* เทคนิคการสังเกตฉบับที่ 1.0.0 * ระหว่างนักปฏิบัติ “มือใหม่” กับ “มืออาชีพ”
เมื่อคืนผมพาคุณแม่ ไปทำวัตรเย็นที่วัดป่าธรรมอุทยาน ใกล้บ้าน (นโยบาย “ชวนใครไม่ได้ ก็ลากแม่ตัวเองไป” ) คุณแม่ก็รับไป (งานนี้แม่ปฏิเสธไม่ได้ครับ ถ้าปฏิเสธแล้วจะโดนขู่...ว่าพาไปนอนวัดแทน)
ระหว่างสวดมนต์ทำวัตร ผมก็พยายามทำสมาธิกับบทสวดมนต์ พยายามไม่วอกแวกกับผู้คนที่นั่งใกล้ๆ
ผมขอนอกเรื่องไปเล่าอีกเหตุการณ์หนึ่งก่อน (เดี๋ยวลืม..ครับ)
* เทคนิคการสังเกตฉบับที่ 1.0.0 * ระหว่างนักปฏิบัติ “มือใหม่” กับ “มืออาชีพ” คือ เวลานั่งพับเพียบ สวดมนต์ทำวัตร หรือนั่งพับเพียบฟังเทศน์ นั้น “มือใหม่” (อย่างผม หุหุ) ประเดี๋ยวก็ พับซ้าย.......เมื่อย ...เอาย้ายไปพับขวา..... 2 นาที นานเหมือน 2 เดือน เหน็บกินขา......อ้าวพับไป พับมา...... ฮิฮิ
แต่สำหรับ ”มืออาชีพ” ...โปรดสังเกตว่า ถ้าไม่นั่งแถวหน้าสุด ท่านก็จะนั่งโน้นเลย ท้ายห้อง มุมสงบ..
ท่าน ”มืออาชีพ” เขาก็จะทำวัตร ฟังธรรม ฟังเทศน์...แบบนิ่ง..สบง...เงียบ.....ไม่ขยับเลยนะครับ นั้นเป็นการฝึกอย่างหนึ่งครับ โดยเฉพาะพระผู้ปฏิบัตินะครับ เราสังเกตได้เลยท่านจะเปลี่ยนอิริยาบถน้อยครั้งมาก (เรื่องพวกนี้ ”มืออาชีพ” เขาไม่มานั่งสอนเรานะครับ เขาให้เราปฏิบัติเอง เห็นเอง เป็นเอง .............<> มัน..เป็น..ความ..ลับ !! <> <= อันนี้ไม่จริงนะครับ)
วันหนึ่ง ผม (ซ่าส์) ขอลองมั่ง ดูซิว่ามันจะเป็นยังไง ผมตั้งใจจะนั่งทำวัตรโดยจะนิ่งไม่ยอมขยับเปลี่ยนท่าเลยจนเสร็จพิธีการ....
ประมาณครึ่งชั่วโมงผ่านไป..........เริ่มชาเล็กน้อยที่ป้ายเท้าซ้าย..... “ไม่ขยับ....เราต้องไม่ขยับ” ผมตั้งใจสวดมนต์
ประมาณ 45 นาทีผ่านไป.........เริ่มชาจนรู้สึกว่าจะกระติกนิ้วเท้าไม่ได้....รู้สึกเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ...... “ไม่ขยับ....เราต้องไม่ขยับ” ผมตั้งใจสวดมนต์ให้ดังขึ้น เพื่อทำใจให้มั่งคง...........จดจ่อกับบทสวดมนต์...... จนลืมความเจ็บปวดไปได้ (ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อครับ) ไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองชา หรือปวดอะไร....ลืมเวลาไม่เลย (บ้า....อย่างนี้ก็มีครับพี่น้อง!!).. จนเวลาผ่านไป ชั่วโมงกับอีก ประมาณ 10 นาที สวดมนต์เสร็จ
หลวงพี่ #2 ไม่รอช้ากล่าวว่า “ ทุกท่านเตรียมตัวกราบพระ.....พร้อมกัน” เท่านั้นแหละครับ ....งานเข้าครับ!!!!...
