ขอบคุณอ.ยินดี ที่พบเจอผมใน G2K แล้วเชิญเป็นวิทยากรแก่ครูฝึกอาชีพศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านมุฑิตา

ผมได้เยี่ยมชมสถานที่ที่เพิ่งย้ายในตึกที่ต้องทำการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม มีครูฝึกอาชีพที่หลากหลาย (ช่างเชื่อม ดนตรี งานอภิบาล งานพลศึกษา งานศิลปะ งานเกษตรกรรม งานโยธา ฯลฯ) โดยมีบุคลากรวิชาชีพทางการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ คือ พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยา ซึ่งมีเยาวชนที่ต้องโทษมาอยู่ร่วมกันอย่างหลากหลายพื้นฐานชีวิตรวม 107 คน

เยาวชนหลายคนนอนพักระหว่างวัน ช่วยงานบ้าน ทำความสะอาดหอนอน และเข้าร่วมกิจกรรมการอาชีพข้างต้น แต่ส่วนใหญ่จะชอบดนตรีและกิจกรรมที่สบายๆ

ทางอ.ยินดี เชื่อว่า การบำบัดด้วยงาน (Work Therapy) นั้นน่าจะนำมาบูรณาการเป็นโปรแกรมพัฒนาความเป็นพลเมืองดีของเยาวชนเหล่านี้ได้

ดร.ป๊อป ได้บรรยายและให้กิจกรรมฝึกปฏิบัติการว่า ไม่ว่าจะมีเทคนิคการบำบัดใดๆ ก็ตาม ไม่มีเทคนิคใดสำเร็จผล 100% เพราะการทำงานเป็นทีมสหวิชาชีพนั้นต้องมีทั้งทางการแพทย์ ทางสังคม ทางการศึกษา และอื่นๆ ที่มีแนวคิดหรือกรอบอ้างอิงที่ชัดเจน ศูนย์แห่งนี้มีครูอาชีพมากที่สุดในโลก แต่ไม่มีนักกิจกรรมบำบัด นักกายภาพบำบัด และนักวิชาชีพอื่นๆ ที่ช่วยออกแบบโปรแกรมการพัฒนาความเป็นพลเมืองดีได้จริง

หลักการสำคัญของการบำบัด ได้แก่ 1. การสื่อสารที่ให้กำลังใจ คุณค่า และกระตุ้นความคิดของเยาวชน 2. การประเมินที่เห็นความก้าวหน้าของการพัฒนาเยาวชน และ 3. เยาวชนสามารถนำความรู้ไปปฏิบัติได้จริงในชีวิต (ทักษะชีวิต - จิตพิสัย พุทธพิสัย และทักษะพิสัย)

การประยุกต์งานอาชีพคือ การจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เยาวชนได้เข้าใจงาน + ชีวิต + การรู้คิดปัญญาของตนเอง ซึ่งอาจารย์หรือครูฝึกอาชีพทั้งหลายต้องเปิดใจและทำความเข้าใจในการพัฒนารูปแบบ/กระบวนการเรียนการสอนในปัจจุบันในรูปแบบกลุ่มพลวัติ หรือกลุ่มสุขภาพจิตศึกษา หรือกลุ่มการเรียนรู้ชีวิต แต่ไม่ต้องคาดหวังเกินไปว่า เยาวชนทุกครั้งจะเรียนรู้ได้เท่ากันทั้งหมด เพราะแต่ละคนอาจมีความคิดความเข้าใจ มีเจตจำนงค์ และมีสุขภาวะแตกต่างกัน ที่สำคัญการบังคับทำงานที่เยาวชนไม่มีความสุขที่เป็นรูปธรรมก็จะไม่เกิดจิตวิญญาณของความเป็นคนดีด้วยจิตสำนึก

ท้ายสุดมีอาจารย์ที่เข้าฟังบรรยายของดร.ป๊อป ส่วนใหญ่เริ่มตระหนักถึงแนวทางการสอนของตนเองในเชิงบูรณาการอาชีพที่เยาวชนแต่ละรายจะสนใจนำไปใช้ได้จริงหลังออกจากศูนย์ฯได้อย่างไร ส่วนน้อยยังไม่แน่ใจว่ากิจกรรมบำบัดจิตสังคมและการบำบัดด้วยงานจะช่วยได้จริงหรือ แต่บางท่านก็คิดว่า เยาวชนที่นี่มีแค่ 10% ที่ป่วยทางจิต

ดร.ป๊อป จึงอภิปรายและสรุปว่า "กิจกรรมบำบัดจิตสังคม เป็นวิชาชีพสากลที่มีกระบวนการประเมินและออกแบบกิจกรรมที่มีเป้าหมายการพัฒนาทักษะชีวิตของเยาวชน ไม่ใช่การบำบัดเฉพาะผู้ที่มีอาการทางจิต แต่บำบัดผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย การเรียนรู้ การรู้คิดปัญญา การแสดงบทาทและทักษะที่เกี่ยวข้องกับจิตใจ และการแสดงความสามารถในสังคมด้วยการเป็นพลเมืองดี สำหรับอาจารย์ทั้งหลายที่มีคุณวุฒิทางการศึกษาอาชีพนั้น น่าจะเรียนรู้เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องถึงหลักการฟื้นฟูสมรรถภาพทางอาชีพ (Vocational Rehabilitation)"