด NGV พอดีเลย

ทำให้คนที่เข้ามาอ่านมีความรู้ในเรื่องก๊าซ NGV มากเพราะบางคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามีวิธีการติดตั้งอย่างไรและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้เยอะ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

ผมก็พยายามศึกษาข้อมูล จากหลายแหล่ง และซื้อตำรา การใช้งาน NGV และ LPG ไม่รู้จะเลือกระบบใดดี

แต่คงเสนอเป็นข้อมูลเพิ่มเติม

เพราะช่วงที่ผ่านมา รถ Toyota Vios รุ่นเก่า เข้าศูนย์ซ่อม (ก่อนสิ้นเมษายน)

เลยไปยืมรถน้องชายแฟนมาใช้งาน Honda Civic

รถน้องเขาติดตั้ง LPG ชนิดรุ่นเก่าที่ยังไม่ได้จูนด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ราคาติดตั้งประมาณ 19,000 บาท ติดตั้งมาเกือบ 2 ปีแล้ว

ขณะขับขี่ ผมแรกๆ ก็มึน แต่น้องเขาตั้งค่าปุ่มคำสั่งการจ่ายเชื้อเพลิงให้แบบอัตโนมัติ Auto

ขับไปถ้ายังไม่เร็วเกินกว่า 2,000 รอบ/วินาที รถจะยังจ่ายน้ำมันเบนซิน 91 อยู่

พอผมเร่งเครื่องยนต์เกิน 2 พันรอบ ก็จะเปลี่ยนเป็นระบบก๊าซ LPG เอง แต่จะมีอาการกระตุกก่อนเข้าระบบก๊าซ ทำให้รู้สึกไม่ค่อยชอบเท่าไร

แต่พอขับไปๆ หลายๆ วัน เนื่องจากผมเป็นคนใช้ระยะทางไกลบ่อยๆ ต้องเดินทาง ชีพจรลงเท้า ไม่น้อยกว่า 100 km ต่อวัน

ผมพบว่า ผมใช้ระยะทางไปประมาณ 300 km ผมเติมก๊าซ LPG ที่ราคา 11.05 บาท/kg ใช้เงินไปทั้งสิ้น 360 บาท หรือ บวกลบ

ประทับใจมากครับ เพราะประหยัดเงินในเป๋า ไปเยอะ ผมเลย shop กระจาย เอาเงินที่เหลือไปจ่ายซื้ออุปกรณ์ IT ซะหลายเลย

น้องชายเขาบอกว่า ตั้งให้แบบกินก๊าซ หน่อยคือ 1.2 บาท/km เราก็เลยเข้าใจ

จุดที่ชอบคือ ผมวิ่งไกล ไม่เน้นแวะเติมบ่อยๆ และประหยัดไปเยอะ เติมทีเต็มถังวิ่งได้เกือบ 400 km แต่ยังไม่หมดถังนะ แต่ควรรีบเติม ก่อนจะได้ประหยัดต่อ

คราวนี้ไอ้คัน Toyota Vios ของผมจะเอาระบบไหนดี

จากปกติผมเติม แก๊สโซฮอล 91 เต็มถัง 1,200 บาท ทุกๆ 3 วัน ประหยัดไปประมาณ 700 บาท

==========================================

ผมก็คิดหนัก NGV ???? vs. LPG ???

ผมก็คิดหนักมากๆ เพราะรถผมก็เพิ่มถอยมาไม่ถึงปี

NGV ปลอดภัยกว่า เพราะก๊าซจะลอย ถ้าเกิดแตกหรือรั่ว ที่สำคัญ ปลอดภัยต่อชีวิต

ที่สำคัญอีกอัก ราคาประหยัดมากในปัจจุบัน 2551 ราคา 8.50 บาท/กก.

รถผม ชอบโดนคนอื่นชนท้าย (มันชอบขับจ่อตูดรถยนต์อะไรหนักหนา ในกทม. หนะ โดยเฉพาะบนทางด่วน เลยเบรกกระทันหันซะงั้น ให้มันจ่ายประกันมาบ้าง โดยเฉพาะ TAXI ถ้าใครมากทม. จะทราบดี )

แต่ข้อเสีย สำหรับผม ผมเป็นคนวิ่งกินระยะทางไกล ไม่ต่ำกว่า 100 km แล้วไม่ชอบแวะบ่อยๆ NGV ไม่เหมาะสำหรับผมซะแล้ว เพราะ 1 ถังของมัน 70 kg สำหรับรถยนต์รุ่นเล็กของผม ต้องเติมทุกๆ ไม่เกิน 150 km นั่นหมายถึง พอวิ่งใกล้ๆ 100 km ต้องหา NGV ปั๊ม เหมาะสำหรับคนอารมณ์เย็นๆ ไม่เร่งรีบ

ราคาค่าติดตั้งอาจจะสูงหน่อย ซื้อชีวิตของท่าน 50,000 บาทขึ้นไป เว้นแต่ได้รับการหนับหนุน จากรัฐบาล สพช. เป็นต้น

=================================================

สำหรับ LPG

LPG มันไม่ปลอดภัยเลย จากการศึกษานะ เพราะมันกองกะพื้นเวลาชน หรือรั่วไหล แล้วทุกครั้งที่ผมยืมรถน้องชายเขา แบบเช่าตลอดเดือนที่ผ่านมา

บอกตรงๆ ว่า "ยังเสียวตูด รถ ไม่หาย ทุกครั้งที่ TAXI สีชมพู" วิ่งมาจี้ตูดรถ

มันเซ็งมากๆ กลัวมันชนอีก ชนรอบนี้ละคุณเอ้ย เราจะรอดวิ่งออกมาทันไหม???