ทุกคนก็เตรียมท่านั่ง กราบแบบเบญจางคประดิษฐิ์ ผู้ชายก็นั่งท่าเทพพนม นั่งทับส้น ชันเข่า
“หลวงพี่คร้าบบบบบ..... ไม่พักยกไปผมหายใจหายคอเลยหรือคร้าบบบบบ” บ่นในใจด้วยความเคารพ
เท้าผมชา...จนไม่รู้สึกอะไรเลยทั้งสองด้าน....งานเข้าจริงๆครับ ตอนแรกผมก็ขยับนั่งท่าผู้หญิง ท่าเทพสตรี (เท้าราบ) พอนั่งได้แฮะเรา..... แต่วันนั้นไม่รู้คิดอะไร ทันใดผมตัดสินใจลุกขึ้นจะนั่งท่าเทพนม นั่งทับส้น พอขยับตัวยืดขึ้นจะเอาส้นเท้ามานั่งทับ......งานนี้!!! (ไม่อยากจะเล่าต่อเลย) ด้วยความที่เท้าชามากกก ไม่รู้สึกอะไรเลย ไม่รู้สึกว่าส้นเท้าตัวเองอยู่ไหน หรืออยู่ท่าไหนอยู่ (จะหันมาดู ส้นเท้าตัวเอง ก็กลัวเสีย look ไม่ยอมหัน) <= ขออภัยคุณครูภาษาไทยนะครับ กับไวยากรณ์ของผม
ผมใช้มือจับส้นเท้า (ชาจน เอามือจับก็ไม่รู้ว่าส่วนไหนขอเท้านะครับ ไม่รู้จักอธิบายยังไง!!) ทุลักทุเลมากเลยครับ เอามือพยายามดัดปลายเท้าข้างหนึ่งขึ้นมานั่งทับ มันก็หลุดออก (นึกสภาพ..กับเวลาที่ทุกคนพร้อมที่จะกราบแล้ว...ผมก็ยิ่งต้องแข่งกับเวลา) กว่าจะบังคับให้ตัวเองนั่งทับส้นตัวเองได้ ทั้งตัวก็หลุดไปนอกเสื่อที่ปูเอาไว้ หัวเข่าก็ไว้เกยทับบนหนังสือสวดมนต์ที่วางอยู่ข้างหน้า ...ไม่รู้ว่างานนี้ คุณหมอ คุณพยาบาล คนไหนจะรับเย็บไหมครับ.....หน้าแตกเป็น..ผง...เลยขอรับ..ฮือๆ
แถวคนที่นั่งหลังผม .....เสียงเขาอดที่จะขำไม่ได้.... อืมมม์ เสร็จพิธีหายชาแล้ว ผมต้องรีบเดินก้มหน้าก้มตา......อำลากลับบ้านอย่างรวดเร็ว ...................โอ้........ชีวิต “มือใหม่” ให้อมยิ้มเล่นๆเมือผมคิดถึง
ตอนนี้ผมนั่งทนสบายแล้วครับ......มีเทคนิคครับ....แต่ไม่บอก......
<> มัน..เป็น.. ปัจจัตตัง..ครับ <>
ส่วนเรื่อง ธรรมะ ครอก.... ครอก เอาไว้ผมกลับมาแล้ว คงมาเขียนต่อนะครับ
<ที่มาเล่าพอ สนุกๆ สำหรับบันทึกไว้นะครับ แต่ความเป็นจริงเลย ผมทำด้วยใจที่ ตั้งใจจริง ต้องการพิสูจน์จิตใจ และเคารพในทุกเรื่องนะครับ>
ชลัญนั่งอ่านไปอมยิ้มไป ขอบคุณค่ะท่านวิชญธรรม
ธรรมะครอก ครอก จะรออ่านครับ
อ.
ท่านใครแก้สมการนี้ได้ คงจะเห็น "ธรรม" นะครับ