แต่โชคดี ยังไม่มีคันไหนชน

เพราะรถนี้ติดป้ายติกเกอร์ใหญ่ๆ ว่า LPG ระเบิดง่าย โปรดระวัง อาจตายหมู่

"ชะลอรถคันมาจ่อตูดได้เยอะทีเดียว" ฮ่าๆ

แต่จากระยะทางที่วิ่ง ประหยัดไปเยอะ เหมือนกันในราคา 11.05 บาท/กก.

จากการคำนวนตังก์ ตก 1.25 บาท/กิโลเมตรวิ่งนะ ถ้าตั้งแบบกินก๊าซหน่อย

รถของน้องมันซิ่งครับ cc มันสูงด้วย

ผมวิ่งจนครบ 300 กว่ากิโลเมตร จึงจะแวะเข้าปั๊ม LPG ทีหนึ่ง เติมเต็มถังไม่เคยเกิน 500 บาทเลย

=============================================

คราวนี้เชิญเลือกแทนผมทีว่าจะใช้ระบบไหนดี???

มาถึง "เฉลย"

ท้ายที่สุด ผมเลือกประหยัด เอา LPG เลยไปที่ร้านที่ดูน่าเชื่อถือ จงเลือกเอาเอง แล้วแต่ดวงนะจ๊ะ ผมก็เลือกร้านที่ติดตั้งระบบ NGV และ LPG ด้วย นั่นเอง คือน่าเชื่อถือ มีวิศวกรประจำร้าน อธิบายอย่างละเอียดตอบคำถามที่เราอ่านมาแล้วอย่างดี และเราลองภูมิเรียบร้อย ก็ตอบได้ OK

ผมเลือกระบบ LPG คราวนี้มันมีระบบดูด และระบบฉีด ให้ปรึกษาวิศวกรเอานะครับในร้าน ผมเลือกระบบฉีด LPG แต่จ่ายด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ราคาสูงขึ้นมาหน่อย

จาก 19,000 บาท มาเป็น 34,500 บาท แต่ผมได้ส่วนลด หลายๆๆๆๆ พัน

แล้วก็ดำเนินการติดตั้ง ใช้เวลาติดตั้ง 1 วัน และทดลอง ทดสอบระบบ 1.5 วัน ผมก็ไปรับรถมาเรียบร้อยแล้ว

ที่สำคัญต้องเอาใบรับรองจากวิศวกร แจ้งการติดตั้งระบบ LPG ไปแจ้งที่ขนส่งทางบกด้วยนะครับ

รถผมยังติดไฟแนนซ์อยู่ผมก็สำเนาใบนี้ส่งไปให้บริษัทฯ ซะ เขาก็ดำเนินการแจ้ง ขนส่งฯ ให้เอง สบายๆ ไม่ต้องทำเอง ทุ่นเรื่องปวดหัวไปเยอะ

และแล้ว ก็ออกมาจากอู่ ช่างให้ทดสอบลองขับดู และตรวจสภาพการติดตั้ง

เห็นแล้ว ประกันได้ 1 ปี

แทบร้องไห้ เสียดาย>>> อธิบายได้ดังต่อไปนี้

ข้อที่หนึ่ง พื้นที่หลังรถกระโปรงหลังหายไปเยอะเลย ต่อไปนี้ขนของไม่ได้อีกแล้ว ขนได้น้อยลงไป 50%

ข้อที่สอง ทำไมไม่รีบติดให้เร็วกว่านี้ แต่ข้อดีคือ เทคโนโลยีการติดตั้ง และการจ่ายน้ำมันพัฒนาไปกว่าอดีตเยอะ รถผม Start แล้ววิ่ง ไม่มีอาการสะดุดเหมือนของ น้องชายแฟน โอ้โห แรงไม่ตก ประทับใจ

เลยเอาไปเติมแก๊สให้เต็มถัง หมดไป 466 บาท เพราะเขาไม่ได้แถมแก๊สให้ ลดราคาแล้วนิ

เลยลองวิ่งดูระยะไกลๆ ไปหลายวัน ตนนี้รถผมมันรุ่นเล็ก เลย 1 ถัง 58 kg วิ่งได้เกือบ 600 กิโลเมตร

ถูกสุดๆ ตก 0.8 บาท ต่อกิโลเมตร LPG ก็เลยนำมาเล่าสู่กันฟัง

แต่ข้อพึงระวัง ทุกครั้งที่ขับ โปรดระวังหลัง อย่าให้ใครมาเล่นท้ายรถทีเดียว เช่น เอารถมากระแทกเล่น เดี๋ยวมันตูมตามขึ้นมา ต้องขับด้วยความระแวงนิดหน่อย

แต่ไม่เป็นไร เพราะขับรถทุกครั้ง มันต้องระแวดระวัง อันตรายบนท้องถนนอยู่แล้วนิ เพิ่มอีกนิดคงไม่เป็นไรเนอะ

ปลอบใจตัวเอง

ข้อคิดสำหรับผม

ถ้า NGV สามารถบรรจุให้วิ่งได้ระยะสัก 300 กิโลเมตร

ผมคงติดไปแล้ว แพงไม่ว่า แต่อย่ากวนใจ